“ตงตง-ปลายฟ้า” ร้อง รำ “ยี่เก” เทหมดหน้าตัก

“กัปตัน-น้ำ” แมตช์ล้างตา...ศึกนี้ใครคือผู้ชนะ?​ สตรีขี่ม้าขาวที่แท้ทรู สำหรับ นางเอกสาว “ปลายฟ้า-ณัชภรณ์ อุ่นสวัสดิ์” (โสน) ในละคร “คู่พระคู่นาง” ทาง ช่องวัน31 ผลิตโดย ค่ายพอดีคำ หลังจากที่สัปดาห์ก่อน ปลายฟ้า ออกโรงมากู้หน้า ให้กับคณะยี่เกของ “กัปตัน-ภูธเนศ หงษ์มานพ” (พระยาพิทักษ์บรรเลง) ในฐานะตัวนาง คู่กับ “โตโต้ ธนเดช” (พนม) ทำเอา พระเอกหนุ่ม “ตงตง-กฤษกร กนกธร” (ดิน) กับ “น้ำ-รพีภัทร เอกพันธุ์กุล” (พระยาบำเรอราชสำราญ) ถึงกับอึ้งตาค้าง ศึกประชันยี่เก ที่มีเดิมพันสูงครั้งนี้ ใครจะเป็นผู้ชนะ

เป็นฉากที่ คณะยี่เกของ พระยาพิทักษ์บรรเลง (กัปตัน) หวิดจะล่ม ตั้งแต่ยังไม่เริ่มแสดง เพราะไม่มีตัวนางขึ้นแสดง แต่โชคดี ที่ได้ โสน (ปลายฟ้า) ออกโรงกู้หน้า ขึ้นแสดงกับ พนม (โตโต้) ฉากนี้ เป็นอีกหนึ่งฉากใหญ่ ที่ขนทัพนักแสดงมาแบบฟูลทีม แถมตงตง และปลายฟ้า ต้องทรงเครื่องยี่เกแบบเต็มสูบ เพราะต้องร้อง รำ ยี่เก ประชันกัน ท่ามกลางอากาศร้อนจัดหนัก แต่วิญญาณนักแสดง คู่นี้สู้ไม่ถอย วอร์มลูกคอ ซ้อมร่ายรำ แบบทุ่มกายถวายชีวิต เริ่มถ่ายจริง ปลายฟ้าเปิดตัวออกมาในฐานะตัวนางของโตโต้ ด้วยท่วงท่าร่ายรำสุดอ่อนช้อย แถมลีลาการร้องยี่เก ก็มีเสน่ห์ไม่เบา ทำเอาทุกคนตกตะลึงในความสามารถ แต่คนที่ดูจะหัวเสียไม่เบา ก็คือ น้ำที่ออกอาการไม่พอใจอย่างหนัก ที่ปลายฟ้าแปรพักตร์ ไปช่วยคณะของกัปตัน เอาเป็นว่า ศึกประชันยี่เกครั้งนี้ คณะของใครจะเป็นผู้ชนะ และตงตง จะหลุดพ้นสัญญาทาสจากน้ำได้หรือไม่ ตามลุ้นได้ ในวันพุธที่ 24 เมษายน (อีพี17) เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน31
“แอฟ-คริต” ถึงวันตัดสิน “คดีฟ้องหย่า”
สิ้นสุดการรอคอย...สงครามนี้ ใครคือผู้ชนะ?​ ไต่ระดับความพีค ชนิดไม่ต้องพักกันสักอีพี สำหรับ ละคร “สงครามสมรส” ช่องวัน31 ที่เปิดสงครามในศาล จาก “คดีฟ้องชู้” สู่ “คดีฟ้องหย่า” มาสัปดาห์นี้ ถึงวันตัดสิน “คดีฟ้องหย่า” ที่ต้องมีบทสรุปให้กับ โจทก์ อย่าง “ชาคริต แย้มนาม” (ปรเมศวร์) ที่ยื่นฟ้องหย่าขาดจาก จำเลย อย่าง “แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ” (บัวบงกช) ด้วย 3 เรื่องที่ว่า แม่แอฟหมิ่นประมาท เหยียดหยาม แม่สามี “ไปรมา รัชตะ” (ปวีณา) แถมทิ้งร้าง ชาคริตแบบไม่สนใจใยดี และมีสภาพร่างกาย ไม่อาจร่วมประเวณีได้ (บกพร่องเรื่องบนเตียง) โดน 3 เรื่องนี้เข้าไป ทำเอาแม่แอฟ ทั้งเจ็บ ทั้งจุก จนแทบล้มทั้งยืน และแม้ว่า แม่แอฟ จะหงายการ์ดทุกอย่างที่มี ชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่สถานการณ์ทุกอย่าง ก็ยังคงตึงเครียด ด้านสองทนายสายไฝว้ อย่าง “ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา” (ภาวินท์) และ “ไผ่-พาทิศ พิสิฐกุล” (กนกพล) ต่างก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อลูกความของตน สงครามครั้งนี้ แม่แอฟ จะหลุดพ้นจากเรื่องราว ที่ชาคริตหยิบยกมาเล่นงานหรือไม่ และศาลจะตัดสินคดีฟ้องหย่าครั้งนี้อย่างไร ใครจะเป็นผู้ชนะ? ทีมเพื่อนหญิง พลังหญิง สายไฟท์เตอร์ทั้งหลาย มาร่วมกันกุมมือ “แม่แอฟ” และฟังคำตัดสินไปพร้อมกัน ในวันจันทร์ที่ 22 เมษายนนี้ (อีพี9) เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน31
เปิดฉากละคร “ดั่งธรณี” “นิว-ไผ่-ต่าย” กอดคอทวงคืนความยุติธรรม!!
พร้อมส่งความดราม่าสะเทือนดิน ฟินเต็มอรรถรส ให้แฟนๆ ถึงหน้าจอช่องวัน31 ในวันจันทร์ที่ 22 เม.ย.นี้ เป็นตอนแรก กับละคร “ดั่งธรณี” เรื่องราวการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ที่ความต่างของชนชั้น ทำให้ความยุติธรรมมาช้า จนกลายเป็นความไม่ยุติธรรม นำแสดงโดย นิว วงศกร, ไผ่ พงศธร, ต่าย อรทัย ที่จะมาเคียงบ่าเคียงไหล่ตามหาความจริง และพิสูจน์ว่าความเป็นธรรมยังมีอยู่บนโลกใบนี้!! ซึ่งงานนี้ทุกคนต่างก็ใส่สุดจัดเต็มตามใบสั่งของผู้กำกับ ตั้ม-บรรเจิด พุทธโศภิษฐ์โดยเฉพาะสาวต่าย ที่บทบาทในละครเรื่องนี้ดราม่าหนักที่สุด แต่เธอก็เอาอยู่ การแสดงทัชใจคนดูแน่นอน โดยประเดิมเปิดเรื่องมาแฟนๆ จะได้เห็นสาวต่ายทั้งเป็นแม่ค้า ร้อง รำ และรับจ้างทำงานทุกอย่าง เพื่อนำเงินไปเลี้ยงครอบครัว เรียกได้ว่าเธอสู้ชีวิตยิบตา แต่ชีวิตสู้กลับ เมื่อพี่สาว แคนดี้ รากแก่น (ดาหวัน) ถูกกล่าวหาว่ามีชู้ ทำให้พี่เขย เดี่ยว-ชูพงษ์(ทศ) ถูกจับข้อหาฆ่าคนตาย!! งานนี้ต่ายจะรับมือกับปัญหาที่พุ่งชนเข้าใส่อย่างไร? แฟนๆ ส่งแรงเชียร์ แรงใจ ได้ใน “ดั่งธรณี” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 1 ทุ่มตรง เริ่มตอนแรกจันทร์ที่ 22 เม.ย.นี้ ทางช่องวัน 31
ถานเจี้ยนซื่อ - จางจิ้งอี๋ ฝ่าบททดสอบรัก I MISS YOU จากวันนั้น ถึงวันนี้ ยังคิดถึงเธอ
ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ ชวนร่วมพิสูจน์ความรัก ของ ไป๋เสี่ยวอวี่ (นำแสดงโดย ถานเจี้ยนซื่อ Tan Jianci) และ หวังจินจิน (นำแสดงโดย จางจิ้งอี๋ Zhang Jingyi) ในภาพยนตร์ โรแมนติก-ดราม่า I MISS YOU จากวันนั้น ถึงวันนี้ ยังคิดถึงเธอ ผลงานกำกับโดย ฮานเหยียน Han Yan

ถานเจี้ยนซื่อ Tan Jianci รับรองว่า ไป๋เสี่ยวอวี่ Bai Xiaoyu ที่เขาสวมบทบาท แสดงถึงเทพเจ้าแห่งความรักอันบริสุทธิ์ และเมื่อถูกถามเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างตัวเขากับตัวละครนี้ ถานเจี้ยนซื่อi กล่าวว่า บทบาทนี้ เป็นมากกว่าตัวตนของเขาในปัจจุบันและตัวเขาเหมือนถูกซ่อนเก็บเอาไว้ ผมรู้สึกว่า ผมมีบางอย่างที่ต้องทำอยู่เสมอ บางครั้งผมไม่สามารถทำสิ่งนั้นให้เสร็จ ดังนั้นผมจึงทำงานอย่างหนักมาโดยตลอด”

มี​ฉากที่ตัวเอกชายและหญิงทะเลาะกันในภาพยนตร์เรื่องนี้ ถานเจี้ยนซื่อ Tan Jianci เตะกำแพงอย่างแรง จางจิ้งอี๋ Zhang Jingyi บอกว่าเธอกลัวเขาจริงๆ เป็นครั้งแรก เพราะได้ซ้อมล่วงหน้ามาเป็นเวลานาน ดังนั้นจึงแทบไม่มี NG (ฉากหลุดๆ ของเหล่านักแสดง) ในระหว่างการถ่ายทำอย่างเป็นทางการ

ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่นําเสนอชีวิตประจําวันความรักของ ไป๋เสี่ยวอวี่ และ หวังจินจิน เท่านั้น ยังแสดงให้เห็นถึงทางเลือกของความรักและชีวิตที่ทุกคนเคยสัมผัสหรือกำลังจะสัมผัสได้อย่างแท้จริง และในขณะเดียวกันก็นำเสนอความรักของคู่รักธรรมดาทุกคนในสังคมปัจจุบัน

ยังมีเซอร์ไพรส์ด้วยนักแสดงรุ่นใหม่อย่าง เจี่ยงหลง (Jiang Long) รับบทเป็น เหล่าไช่ (Lao Cai) เพื่อนของ ไป๋เสี่ยวอวี่ (นำแสดงโดย ถานเจี้ยนซื่อ Tan Jianci) และ หลิวเลี่ยน (Liu Lian) รับบทเป็น เจิ้งม่อลี่ (Zheng Mo Li) เพื่อนที่ดีที่สุดของ หวังจินจิน (นำแสดงโดย จางจิ้งอี๋ Zhang Jingyi) ซึ่งได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง

I MISS YOU จากวันนั้น ถึงวันนี้ ยังคิดถึงเธอ เข้าฉาย 25 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

รับชมตัวอย่าง www.youtube.com/watch?v=XiaikR_Cpxs

ติดตามข่าวสาร ภาพยนตร์ I MISS YOU จากวันนั้น ถึงวันนี้ ยังคิดถึงเธอ ผ่านช่องทาง ดังต่อไปนี้ Facebook : www.facebook.com/shinesaengad.venture Youtube : www.youtube.com/@shinesaengad.venture Instagram www.instagram.com/shinesaengad.venture Tiktok www.tiktok.com/@shinesaengadventure
“ไมกี้-ปณิธาน” หนุ่มลูกครึ่งไทย-เยอรมัน ดีกรีสุดปัง จากหนุ่มเปิดหมวก สู่พระเอกดาวรุ่ง เรื่อง “ขวัญฤทัย”
กลายเป็นขวัญใจมัมหมีทั่วประเทศไปแล้วตอนนี้ สำหรับพระเอกน้องใหม่ดาวรุ่งหน้าหวาน “ไมกี้ ปณิธาน” ที่ครองใจแฟน ๆ ในบท “พันตรี นายแพทย์ หม่อมหลวง ฉัตรเกล้า จุฑาเทพ” ประกบคู่กับนางเอกมากฝีมือ “ญดา นริลญา” ในละครชุด “ดวงใจเทวพรหม” เรื่อง “ขวัญฤทัย” ทางช่อง 3 บุตรคนแรกของ หม่อมราชวงศ์พุฒิภัทร กับกรองแก้ว แจ้งเกิดผลงานเรื่องแรกเต็มตัวกับความสามารถทางการแสดงที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเจอ เราจะพาไปทำความรู้จักหนุ่มหน้าหวานคนนี้ให้มากขึ้นกับมุมเบื้องหลังชีวิตก่อนเข้าสู่วงการบันเทิงกันแบบถึงแก่น

หนุ่ม ไมกี้ มีชื่อเต็มว่า ปณิธาน บุตรแก้ว หนุ่มลูกครึ่งไทย-เยอรมัน สัญชาติ ไทย เกิดเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2546 ปัจจุบันอายุ 21 ปี น้ำหนัก 64 ส่วนสูง 180 จบการศึกษาระดับมัธยมปลายที่ โรงเรียนลำปางกัลยาณี และกำลังศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารการตลาดดิจิตอล มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นหนุ่มขี้เล่นอัธยาศัยดี ยิ้มง่าย ชอบงานศิลปะและการร้องเพลงเล่นดนตรีหนุ่มไมกี้เข้าวงการจากการชักชวนของ “ปิ๊ก ฌาณฉลาด” และมีโอกาสได้เข้ามาแคสติ้งในบท พันตรี นายแพทย์ หม่อมหลวง ฉัตรเกล้า จุฑาเทพ จากเรื่อง “ขวัญฤทัย” ด้วยเสน่ห์และความขี้เล่นของเจ้าตัวก็ทำให้ผู้จัด “แหม่ม ธิติมา” และผู้กำกับ “ป้าแจ๋ว ยุทธนา” ตกหลุมความน่ารักจนได้เซ็นสัญญาเข้ามาเป็นนักแสดงช่อง 3 เต็มตัว ล่าสุดกำลังมีผลงาน “หวานรักต้องห้าม” ประกบคู่สาวรุ่นพี่ “แมท ภีรนีย์” อีกด้วย

ได้มาเล่นละครเรื่องนี้ได้อย่างไร -เป็นความบังเอิญมากที่ผมได้มาเล่นในละครชุดนี้ เป็นละครชุดครั้งแรก เรื่องแรกของผมเลยที่ได้มาเล่น ก่อนหน้านี้ผมเล่นดนตรีเปิดหมวกอยู่ที่กาดกองต้าที่ลำปางเป็นตลาดเก่า ๆ มีคนไปเจอผม เขาก็ชวนผมมาแคสละครของพี่แหม่ม ธิติมา ผมก็ลองไปแคสดู แล้วก็ได้เลย ซึ่งผมไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อน ทุกอย่างคือศูนย์ พอได้แสดงเรื่องนี้จริง ๆ ก็แอบเซอร์ไพรส์เหมือนกันที่ได้รับเล่นบท ฉัตรเกล้า ผมเลยต้องย้ายจากลำปางมาอยู่กรุงเทพทันที

ยึดงานร้องเพลงเปิดหมวกเป็นงานอดิเรกนานไหม -นานเลยครับ ผมเปิดหมวกมาประมาณปีกว่า ตั้งแต่ ม.4-ม.5 กับวง ข้าวกั้นจิ้น ของผมและเพื่อน ๆ คนก็เริ่มมาจ้างไปร้องตามร้านอาหารบ้าง จ้างไปงานแต่งบ้าง ถือว่าช่วงนั้นรุ่งเรืองเลยครับ จากการร้อนเงินก็ยึดอาชีพนี้เป็นอาชีพหลักไปเลย(หัวเราะ) แต่ก่อนผมเป็นเด็กเสิร์ฟ ผมก็ลาออกจากงานพาร์ทไทม์เลย

เรื่องของการทำอาชีพเสริม แนวคิดแบบนี้มาได้ยังไง -อาจจะเป็นเพราะครอบครัวด้วยครับ คุณแม่ก็ปล่อยให้ผมได้ฟรีสไตล์เลือกเส้นทางชีวิตของผมเอง ขอแค่ว่าการเรียนอย่าทิ้ง ผมก็สนุกกับเพื่อนเต็มที่ เที่ยวขับมอเตอร์ไซต์ ไปเล่นเกม ไปเล่นดนตรี แต่ผมก็ไม่ทำให้การเรียนแย่นะครับ ตอนอยู่โรงเรียนผมทำกิจกรรมเยอะ แล้วตอนนั้นผมก็เป็นรองประธานนักเรียนด้วย ชีวิตช่วงวัยเรียนของผมสนุกมากจริง ๆ

เป็นลูกคนเดียวไหม -ผมเป็นลูกคนเดียวครับ แม่ผมเป็นครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์ แล้วก็ได้ปรับเป็นครูใหญ่ สุดท้ายเขาก็ลาออกจากการเป็นครูเพราะว่าเขามีผม เขาอยากลาออกมาเลี้ยงลูกจริงจัง เพราะแม่ผมเป็นคนมีลูกยาก

นิสัยไมกี้ดูขัดกับลุคที่เป็นไหม เพราะเราก็ขึ้นแท่นเป็นพระเอกแล้ว -มันมีคำพูดหนึ่งที่ผมชอบมาก ๆ คือ มนุษย์เราไม่มีใครที่มีลายนิ้วมือเหมือนกัน ทุกคนมีความพิเศษเป็นของตัวเอง อยู่ที่ว่าเราอยากไปค้นหาความพิเศษนั้นไหม แต่สำหรับผม ผมอยากทำ

ช่วงที่เปิดหมวกคิดอยากจะเข้าวงการบันเทิงไหม -ตอนนั้นผมยังไม่ได้ชอบงานในวงการบันเทิงครับ ผมอยากเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ มันเป็นอาชีพที่ผมผูกพัน และเป็นอาชีพที่ผมรักมาก แม่ผมเป็นคุณครูด้วยก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่ามันเป็นอาชีพที่มีคุณค่า กับการที่จะทำให้เด็ก ๆ โตมาอย่างมีคุณภาพ ผมสนุกกับการได้ทำงานกับคนเยอะ ๆ เหมือนได้ฮีลใจตัวเองไปด้วย ตัวผมเรียนจบสายวิทย์-คณิต แต่อยากเป็นคุณครูสอนภาษาอังกฤษ ด้วยประสบการณ์ของตัวเอง บางทีครูสอนภาษาจะไม่ค่อยเข้าใจเด็กศิลป์ เด็กวิทย์-คณิต ผมก็อยากจะเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่เข้าใจเด็กวิทย์-คณิต ผมว่าผมน่าจะเอ็นจอยกับการสอน และเล่นกีต้าร์ไปด้วยก็น่าจะสนุกดี

ความรู้สึกแรกที่ได้ทำงานละคร -ตื่นเต้นครับผมก็มีความกดดันอยู่บ้าง แต่ไม่ได้กดดันในด้านที่ไม่ดี กดดันว่าเราไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน เราใหม่มากประสบการณ์อะไรเราก็ยังไม่มี

ป้าแจ๋วสอนอะไรเราบ้าง -สอนทุกอย่างเลย ด้านแอคติ้งเขาก็โค้ชชิ่งเราตลอดทุกซีนเลยครับ เขาจะมาสอน ทั้งอารมณ์ การทำการบ้านของบท พี่ญดาก็ช่วยผมเยอะมาก วันที่ไม่ได้ไปถ่ายก็ไปเวิร์กชอปกับกองละครตลอด ป้าแจ๋วก็สอนผมตลอดเวลา มีพูดคุย เอาบทไปปรึกษาทุกซีน เขาสอนผมเยอะจริง ๆ ไม่ใช่แค่แอคติ้ง ด้านการใช้ชีวิตในกองก็สอนผมว่าต้องทำตัวยังไง เลี้ยงผมเหมือนเป็นลูกเลยครับ

กว่าจะมาเป็นพระเอกเรื่องนี้เราก็เจ็บตัวมาเยอะเหมือนกัน -ใช่ครับ ตอนที่ถ่ายทำขวัญฤทัย มันมีคิวบู๊ค่อนข้างเยอะ เราก็พลาดล้มแล้วซี่โครงหักทิ่มปอด ผ่าตัดไป 2 รอบ ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้วครับ มีอีกช่วงก็คือตอนที่ถ่ายทำละครอีกเรื่องหนึ่ง อยู่ ๆ หัวใจก็เกิดเต้นผิดจังหวะขึ้นมา สาเหตุคือทำงานเยอะนอนน้อยครับ มันทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นเวลานาน เป็นประสบการณ์ที่น่าจะไม่มีใครอยากเจอ แต่มันสอนอะไรผมเยอะมาก ถ้าผมไม่ได้เจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้ ผมก็คงจะไม่ใช่ไมกี้ในวันนี้

มีคิดบ้างไหมว่าที่ตรงนี้มันไม่ใช่ที่ของเรา -มีคิดอยู่แล้วครับ ผมนั่งร้องไห้ทุกวัน ถึงขั้นที่แบบคิดว่าไม่อยากมาทำงานแล้ว ไม่อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้ ระหว่างทางก็ไม่อยากเจอไม่อยากคุยกับใคร เมื่อไหร่จะจบสักทีคิดแบบนี้ตลอดเวลา ก็ต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ หาความสุขระหว่างทาง มันอยู่ที่มุมมอง ถ้าเรามองแต่ในแง่ร้ายเราก็จะคิดแต่ในมุมนั้น แล้วเราก็จะท้อไปด้วย แต่ถ้าเรามองแง่ดี มองแต่สิ่งดี ๆ มองถึงโอกาส ความโชคดี มันก็ช่วยดันเอนเนอจี้เราขึ้นเรื่อย ๆ ครับ

ตอนนี้มุมมองในวงการบันเทิงเปลี่ยนไปไหม -มุมมองในวงการบันเทิงเปลี่ยนไปเยอะเลย ตอนนี้รู้สึกดีมาก ๆ ผมใช้คำว่าตกหลุมรักการแสดงไปแล้ว ถ้ามีโอกาสก็อยากจะประสบความสำเร็จในฐานะที่ตัวเองขึ้นชื่อว่าเป็นอาชีพนักแสดง

เป็นนักแสดงน้องใหม่ที่ความสามารถล้นเหลือจริง ๆ ตามไปดูความน่ารักทางการแสดงของหนุ่มดาวรุ่งคนนี้กันได้ในละครชุด “ดวงใจเทวพรหม” เรื่อง “ขวัญฤทัย” เวลา 20.20 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus และไปติดตามความเคลื่อนไหวของหนุ่มคนนี้กันได้ Instagram : mikepanitan Twitter : mikepanitan
“โอ๊ต” เปิดฉากบู๊! ลักพาตัว “แจมมี่” ในละคร “ดวงใจเจ้าป่า”
แค่เปิดเรื่องก็มีเรื่องให้ต้องบู๊กันซะแล้วสำหรับนางเอก “แจมมี่-ปาณิชดา” ที่งานนี้โคจรมาพบกับพระเอก “โอ๊ต ชาคริต” เป็นครั้งแรกในละครเรื่องล่าสุด “ดวงใจเจ้าป่า” ของ บริษัท คนทีวี (ไทยแลนด์) จำกัด แต่ดูเหมือนแค่เปิดเรื่องก็มีการลักพาตัวซะแล้ว!!

ฉากนี้เป็นฉากที่ ดวงใจ (แจมมี่ ปาณิชดา) นั่งรถตู้มากับ มุก (เพลง ปาณิสรา) เพื่อนสนิท แต่ระหว่างทางก็ถูกคนร้ายดักลอบทำร้าย ซึ่งในขณะที่ดวงใจกำลังหาทางเอาตัวรอดอยู่นั้น สิงโต (โอ๊ต ชาคริต) ก็ปลอมตัวมาเพื่อช่วยเหลือดวงใจเอาไว้ได้ ดวงใจสลบไป สิงโตจึงลักพาตัวดวงใจกลับมาที่หมู่บ้านเขาทองตามคำสั่งของใครบางคนที่มอบหมายหน้าที่ให้สิงโตคอยช่วยเหลือดวงใจ สิงโตจึงพาดวงใจขึ้นนั่งบนหลังสุริยะ(ช้าง) ดวงใจฟื้นขึ้นมาตกใจมากพยายามเรียบเรียงว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอ

เบื้องหลังฉากนี้ต้องบอกเลยว่าไม่ง่าย คนทีรับบทหนักที่สุดเห็นจะเป็นสาวแจมมี่ ที่งานนี้นอกจากจะต้องบู๊กับผู้ชายแบบ 3 รุม 1 แล้ว สิ่งที่สาวแจมมี่แอบกลัวไม่แพ้กันคือต้องนั่งบนหลังช้าง ที่มีความสูงและตัวใหญ่มาก ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของแจมมี่ จึงมีความเกร็งๆ ฉากนี้ผู้กำกับ ชัยวุฒิ เทพวงศ์ จัดเต็มรับรองภาพที่ออกมาสวยสมใจแฟนละครแน่นอน ติดตามชมฉากนี้ได้ในละคร “ดวงใจเจ้าป่า” ที่จะเสนอให้ชมเป็นตอนแรกในวันจันทร์ที่ 22 เมษายน นี้ เวลา 19.00 น, ทางช่อง 7 HD ดูทีวีกด 35
“ปลายฟ้า” พร้อมบวก!!! แรงมา...แรงกลับ ทวงคืนความยุติธรรมเพื่อ “ตงตง” คนรัก
หมดเวลาก้มหน้า รับสภาพ!!! อีกต่อไป สำหรับ นางเอกสาว “ปลายฟ้า-ณัชภรณ์ อุ่นสวัสดิ์” (โสน) ในละคร “คู่พระคู่นาง” ทาง ช่องวัน31 ผลิตโดย ค่ายพอดีคำ หลังจากที่ถูก คุณหนูสายแซ่บ “โม-อมีนา พินิจ” (ราตรี) ฉกหนุ่ม “ตงตง-กฤษกร กนกธร” (ดิน) ไปรับประทานต่อหน้าต่อตา แถมยังอัพเลเวลความร้ายไม่หยุด ส่งสาว “ปริม-อัจฉรียา โพธิพิพิธธนากร” (จำปา) น้องสาวต่างพ่อ ไปสังเวยให้หมอผี โชคดีที่แต้มบุญยังมี จึงรอดพ้นมาได้ ความเจ็บปวดที่ปลายฟ้าได้รับในครั้งนี้ ทำให้เธอ ต้องลุกขึ้นสู้ เรียกว่า แรงมา แรงกลับ ไม่โกง พร้อมบวกทุกคนที่สร้างแผลในใจให้กับเธอ โดยเฉพาะ พระยาบ้ากาม “น้ำ-รพีภัทร เอกพันธุ์กุล” (พระยาบำเรอราชสำราญ) ที่ใช้สัญญาทาส มัดตัวตงตงให้ตกเป็นเบี้ยล่าง หวังอาศัยฝีมือยี่เกของตงตง เอาชนะศึกประชันยี่เกกับ คณะของ “กัปตัน-ภูธเนศ หงษ์มานพ” (พระยาพิทักษ์บรรเลง) ที่งานนี้ ทั้งคู่ต่างใช้ชื่อเสียง และเงินทองมหาศาล เป็นเดิมพัน การทวงคืนความยุติธรรมให้กับตงตง ปลายฟ้าจะทำสำเร็จหรือไม่ และศึกประชันยี่เกในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะใช้ไม้เด็ดอะไร มางัดใส่กัน ตามลุ้นได้ ในวันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน (อีพี16) เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน31

สามารถรับชม ละครใหม่!! “คู่พระคู่นาง” ดูทีวี ทางช่องวัน31 และดูออนไลน์ ทางแอปฯ oneD ที่แรก!! ที่เดียว!! ดาวน์โหลดฟรี!!
“ไมกี้ ปณิธาน” ตะลึง “ญดา นริลญา” สวยฉ่ำกลางเวทีประกวด
เรียกว่าเป็นซีนในตำนานมาตั้งแต่ละครชุด “สุภาพบุรุษจุฑาเทพ” เรื่อง “คุณชายพุฒิภัทร” เพราะฉากการประกวดนางงามกลายเป็นภาพจำที่หลายคนประทับจิตประทับใจ จนมาถึงละครชุด “ดวงใจเทวพรหม” เรื่อง “ขวัญฤทัย” ที่ยังคงความคลาสสิคด้วยการจัดเวทีประกวดนางนพมาศ สานต่อดีเอ็นเอ รุ่นต่อรุ่นมาให้ทุกคนได้ประทับใจกันอีกครั้ง แถมรุ่นลูกอย่าง “ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว” รับบท “คุณหมอฉัตรเกล้า” ก็ยังคงตกหลุมรักนางงามอย่าง “ญดา นริลญา กุลมงคลเพชร” ผู้รับบท “ขวัญฤทัย” ไม่แพ้รุ่นพ่ออย่างคุณชายพุฒิภัทร ที่ตกหลุมรัก นางสาวกรองแก้ว บุญมี จากเวทีการประกวดนางงามเช่นกัน

โดยฉากนี้ “ป้าแจ๋ว ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์” ผกก. และ “แหม่ม ธิติมา สังขพิทักษ์” ผู้จัด ก็จัดให้เต็มสมการรอคอย ย้อนรอยความทรงจำให้ทุกคนได้ประทับใจกันอีกครั้ง โดยฉากนี้ ญดา ที่ถูกทาบทามให้ขึ้นประกวดนางนพมาศในงานลอยกระทงประจำจังหวัดเชียงราย โดยใช้ชื่อการประกวดว่า “กรองแก้ว อารดา” หลังจากแปลงโฉมเนรมิต “ไอ้ทัย” หรือ “ขวัญฤทัย” สาวห้าวให้สวยกว่าทุกวันแล้ว ทุกคนก็ชมเป็นเสียงเดียวกันว่าสวยสมมงแน่ เมื่อเวทีประกวด แสงสีเสียงพร้อม ป้าแจ๋วก็โกยบรรดานางงามทั้งหลายไปซักซ้อมด้านหน้าเวที งานนี้ป้าแจ๋วติวเข้มทั้งจังหวะการเดิน การใช้สายตามอง การใช้รอยยิ้มหวาน ๆ เรียกคะแนนจากคณะกรรมการและคนดู ซึ่งบรรดาสาว ๆ โดยเฉพาะญดาแซวว่าป้าแจ๋วนี่ละเอียดยิบทุกดีเทลของจริง หลังจากบล็อกกิ้งบนเวทีเสร็จ คราวนี้ก็มาถึงบรรดาหนุ่ม ๆ คนดูคนสำคัญอย่าง “ไมกี้” หรือ “หมอฉัตร” ที่ทำตัวไม่อยากจะมาดูการประกวนางงาม (เหมือนตอนรุ่นพ่อเป๊ะ) แต่แค่พอเห็น “นางสาวกรองแก้ว อารดา” เปิดตัวเดินออกมาก็ทำเอา “หมอฉัตร” อ้าปากหวอ ตาค้างตะลึงไปชั่วขณะ เรียกว่าถูกตกเข้าอย่างจังกับความสวยจึ้ง สวยฉ่ำ สวยโฮ่งของ “ไอ้ทัย” บอกเลยว่าถอดแบบรุ่นพ่อมาเป๊ะ ๆ ทุกอย่าง แต่การประกวดนางนพมาศปีนี้มีแววจะล่ม เมื่อ “มณี” หรือ “มารตี” รับบทโดย “อ๋อม สกาวใจ” แขกที่ไม่คาดคิดมาเยือนเวทีประกวด แล้วเห็นลูกสาวขึ้นเวทีประกวดนางงามที่ตัวเองเกลียดนักเกลียดหนา ต้องมาลุ้นกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ บอกได้คำเดียวสนุกติดหนึบต่อเนื่องทั้งศุกร์ เสาร์ และ อาทิตย์นี้กันเลยทีเดียว ติดตามชมฉากนี้ได้ในละครชุด “ดวงใจเทวพรหม” เรื่อง “ขวัญฤทัย” เวลา 20.20 น. ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus
เผชิญหน้ากับความจริง !! เบสท์ - เอิร์ธ - วิน - ดัง – อู๋ หวนกลับมาที่ค่ายอีกครั้ง
เต็มสิบแบบไม่หักไม่หาร ยิ่งดูยิ่งสนุก ยิ่งดูยิ่งอิน ยิ่งผูกพันกับตัวละคร นับว่าเป็นซีรีส์คุณภาพแบบไม่ดรอปลงเลย สำหรับ Close Friend3 Soju Bomb หนึ่งในโปรเจ็กต์ วิว ออริจินัล ที่เข้าไปอยู่ในใจของแฟนๆทำเอา อินเบอร์แรงจนมีแต่กระแสเรียกร้องไม่อยากให้จบ

ซึ่งในวันพุธนี้เป็น Final EP. ที่รวมหลากรสหลายอารมณ์สุดๆ เมื่อ เบสท์ ( เบสท์ - ชลสวัสดิ์ ) และ เอิร์ธ (เอิร์ธ - นันทวัฒน์) ทะเลาะกันรุนแรงเรื่องสิทธิ์การได้ออดิชันครั้งสุดท้าย ก่อนที่พวกเขาจะต้องกลับไทยแม้จะเกลียดขี้หน้ากันอย่างสุดขีด แต่พวกเขาก็จำใจต้องเดินทางไปที่จุดซ่อนพาสปอร์ตด้วยกัน ซึ่งในระหว่างทางความสัมพันธ์ของทุกคนในทีมก็แย่ลงเรื่อยๆจนแทบจะกู่ไม่กลับ จนกระทั่งแผนที่รอยสักก็ได้นำพาพวกเขาทั้ง 5 คน เบสท์ ( เบสท์ - ชลสวัสดิ์ ) , เอิร์ธ ( เอิร์ธ - นันทวัฒน์) , ดัง ( ดัง - ธีระทัศน์ ), วิน ( วิน - ศุภวิชญ์ ) และ อู๋ (อู๋ - ภัทรพล) กลับไปสู่หอพัก และ ห้องซ้อม ที่ซึ่งนำพาให้พวกเขาได้รู้จักและฝ่าฟันอุปสรรคมากมายด้วยกัน เมื่อต้องกลับไปเผชิญหน้ากับทางค่ายอีกครั้งทั้ง 5 หนุ่มจะเป็นอย่างไร พวกเขาจะหาพาสสปอร์ตเจอทันเวลาหรือไม่ ?? และความฝันที่ตามหาทั้งชีวิตจะเป็นจริงหรือเปล่า ?? ติดตามกันที่ได้ Close Friend3 Soju Bomb รับชมพร้อมกันทุกวันพุธ เวลา 20.00 น. สามารถรับชมได้ : Viu Application และ https://www.viu.com/
จับพิรุธ ออกัส-แม็ค​ ส่องช็อตเด็ดเล่นสงกรานต์สาดหวานเกินเบอร์ เอ๊ะ! หรือจะจิ้นนอกจอ?
แหม... ก็รู้แหละว่ากำลังจะมีซีรีส์เบอร์ใหญ่ในเรื่อง Addicted Heroin รักร้ายนายเสพติด​ ด้วยกัน สำหรับคู่ของหนุ่ม ออกัส-วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์ กับหนุ่ม แม็ค-ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ แต่เห็นภาพเล่นสงกรานต์ร่วมกับแฟนคลับในกองถ่ายแบบนี้ก็อดจะคิดไปไกลแบบ เอ๊ะ! หรือคู่นี้เค้าจะจิ้นนอกจอกันรึเปล่านะ? ไม่ได้จริงๆ

ก็ดูแต่ละช็อตแต่ละมุมที่สองหนุ่มเค้าอยู่ด้วยกัน มีทั้งซบ มีทั้งโอบประคอง แถมยังมีช็อตคอยห่วงใยดูแลกันอย่างดีแบบตัวติดกันตลอดเวลาซะขนาดนี้เห็นแล้วมันดีเวอร์ จนคิดว่าแดดหน้าร้อนยังไม่ทำให้ละลายได้เท่าเคมีเลิฟดูอบอุ่นแสนละมุนของสองหนุ่มนี้

บอกได้เลยว่าเป็นสองหนุ่มคู่วายที่แจกความสดใสฉ่ำ ๆ แบบตะโกนโดนใจแฟนคลับในช่วงสงกรานต์ปีนี้ พูดละจะหาว่าเวอร์ แต่ถ้าได้เห็นแล้วเชื่อเถอะว่าจะร้อง โอ้ว...เธอหวานเจี๊ยบกว่าเมล่อนหน้าร้อนแน่นอนจ้า
ยอมตายเพื่อเธอ!! “มิว ศุภศิษฏ์” เอาตัวกันลูกปืน “ชาล็อต ออสติน” ในละคร “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗”
เรียกได้ว่าเป็นละครรีเมคที่กระแสมาแรงตั้งแต่ยังไม่ออกอากาศ สำหรับ “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗” ที่ได้ผู้กำกับฯ มากฝีมืออย่าง สำรวย รักชาติ มาถ่ายทอดความเป็น “มนต์รักลูกทุ่ง” ในเวอร์ชั่น ๒๕๖๗ ที่มีความทันสมัย และเก๋ไก๋ในโลกยุคปัจจุบัน แต่ก็ไม่ทิ้งกลิ่นโคลนสาปควาย และกองฟางให้ได้อรรถรสความเป็น “มนต์รักลูกทุ่ง” อย่างที่สุด!!!

และแล้ว “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗” ก็เดินทางมาถึง EP สุดท้าย ความสนุกสนาน ความสดใส ความหวานละมุน และความเป็น “พี่คล้าว” กับ “ทองกวาว” ที่เดินทางมาตั้งแต่ EP แรก จนถึง EP นี้ ก็ยังมีมนต์ขลังของตัวละครในดวงใจของคนไทยที่ยังซาบซึ้งและตราตรึงใจไปกับความรักของทั้งคู่ ที่ฟันฟ่าอุปสรรคและปัญหาต่างๆ กว่าจะได้ครองคู่กัน ซึ่งในโค้งสุดท้ายเราก็มีฉากเบื้องหลังของละครเรื่องนี้มาให้คนดูได้ลุ้นแบบใจหายใจค่ำกันด้วย!!!

เรื่องราวมาถึงตอนที่ คุณนายทองคำ (จุ๊บแจง วิมลพรรณ) มาทาบทาม ทองกวาว (ชาล็อต ออสติน) ให้กับ ธรรมรักษ์ (เทเลอร์ วรรณเสริม) หลานชายของตน พร้อมกับเงินสินสอดหลายล้านบาท เรื่องนี้รู้ถึง โจร จึงยกพวกขึ้นปล้นบ้านของ ทองก้อน (แจ็ค ธนพล) ในขณะที่มีการเจรจาสู่ขอกันอยู่ โดยมีญาติทั้งสองฝ่ายพร้อมหน้า ทั้ง ทับทิม (ต้อม รชนีกร) บุปผา (เปา กิ่งกาญจน์) และ ศิระ (โฟกัส กิตติคุณ) โจรที่ใส่ชุด ใส่หน้ากาก ปกปิดใบหน้าของตน ก็ได้ทำการปล้น และเอาตัว ทองกวาว บุปผา พร้อมกับ สายใจ (ขวัญ ปิ่นทิพย์) ไปด้วย ส่วน คล้าว (มิว ศุภศิษฏ์) ที่กำลังมาหา ทองกวาว ที่บ้าน ก็ถูกโจรจับตัวและซ้อมอาการปางตาย นอนสลบไม่รู้สึกตัว จน แว่น (คิมม่อน วโรดม) และ ฤทัย (เปียโน สรัลพร) มาที่บ้าน ก็พบว่า ทองกาว บุปผา สายใจ ถูกโจรจับตัวไป โดยมี ศร (ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง) คอน (ต่าย สายธาร) และ หมวดน้อย (ท็อป นรากร) ตามมาสมทบ

จากนั้น หมวดน้อย กับ คล้าว ก็วางแผนที่จะหาคนร้าย และเข้าไปช่วยเหลือตัวประกันทั้ง 3 คน แล้วพบกว่า โจร ก็คือ เจิด (โตนนท์ วงบุญ) กับพวก พร้อมด้วย สัก (ก๊อต-สุทธิรักษ์) หนุ่มใบ้ที่มีรอยสักแอบชอบ สายใจ หลังจาก คล้าว แว่น หมวดน้อย และพวกตำรวจ เข้าไปช่วยตัวประกัน ก็เกิดการต่อสู้อย่างเมามันส์ เจิด พลาดท่า ถูก คล้าว ซ้อมจนฟุบ แต่ เจิด ก็ฮึดสู้หยิบปืนหวังจะยิง คล้าว และ ทองกวาว ให้ตายไปพร้อมกัน แต่ทว่า คล้าว กลับเอาตัวบัง ทองกวาว รับกระสุนคนเดียวเต็มๆ งานนี้ คล้าว จะรอดชีวิตหรือเปล่า แฟนๆ ละครต้องไปรอลุ้นกันหน้าจอเลยนะจ้ะ!!!

ทีมงานใช้โรงถ่ายบ้านแสงสูง คลอง 12 ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เป็นสถานที่ถ่ายทำ โดยเซ็ทเป็นฉากที่ เจิด เอาตัว ทองกวาว บุปผา และ สายใจ ไว้ขังไว้ ฉากนี้มีคิวบู๊ ผู้กำกับฯ เลยต้องให้นักแสดงมาซ้อมคิวบู๊กันก่อน โดยคิวบู๊แรกเป็นคิวของ โตนนท์ กับ ก๊อต แล้วก็ หนุ่มมิว กับ หนุ่มโตนนท์ อีกรอบ จากนั้นก็ถึงคิว หนุ่มคิมม่อน กับสองสมุนของ เจิด ซึ่งใช้เวลาซ้อมคิวบู๊เพื่อกันพลาดกันพักใหญ่ เมื่อทุกอย่างพร้อมผู้กำกับฯ ก็สั่ง “แอ็คชั่น”

เปิดฉากมาที่ สายใจ ด่าๆๆๆๆ พวกโจร เพราะรู้แล้วว่าคือ เจิด กับสมุนทั้งสอง ในขณะที่ เจิด กำลังจะเข้ามาตบ สายใจ สัก ก็ได้ห้ามไว้ แล้วก็ถูก เจิด ตบหน้า 2 ครั้ง ในขณะนั้น ทองกวาว กับ บุปผา ก็พยายามที่จะปลดเชือกให้ตัวเอง จากนั้นก็ให้คิว หนุ่มมิว กับ หนุ่มคิมม่อน เข้ามาทำการแสดงคิวบู๊ โดยเก็บภาพทีละมุม โดยเก็บทาง คิมม่อน ก่อน จากนั้นก็เป็นคิวของ หนุ่มมิว กับ หนุ่มโตนนท์ ซึ่งทั้งคู่ก็ทำการแสดงคิวบู๊อย่างเมามันส์ ผลัดกันรุก ผลัดกันรับ สุดท้าย เจิด ถูกเตะจนสลบ คล้าว รีบเข้าไปแกะเชือกที่มัดอยู่ให้กับ ทองกวาว หลังจากวินาทีนั้น เจิด ก็ลุกขึ้นหยิบปืน และยิงเข้าตัว คล้าว เต็มๆ เพราะ คล้าว เอาตัวบัง ทองกวาว เอาไว้

โดยฉากยิง หนุ่มมิว ต้องถ่ายสองรอบ เพราะแรกคือเอาตัวบัง สาวชาล็อต ที่รอบคือต้องใส่เอฟเฟ็กต์ที่หลัง เพื่อให้การถูกยิงสมจริง ซึ่งฉากนี้นักแสดงแต่ละคนก็เอาใจช่วย หนุ่มมิว สุดฤทธิ์ และเมื่อผ่านฉากนี้ไปได้ นักแสดงแต่ละคนก็ส่งเสียง เย้ๆๆๆ เพราะเป็นการถ่ายทำฉากที่ยาว แถมมีคิวบู๊ด้วย แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดีนะจ้ะ!!! ส่วน พี่คล้าว จะรอดจากการสู่ขิตครั้งนี้หรือไม่ ไปเอาใจช่วย พี่คล้าว ฉากนี้ได้ในละคร “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗” ฉากนี้ได้ในคืน วันศุกร์ที่ 12 เมษายน 2567 (เสนอเป็นตอนจบ) ทางช่อง 3HD กด33 และสามารถติดตามรับชม #มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗ เวอร์ชัน Uncut และ ตอนพิเศษ EP.13 ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 23.55น. ทางแอปฯ WeTV หรือเว็บไซต์ www.WeTV.vip เท่านั้น >>>https://bit.ly/MonRakLukThung2567
“ปิดเมืองล่า Pattaya Heat” เฉิดฉายร่วมงานมหกรรมภาพยนตร์นานาชาตินครโฮจิมินห์ 2024 ได้รับเสียงตอบรับดีล้นหลาม
ประเดิมจัดขึ้นอย่างเป็นทางการสำหรับงานมหกรรมภาพยนตร์นานาชาตินครโฮจิมินห์ 2024 หรือ Ho Chi Minh City International (HIFF 2024) ณ โรงละครโฮจิมินห์ เมื่อวันที่ 6-13 เมษายน 2024 ซึ่งภายในงานครั้งนี้ผู้กำกับภาพยนตร์และนักแสดงที่มีชื่อเสียงจากประเทศต่าง​ๆ​เดินทางเข้าร่วมงานกว่า 200 คน

ซึ่งภาพยนตร์เรื่อง “ปิดเมืองล่า Pattaya Heat” โดย “บริษัทฮอลลีวู้ด (ไทยแลนด์)” ก็เป็นตัวแทนภาพยนตร์ไทยไปฉายในรอบกาลาร์ฟิล์มเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2024 ในเวลา 19.00 น.ที่ผ่านมา โดยมีคุณวสันต์ หอมแสงประดิษฐ์ ผู้บริหาร “บริษัทฮอลลีวู้ด (ไทยแลนด์)” และผู้กำกับ Yang Shupeng (หยาง ซู่เผิง) รวมไปถึงนักแสดงนำชื่อดังอย่าง ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล และ คริสติน กุลสตรี มิชารัลสกี้ ร่วมพูดคุยและตอบคำถามต่าง ๆ ภายในงาน ซึ่งได้รับความสนใจและการตอบรับอย่างดีเยี่ยม นับเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยในช่วงท้ายได้รับเกียรติจากนางสาววีรกา มุทิตาภรณ์ กงสุลใหญ่ ณ สถานกงสุลนครโฮจิมินห์ ร่วมมอบดอกไม้ให้กับผู้กำกับและทีมนักแสดงอีกด้วย

สำหรับในงานมหกรรมภาพยนตร์นานาชาตินครโฮจิมินห์ 2024 จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั่วโลก โดยมีการมอบรางวัลต่างๆ เช่น รางวัลดาวทองสำหรับภาพยนตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยอดเยี่ยม ผู้กำกับรุ่นใหม่ยอดเยี่ยม รางวัลภาพยนตร์เรื่องสั้นยอดเยี่ยม เป็นต้น โดยมีคณะกรรมการตัดสินของ HIFF 2024 เป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในยุโรป เอเชีย อเมริกา และเวียดนาม
“พระดล” ฟีเวอร์ “ปั๊บ โปเตโต้” รับติดใจการแสดง ขอบคุณทุกแรงเชียร์ ได้ไอเดียอัลบั้มใหม่ต่อเลย
นาทีนี้มีแต่คนเรียก “พระดล” กันหมดเพราะกระแสตั้งแต่ภาพคาแรกเตอร์แรกของ “ปั๊บ โปเตโต้” จากซีรีส์เรื่อง “สาธุ” ปล่อยออกมา ชวนให้ทุกคนลืมภาพนักร้องไปหมดสิ้น แถมแต่ละคนยังพยายามเอาเพลงมาแปลงเป็นบทสวดกันเต็มฟีด จนซีรีส์ออกอากาศกระแสของพระดลก็ยังฮอตไม่เลิก เรียกว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ถึงขั้นติดใจการแสดงและจากการตั้งใจศึกษานิสัยใจคอของพระดลอย่างลึกซึ้ง อาจจะส่งผลถึงคอนเซ็ปต์อัลบั้มใหม่ของโปเตโต้เลยก็เป็นได้

ปั๊บ เล่าว่า “ผมว่าอาชีพนักแสดงเป็นอาชีพที่น่าสนใจครับ ตั้งเเต่ได้เเสดงในหนังขอบคุณที่รักกันหรือซีรีส์ทิ้งไว้กลางทางก็คิดว่าน่าสนุกดี พอพี่เเจ็ค วัฒนพงศ์ ผู้กำกับมาชวน ด้วยเวลาที่ลงตัวและบอกว่ารับบทเป็นพระก็อยากเล่นเเล้วครับ ตอนนั้นไม่ได้คาดหวังอะไรเลย แค่ดีใจที่ได้ทำในสิ่งที่เเปลกใหม่ ก็ตั้งใจเต็มที่ ศึกษาเพื่อให้เป็นพระดลที่สุด ผมจะสะใจมากเวลาผู้กำกับบอกว่า ผ่าน!!! แค่นั้นก็พึงพอใจแล้วครับ แต่พอภาพเเรกที่เป็นรูปพระปล่อยออกมา คนเเซว คนหยอก เอาภาพไปเล่นต่อ เอาเพลงมาเชื่อมโยง ขอบคุณที่ให้ความสนใจและสนุกไปกับสิ่งที่ผมทำ แถมได้ย้อนกลับไปฟังเพลงเก่าๆด้วย น่ารักมากเลยครับ และพอซีรีส์ออนเเอร์ก็ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆอีก ผมว่าทุกคนในทีมน่าจะดีใจที่ได้รับการตอบรับที่ดี ตอนนี้เวลาไปร้องเพลงก็มีคนเเซวเรียกพระดลบ้าง บอกให้เทศน์บ้างครับ(หัวเราะ)

ก็ต้องขอบคุณพี่เเจ็ค , ทีมผู้สร้าง , ทีม Netflix , ทีมงานทุกคนทุกฝ่าย , นักแสดงมืออาชีพ ดีใจที่ได้ร่วมงานกับทุกคนครับ เปิดประสบการณ์มากๆ ติดตามดู “สาธุ” ได้ที่ Netflix นะครับ ภูมิใจครับ ติดใจด้วยตอบแบบไม่อ้อมแอ้มเลย สนุกนะเวลาได้บทมาเเล้วได้ศึกษาและได้เป็นคนอื่น ถ้าจังหวะได้โอกาสดี อาจจะลองดูอีกครับ ซึ่งการได้รับบทพระดลก็ได้เเรงบันดาลใจในการทำเพลงนะ อัลบั้มใหม่ผมมองว่าน่าจะพูดถึงเรื่องการรู้จักตัวเอง พูดเรื่องความเป็นจริงมากขึ้น ตอนนี้ก็เริ่มแล้วได้ฟังกันเร็วๆนี้ครับ“
“นิว-ไผ่-ต่าย” เตรียมทวงคืนความยุติธรรม
กระแสเปรี้ยงปร้าง!! หลังช่องวัน31 ปล่อยตัวอย่างละครสะท้อนความเป็นจริงในสังคม “ดั่งธรณี” กับเรื่องราวการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ที่ความต่างของชนชั้น ทำให้ความยุติธรรมมาช้า จนกลายเป็นความไม่ยุติธรรม กับเรื่องราวดราม่าสุดเข้มข้น ที่ถ่ายทอดผ่านฝีมือ 3 นักแสดงท็อปสตาร์ นิว วงศกร, ไผ่ พงศธร, ต่าย อรทัย ที่เคียงบ่าเคียงไหล่ตามหาความจริง และพิสูจน์ว่าความเป็นธรรมยังมีอยู่บนโลกใบนี้!! ร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมืออีกคับคั่ง อาทิ กัปตัน-ภูธเนศ หงษ์มานพ, น้ำฝน-สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ, ทีม-คุณากร ปุราโส, เตียวหุย-เพชรปรัชญา เหลืองเดชานุรักษ์, เบลล์ นิภาดา, ฟิล์ม เฌอร์ลิษา, แคนดี้ รากแก่น, กานต์ ทศน, เดี่ยว-ชูพงษ์ ช่างปรุง, ดาหลา ธัญญาพร ฯลฯ ทำเอาต่อมความอยากดูของแฟนๆ พุ่งสูงปรี๊ด!! ล่าสุดละคร “ดั่งธรณี” พร้อมลงจอให้ทุกคนได้เสพความดราม่าสะเทือนดิน ฟินเต็มอรรถรสกันทั่วทั้งธรณี ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เริ่มตอนแรกจันทร์ที่ 22 เม.ย.นี้ ปักหมุดรอที่ช่องวัน31 ได้เลย..
ขยี้ตารัว “แอฟ” ลั่น ไม่ได้ตายด้าน “สงครามสมรส” คืนนี้ ต้องมีบทสรุป
ขยี้ตารัวๆ แม่คุณเอ๊ย!!! สิ้นสุดการรอคอย สำหรับ แฟนละครที่รอหวีดความฟิน วี๊ดวิ๊วของ ลูกความ อย่าง “แม่แอฟ ทักษอร” (บัวบงกช) และ คุณทนายหน้าหล่อ อย่าง “ตรี ภรภัทร” (ภาวินท์) เมื่อคืนที่ผ่านมา ละคร “สงครามสมรส” ช่องวัน31 (อีพี7) จัดความฟินจิ้นใจ ให้แบบเน้นๆ โดยเฉพาะ สำหรับ ฉากเด็ด น้ำเมาสร้างเรื่อง หลังจากที่ “แม่แอฟ” โดนแฉกลางศาล ว่าบกพร่องเรื่องบนเตียง จนกลายเป็นปมในใจ เมื่อน้ำเมาเข้าแทรกซึม จนกรึ่มได้ที่ งานนี้ เลยได้เห็นแม่แอฟ ลั่นวาจา “ฉันไม่ได้ตายด้าน” ก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกจูจุ๊บ หนุ่ม “ตรี” ก่อน แบบไม่ทันตั้งตัว ทำเอาแฟนละคร อื้อหือ! อู้หู! โอ้โห! ตาลุกวาว กับความใจถึงของ “บัวบงกช” ที่แม่แอฟสื่อความอึดอัด ความอัดอั้นในใจออกมาได้ สมกับเป็นตัวมัมด้านการแสดง ส่งให้เรตติ้งละครพุ่งแรงต่อเนื่อง ฟาดเรตติ้งไปอยู่ที่ 15+NW : 3.79 ,15+BKK : 4.40 และ 15+RURAL : 3.73

คืนนี้  9 เมษายน (อีพี8) สงครามแห่งการ ”ฟ้องหย่า” นัดสืบพยานครั้งสุดท้าย ต้องมีบทสรุป งานนี้ ใครเจ็บ? ใครจบ? และความสัมพันธ์ระหว่างลูกความ และทนาย ของ แอฟ และตรี จะแปรเปลี่ยนเป็นสถานะอื่นได้หรือไม่ ตามลุ้นได้ คืนนี้ เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน31
“เบิ้ล” สานฝันสร้างหนังแอ็คชั่นคอมเมดี้ “ปะฉะดะ”
บทพี่น้องสุดซี้ “ก้อง ห้วยไร่-นุ๊ก ธนดล” ฉีกแนวไม่ซ้ำเดิม​ จากผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์สะท้อนวิถีชีวิตม่วนคั่กของชาวอีสาน ล่าสุดซุป’ตาร์ลูกทุ่ง เบิ้ล ปทุมราช สานฝันสร้างหนังแอ็คชั่นคอมเมดี้ที่ตัวเองชื่นชอบอย่าง “ปะฉะดะ” โดยมีผู้กำกับคู่ใจ อรุณ-ธีรเดช สพันอยู่ ที่คร่ำหวอดในวงการสตั๊นท์แมนมากกว่า 10 ปี และเป็นผู้กำกับคิวบู๊ 2 ปี งานนี้หนุ่มเบิ้ลทุ่มทั้งแรงกายแรงใจเพื่อหนังแอ็คชั่นคอมเมดี้เรื่องแรกของตัวเอง

เบิ้ล กล่าวว่า “ผมเคยให้สัมภาษณ์มานานแล้วว่า ผมเป็นแฟนคลับของโจชิงฉือ แต่เราไม่มีโอกาสได้ทำหนังแนวนี้สักที พอผมโตขึ้นก็คิดว่าถึงเวลาที่เราอยากทำตามฝันของตัวเอง และเราพร้อมกับการทำหนังแอ็คชั่นแล้ว แต่ “ปะฉะดะ” ไม่ใช่หนังแอ็คชั่นที่ซีจีบู๊ระห่ำนะครับ จะคล้าย ๆ แนวหนังของ โจชิงฉือ ที่ดำเนินเรื่องในแบบชีวิตนำพาให้ไปเจอเหตุการณ์ต่าง ๆ แล้วมีความตลกและแอ็คชั่นมาสอดแทรก เรื่องนี้เป็นการวางพื้นฐานในเรื่องต่อ ๆ ไป บริษัท แลนด์ ออฟ สไมล์ ฟิล์ม แต่ขณะเดียวกันก็มีดราม่าเข้ามาแทรกเพื่อเพิ่มอรรถรสในการชมภาพยนตร์ สำหรับการทำหนังแอ็คชั่น ผมจะบอกพี่อรุณตลอดว่าผมต้องการอะไร และถ้าหนังต้องการอะไรเพิ่มให้บอกผม เราจะทำหนังประหยัดงบและดูถูกผู้ชมไม่ได้ หนังเรื่องหนึ่งเหมือนการทำเพชรขาย เราไม่จำเป็นต้องเติมเพชรให้อิ่มจนล้น เราต้องปรับและตัดให้รูปทรงสวยงามครับ”

“สำหรับเรื่องนี้ ผมรับบทเป็น “ห้าว” คาแร็คเตอร์แทบจะไม่แตกต่างจากผมเลย ตลกโปกฮา เฟอะฟะ เขามีปมด้อยตั้งแต่เด็ก คือเขาไม่มีพ่อแม่ดูแล แต่สุดท้ายเขาก็เติบโตมาได้และเป็นคนดี ถึงแม้จะใช้ชีวิตอยู่ในบ่อน แต่ก็มีจิตใจที่ใฝ่ดี ในส่วนของการเล่นแอ็คชั่น รู้สึกรักนะครับ แต่ผมก็ยังไม่กล้าแอ็คชั่นเต็มขั้น เราเล่นแนวโบ๊ะบ๊ะไปก่อน ถามว่ายากไหม ผมว่ามันดีกว่าแอ็คชั่นที่ใช้สลิง หรือแข็งแกร่งจนเหนื่อยล้านะ แนวโบ๊ะบ๊ะเราสามารถผิดพลาดได้เพราะเราไม่ใช่คนเก่ง ท่าไม่ต้องสวยก็ได้ ส่วนเนื้อหาของหนัง ดำเนินเรื่องด้วยคอมเมดี้ แต่ไม่ได้คอมเมดี้จัดเกินไป มีสะท้อนชีวิต อารมณ์ ความสูญเสีย มีการแก้แค้นที่สมเหตุสมผล แต่ก็แทรกด้วยรอยยิ้ม ในส่วนของตัวละครทุกตัวมีความตลกและมุมเด่นของตัวเอง อย่างบทของนุ๊ก ธนดล หรือ พี่ก้อง ห้วยไร่ คาแร็คเตอร์แต่ละคนจะชัดเจน จะได้เห็นพี่ก้องและนุ๊กในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนแน่นอน ก็ฝากติดตาม “ปะฉะดะ” ด้วยครับ เป็นการเปิดศักราชปีใหม่กับแนวหนังใหม่ ๆ ที่ “แลนด์ ออฟ สไมล์” ตั้งใจทำ ผมไม่ได้คาดหวังสูงมาก แต่ความตั้งใจเต็มร้อยอยู่แล้วครับ”

ติดตามชมบทบาท “ห้าว” ของ เบิ้ล ปทุมราช ได้ใน “ปะฉะดะ” วันที่ 25 เม.ย.นี้ ในโรงภาพยนตร์
หลุด!!..ภาพ EP1 “Every You Every Me” The Series
คุณขา… น่ารักแบบฉ่ำ!! มามุงงง ภาพหลุด จาก “Every You Every Me (ทุกๆ เธอ ที่รัก)” The Series EP1 Y ซีรีส์เรื่องล่าสุดจากค่าย Maiosiam Artist Management ที่จับคู่ 2 หนุ่ม มิก มณฑล และ ท๊อป ปิยวัฒน์ โคจรมาเจอกันอีกครั้ง แอบแว่วมาว่า ซีรีส์จัดเต็มทั้งแฟนตาซีและยังเต็มไปด้วยความโรแมนติก-ดราม่า งานนี้แค่ได้เห็นตัวอย่างภาพเบื้องหลังการถ่ายทำ ก็ได้กลิ่นมวลความรักฟุ้งกระจายไปทั่วกองเลยทีเดียวจ๊ะ!!

เอาเป็นว่าแฟนๆ คนไหน ที่คิดถึงโมเม้นท์ของ 2 หนุ่ม “มิก-ท๊อป” เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม เพราะได้ข่าวว่าตอนนี้ทั้งคู่และทีมงาน กำลังตั้งใจถ่ายทำซีรีส์อย่างเต็มที่ ไม่นานเกินรอ…ได้ชมกันอย่างแน่นอน แต่!! ถ้าใครอดใจไม่ไหว ไปเกาะติดความเคลื่อนไหวแบบออฟฟิเชียลของ “Every You Every Me(ทุกๆ เธอที่รัก)” The Series ได้ที่ Instagram : everyutheseries และ TikTok @everyutheseries รับรองว่าฟินแน่นอน!!
“อาเล็ก ธีรเดช” บทพิสูจน์ความเป็นนักแสดงมืออาชีพ เผยธาตุแท้ผู้ชายใน “ลมเล่นไฟ” ครั้งแรกกับการรับบทพ่อ!
“อาเล็ก ธีรเดช เมธาวรายุทธ” พระเอกหนุ่มอารมณ์ดีที่ไม่มีใครไม่รู้จัก ทุกคนเคยเห็นเขาโชว์ฝีมือการแสดงมาแล้วนักต่อนัก ทั้งคอมเมดี้ โรแมนติก ดราม่า แต่ล่าสุดได้สร้างความฮือฮาให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก เมื่อ “ลมเล่นไฟ” ช่อง 3 นำเขามาในบริบทสามีและพ่อ ชื่อ ธราดล หรือ ดิน แต่สิ่งทำให้คนดูทึ่งกว่าตัวคาแรคเตอร์คือการที่หนุ่ม “อาเล็ก ธีรเดช” ต้องงัดสกิลมาใช้ปะทะอารมณ์ พร้อมสาดเลิฟซีนกับสองสาวตัวแม่ “เชอรี่ เข็มอัปสร” และ “อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม” เรียกว่าละครออกอากาศไม่นานก็ทำคนดูติดละครหนึบ ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยเห็น “อาเล็ก ธีรเดช” ในลุคนี้ที่พาทุกคนอินกับความเปราะบางของใจ ดิน ที่เผยธาตุแท้ผู้ชาย จนเกิดกระแสทั้งคนเข้าใจและคนไม่เห็นด้วยที่แม้ดินจะโดนภรรยาบ่นใส่แค่ไหน ก็ไม่ควรพลาดมีหญิงอื่น!

ก่อนจะทำให้ทุกคนอินหนักขนาดนี้ “อาเล็ก ธีรเดช” ก็พูดถึงความยากที่ต้องฝ่าไปให้ได้ในบทนี้ “ตัวละครดินเป็นผู้ชายที่มีตรรกะทั่วไป ทำงาน มีภรรยา มีลูก เรียกว่าเป็นละครเรื่องแรกที่ผมรับบทพ่อ ซึ่งตั้งแต่เล่นละครมาผมไม่เคยเล่นบทมีลูกมาก่อน มันก็เลยเป็นความท้าทายของผม โชคดีที่ได้พี่โอ๊ตผู้กำกับฯ มาคอยช่วย เห็นเวลาพี่โอ๊ตอยู่กับลูกน่ารักมาก อีกอย่างที่มันท้าทายคือการที่ดินมีภรรยาอยู่แล้ว แต่ก็ยังนอกใจมีคนอื่น ด้วยความที่ภรรยาพระพายเป็นคนชอบเจ้ากี้เจ้าการ ทำให้ดินมีความอึดอัดในใจอยู่แล้ว พอมาเจอเฟลมที่ทำให้เรารู้สึกมีคุณค่าในตัวเองมันก็เลยเกิดเรื่องราวลุกเป็นไฟขึ้นมา และดินทำผิดพลาดเขาก็อยากจะแก้ไขทุกอย่างให้มันถูกต้องเพื่อภรรยา แต่พอเจอเฟลมก็เหลวเป๋วยอมเขา ตรงนี้แหละที่ยาก เพราะต้องบาลานซ์อารมณ์ตัวละครที่สวิงไปมา คือถ้าเกิดว่าผมถ่ายทอดออกมาได้ไม่ดีพอ มันก็จะกลายเป็นผู้ชายที่ไม่ได้สนใจภรรยา ก็อยากให้ทุกคนมาติดตามกันว่าตัวละครดิน จะแก้ไขสิ่งที่ทำผิดพลาดยังไง ผมเชื่อว่าด้วยสถานการณ์ในเรื่อง ซีนแซ่บ ๆ ซีนที่สะท้อนความสัมพันธ์ของคนสมัยนี้ จะทำให้ทุกคนสนุกไปกับ ลมเล่นไฟ”

นอกจากนี้ “อาเล็ก ธีรเดช” ยังพูดถึงเจ้าตัวเล็ก “ฮิมาวาริ ทาจิริ” คนที่รับบทเป็นลูกสาว “น้ำไนล์ในเรื่องคือได้พ่อเต็ม ๆ ลูกหมวยมาก น้องเล่นเก่งมากครับ ผมก็มีแกล้งเล่นกับน้องบ้างแต่ก็ไม่ได้แกล้งเยอะเพราะน้องตัวเล็กแต่ตอนนี้น่าจะโตแล้วแหละครับ” ต้องไปดูกันต่อว่าลุคคุณพ่อเจ้าเสน่ห์แรงของ “อาเล็ก ธีรเดช” กับบทบาท “ดิน” ที่ขนาดมีภรรยาแล้ว หญิงอื่นยังต้องการแบบนี้ จะทำคนดูตกหลุมรัก หรือ อยากหยุมหัว! ติดตามละคร “ลมเล่นไฟ” ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus
“ไมกี้ ปณิธาน” เขินจัดจูบแรก “ญดา นริลญา” ไม่ง่ายอย่างที่คิด!!
กลายเป็นขวัญใจคนไปเรียบร้อย ตั้งแต่ละครยังไม่ทันได้ออนแอร์ สำหรับพระเอกน้องใหม่หน้าใส “ไมกี้ ปณิธาน บุตรแก้ว” แถมเคมีกับนางเอกยอดฝีมือ “ญดา นริลญา กุลมงคลเพชร” ก็ยังพากันแมสจนแฟน ๆ จับตารอดู ละครชุด “ดวงใจเทวพรหม” เรื่อง “ขวัญฤทัย” กันเพียบ บอกเลยเรื่องนี้แฟนละครไม่ต้องรอลุ้นความสัมพันธ์ของคุณหมอหน้าหวานอย่าง พันตรีนายแพทย์หม่อมหลวง ฉัตรเกล้า จุฑาเทพ และขวัญฤทัย หรือ “ไอ้ทัย” หัวโจกประจำหมู่บ้านกันนาน เพราะเจอหน้ากันครั้งแรกนางเอกญดาก็ขอเช็คอินจูบปากไมกี้กันไปเลย

เอาแค่เบื้องหลังการซ้อมที่ “ป้าแจ๋ว ยุทธนา ลอพันธ์ไพบูลย์” ผกก.บรีฟละเอียดติวเข้มทั้งอารมณ์ความรู้สึก จัดท่าจัดทางให้แล้วก็ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เพราะจูบนี้ไมกี้บอกตื่นเต้นมาก เกิดมายังไม่เคยจูบสาวคนไหนมาก่อน ซึ่งญดาบอกเดี๋ยวพี่จะเป็นจูบแรกให้น้องเอง รับรองประทับใจ เพราะกว่าจะจูบกันได้พระนางหยุมหัวจะตีกันตาย ทั้งแย่งตะกร้าขายของ ทั้งแย่งหมวก หกล้ม หกลุก ซึ่งญดาก็ตัวเล็ก แต่ด้วยความห้าวทะโมนเกินหญิงญดาก็ต้องสู้กับไมกี้ให้ได้ และเมื่อสู้แรงผู้ชายไม่ไหว ญดาก็เลยใช้ไม้ตาย วิ่งเข้าข้างหลังแบบทีเผลอ แต่บังเอิญที่ไมกี้หันหน้ามาพอดี จากที่จะกระโดดโจมตีขี่หลัง กลายเป็นวิ่งเข้าเอวด้านหน้า ญดาจะเบรกก็เบรกไม่ทัน ส่วนไมกี้จะหลบก็หลบไม่ทันเช่นกัน ญดาเลยอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกปากไปจุ๊บปากของไมกี้เข้าเต็ม ๆ ไม่มีเฉียด ไม่มีพลาดเป้า แต่กว่าจะถ่ายเสร็จนั้นเบื้องหลังบอกเลยทุลักทุเลจัด เพราะต้องเปลี่ยนมุมกล้องไปมา ทั้งรับแคบ รับกว้าง จนป้าแจ๋วเห็นว่าสมใจญดาก็จูบไมกี้ไปแล้ว 5-6 ทีพอถ่ายเสร็จไม่กี้ถึงกับบอกเป็นจูบที่ลืมไม่ลงจริง ๆ แถมยังขอโทษและขอบคุณญดาที่อดทนคอยแนะนำคอยสอนน้องตลอด ญดาบอกเต็มที่เป็นบัดดี้กันแล้วจะทิ้งกันได้ไง บอกเลยว่านี่แค่เจอหน้ากันก็จูบกันซะแล้ว ไอ้ทัยจอมห้าวจะจัดการกับคุณหมอหน้าหวานยังไงต้องรอดู

ติดตามชมละครชุด “ดวงใจเทวพรหม” เรื่อง “ขวัญฤทัย” เวลา 20.20 น. ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เริ่มตอนแรก 12 เมษายนนี้ ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus
เตรียมเซอร์ไพร้ส์!! บทสรุป FINAL EP. ของ “ปลื้มคนโปรด” ที่คุณอาจได้เป็นคนโปรดของเขา...ในสักวัน
เดินทางมาถึงบทสรุป ที่ไม่หยุดความพีคสำหรับซีรีส์ “ปลื้มคนโปรด” ที่ผลิตโดยบริษัท “แม็กซิม่อน เอ็นเตอร์เทนเมนต์” ของผู้จัด คุณม่อน - ศุภกิตติ์ กันอุปัทว์ กับความสัมพันธ์ของพี่ปลื้ม ที่ไล่เรียงมาตั้งแต่เรื่องแฟนเก่าพี่ปลื้มที่ยังลืมไม่ได้ อีกทั้งความไม่ชัดเจนที่ดูไม่ออกว่ามีใจให้ แล้วสถานะของโปรดที่แอบชอบพี่ปลื้มจะลงเอยได้อย่างไร

เรื่องราวท้ายสุดที่จะหยุดหัวใจใครต่อใครหลาย ๆ คน เริ่มต้นที่ทุกคนพาน้องออกค่ายอาสาโดยมี พาย (เพียว-ปภาวรรณ แสงอรุณ) ติดตามไปด้วย และตัวติด ปลื้ม (คิมม่อน-วโรดม เข็มมณฑา) อยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ คนโปรด (คัท-ธนวัฒน์ สุขเฟื่องฟู) ตัดสินใจว่าเขาจะตัดใจจากปลื้ม เพื่อน ๆ จึงวางแผนทำให้ปลื้มรู้ใจตัวเองโดยให้ เจษ (ซีเกมส์-ภัทรเรืองฤทธิ์ นามวงค์ยศ) ไปสารภาพและขอคนโปรดเป็นแฟน ทำให้ปลื้มรู้ว่าตัวเองจะสูญเสียของรักจึงรีบตามไปหาคนโปรด และได้รู้ว่าคนโปรดไม่ได้รับรักเจษ ปลื้มดีใจเป็นอย่างมากและได้สารภาพรักกับคนโปรด เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่า ประภา (ดี้-ปัทมา ปานทอง) หมดสติ พวกเขาจึงพาประภาส่งโรงพยาบาล ปลื้มคอยอยู่ดูแลคนโปรดตลอดเวลา คนโปรดจึงรู้ว่าปลื้มนั้นรักตัวเองจริง ๆ และในวันเกิดของคนโปรด ปลื้มจึงได้เซอร์ไพรส์คนโปรดและขอแลกเกียร์เพื่อเก็บไว้

คิมม่อน-คัท เผยว่า “พวกเราดีใจที่แฟน ๆ ปลื้มคนโปรดมีฟีดแบคที่ดีมาตั้งแต่ต้นจนตอนนี้ Final Ep แล้ว เรา 2 คนในฐานะนักแสดง และตัวแทน นักแสดง ทีมงาน ต้องขอบคุณทุกคนจริงๆครับ พวกเราตั้งใจทำงานกันมาก ๆ ทุกฉาก ทุกซีน คือเพื่อแฟน ๆ ครับ Final Ep บอกเลยว่า ทุกความพีคจะมารวมอยู่ตรงนี้ ทุกคู่ ทุกความสัมพันธ์ที่ลุ้นกันมา จะถูกปลดล็อค และคลี่คลาย ส่วนจะฟินแค่ไหน ต้องฝากติดตามกันนะครับ“

บทสรุปความสัมพันธ์แบบชอบใครสักคน แล้วบอกเขาไปเถอะ ถึงโอกาสจะมีน้อย แต่คุณอาจได้เป็นคนโปรดของเขา...ในสักวัน จะได้ดั่งใจฝันหรือไม่ โดยเฉพาะการไม่อยากยอมรับว่าตัวเองชอบผู้ชาย เลยคบผู้หญิงปิดบังความชอบตัวเองมาโดยตลอด จนมาเจอกันอีกครั้ง จะยุติลงแบบใด ติดตามได้ในซีรีส์ “ปลื้มคนโปรด” EP 8 (FINAL EP) ในวันเสาร์ที่ 6 เมษายน นี้ เวลา 22.40 ทางช่อง 3 กด 33 และ สามารถชมย้อนหลังได้ทาง WeTV
 
#ปลื้มคนโปรด #Asecretlylove #MaximonEntertainment #คิมคัท #kimkut #kut_tanawat #ขุณขิมมอญ #ดูทีวีกด33 #ดูมือถือกด3plus #WeTV
“จูเนียร์-ฟลุ๊คจ์” จูบสุดฟิน หลังขยับสถานะ โค้งสุดท้ายกับโมเมนต์ที่รอคอย ใน“คุณได้ไปต่อ”
เดินทางมาสู่โค้งสุดท้ายแล้ว สำหรับ “คุณได้ไปต่อ”(To be continued) ที่ฉากโรแมนติกซีนใน EP7 ยังตราตรึง แฟนๆชื่นชมความ “ทำถึง!” เป็นฉาก NC ในด้วยใจ เป็นกระแสฟีเว่อร์แรงติดเทรนด์ X และถูกพูดถึงไปทั่วโลกออนไลน์ ซึ่งใน อีพี 8 ตอนจบ เตรียมตุนหมอนไว้รอได้เลย หลังจาก อชิ(จูเนียร์-กาจบัณฑิต) ปรับความเข้าใจกับ หมอจิ(ฟลุ๊คจ์-พงศ์ภัทร์) ทั้งคู่ก็ใส่เกียร์เดินหน้าสานต่อความสัมพันธ์ที่รอกันมา 10 ปี ชนิดที่มัมหมีต้องตุนหมอนไว้รอกันเลยทีเดียว

สำหรับฉากส่งท้ายความสัมพันธ์ที่รอคอย เมื่อทุกอย่างคลี่คลาย ทั้งอชิ(จูเนียร์-กาจบัณฑิต) และ หมอจิ(ฟลุ๊คจ์-พงศ์ภัทร) ยอมรับและก้าวต่อไปในทุกปัญหาที่ได้รับการแก้ไข ยอมรับ เปิดเผยความรู้สึกของตัวเองด้วยความโหยหาแบบเนื้อแนบเนื้อ จูบไม่พัก ซึ่งเป็นฉากที่ทั้งคู่ปล่อยอารมณ์ทางการแสดงแบบสุดตัว เปลี่ยนจากห้องนั่งเล่นเป็นเตาอบไม่เกินจริง ร้อนแรงทุกองศาจนมัมหมีอย่างเราต้องอึ้ง! กับฝีมือการแสดงของคู่ จูเนียร์-ฟลุ๊คจ์ เรียกว่าเป็นอีพีส่งท้ายที่ต้องปักหมุดส่งขึ้นแท่นเป็นซีรีส์น้ำดีอย่างแน่นอน

ห้ามพลาดกับบทสรุปเรื่องราวความสัมพันธ์ของเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อจะจบลงอย่างไร ตามมาให้กำลังใจไปพร้อมกันใน ซีรีส์ “คุณได้ไปต่อ” (To Be Continued) ในวันจันทร์ที่ 8 เมษายนนี้ เสนอเป็นตอนจบ เวลา 22.45 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus และ Netflix พร้อมกัน 11 ประเทศทั่วโลก
“แอฟ” จุกอกหนัก!!! โดนแฉเรื่องบนเตียง
“ตรี-ไผ่” งัดกันแหลก!!! นัดสืบพยาน “คดีฟ้องหย่า” ครั้งสุดท้าย เลือดนักสู้ แรงไม่ไหว สำหรับ หญิงแกร่ง อย่าง “แม่แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ” หรือ “บัวบงกช” ในละคร “สงครามสมรส” ช่องวัน31 บอกเลยว่า สัปดาห์นี้ มีความพีคในพีครออยู่ เพราะเป็นการนัดสืบพยานครั้งสุดท้าย “คดีฟ้องหย่า” งานนี้ แม่แอฟ กับ พ่อทนายไมโครเวฟ “ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา” (ภาวินท์) จึงต้องตั้งสติ และพร้อมรบเต็มที่ เพราะดูทรงแล้ว สามีตัวดี “ชาคริต แย้มนาม” (ปรเมศวร์) และ “มายด์-ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล” (อรนลิน) ชู้ตัวแสบ เตรียมตัวมาเล่นงานแม่แอฟเต็มที่ ยิ่งได้ ทนายตัวตึง “ไผ่-พาทิศ พิสิฐกุล” (กนกพล) ติดอาวุธหนักให้ ความมั่นใจของชาคริต จึงโชว์หรา ออกนอกหน้า จนตรีต้องรีบติวเข้ม แม่แอฟ ให้มีสติ อยู่เหนืออารมณ์ จังหวะที่ ต่างฝ่ายต่างงัด ของแรงเข้าใส่กัน หวังพังเกมอีกฝ่ายให้หงายเงิบ แม่แอฟ ผู้ยืนหยัด ในการใช้ความจริงเข้าต่อสู้ กลับโดนไผ่ สาวไส้กลางศาล ด้วยการแฉเรื่องบนเตียง!!! ทำเอาแม่แอฟจุกอกทั้งน้ำตา โดนดอกนี้เข้าไป แม่แอฟจะยังดึงสติตัวเองอยู่หรือไม่ และนัดสืบพยานครั้งสุดท้ายนี้ พยานปากเอก ของแต่ละฝ่าย ใครจะมีน้ำหนักมากกว่ากัน จับจองที่นั่งในศาล และร่วมให้กำลังใจแม่แอฟไปพร้อมกัน ในวันจันทร์ที่ 8 เมษายนนี้ (อีพี7) เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน31

สามารถรับชม ละครใหม่!! “สงครามสมรส” ดูทีวี ทางช่องวัน31 และดูออนไลน์ ทางแอปฯ oneD ที่แรก!! ที่เดียว!! ดาวน์โหลดฟรี!!
เจ้าชายแห่งหนังสยองขวัญ” คนใหม่แห่งเอเชียจาก ไนท์ เอดจ์ พิคเจอร์ส เตรียมจัดหนัก ขนทัพภาพยนตร์ปี 2567 จนคุณ “ระทึกจนนั่งไม่ติด” มากยิ่งขึ้น
ไนท์ เอดจ์ พิคเจอร์ส บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์สยองขวัญมาแรงแห่งยุค วางแผนเปิดตัวภาพยนตร์และซีรีส์แนวสยองขวัญในช่วง 2 ปีต่อจากนี้ เพื่อสานต่อความสำเร็จหลังจากนำภาพยนตร์ “Talk To Me จับ มือ ผี” เข้าฉายในประเทศไทย และทำรายได้ทะลุ 20 ล้านบาทในปี 2566 ซึ่งในปีนี้ทางค่ายสัญญาว่าจะนำภาพยนตร์สยองขวัญที่ยกระดับมาสู่สายตาแฟน ๆ มากยิ่งขึ้น “ความสยองขวัญที่จะทำให้คุณลุ้นจนนั่งไม่ติด” นี่คือสโลแกนที่ทาง ไนท์ เอดจ์ พิคเจอร์ส ตั้งใจนำภาพยนตร์สยองขวัญน้ำดีจากทั่วโลกเสิร์ฟให้ผู้ชมได้ตื่นเต้นตลอดปี 2567 เริ่มต้นด้วย “When Evil Lurks ปีศาจ ลวง ตาย” ภาพยนตร์สยองขวัญสุดเฮี้ยนคะแนนสูงสุดจาก Rotten Tomatoes พร้อมเข้าฉาย 25 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

ต่อด้วยภาพยนตร์แอ็กชันฟอร์มยักษ์ “Boy Kills World” โดยเป็นการผนึกกำลังกำลังครั้งสำคัญร่วมกับ M Studio โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ดาราหนุ่มสุดฮ็อต “Bill Skarsgard” นักแสดงแถวหน้าแห่งฮอลลีวูด อำนวยการสร้างโดยผู้กำกับในตำนาน Sam Raimi จากไตรภาค Spider-Man และ แฟรนไชส์ Evil Dead ผีอมตะ ซึ่งเป็นแนวแอ็กชัน บู๊เลือดสาดเรื่องแรกที่ทางค่ายนำมาสร้างความหลากหลายให้กับผู้ชมได้สัมผัส

สุดท้ายกับภาพยนตร์ระทึกขวัญวิ่งไล่เชือด “Strange Darling” จากค่าย Miramax โดย ผู้กำกับ J.T. Mollner เปิดตัวสุดแรงด้วยคะแนน 100% บน Rotten Tomatoes มีคิวฉายช่วงสิงหาคมนี้ คุณ ฮานส์ ออดริก บี. เอสติอัลโบ (Hans Audric B. Estialbo) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการของ ไนท์ เอดจ์ พิคเจอร์ส ซึ่งได้รับการขนานนามในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยว่าเป็น เจ้าชายแห่งหนังสยองขวัญ​ คนต่อไป กล่าวว่า ความต้องการเนื้อหาแนวสยองขวัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากภาพยนตร์และซีรีส์แนวสยองขวัญและระทึกขวัญ ผลิตในประเทศไทยได้รับการยกย่องอย่างสูงทั่วโลก โดยเฉพาะภาพยนตร์ที่ผลิตโดยผู้สร้างอิสระ ได้สร้างสีสันใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศ ในฐานะสตูดิโอแห่งแรกในเอเชียที่เน้นภาพยนตร์แนวสยองขวัญ และ ระทึกขวัญ เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอเรื่องราวที่เต็มไปด้วยอารมณ์ผ่านภาพยนตร์ของเรา

นอกเหนือจากภาพยนตร์ต่างประเทศ ทางค่ายยังประกาศโปรเจกต์ภาพยนตร์ไทยของตัวเองอีกด้วย ซึ่งได้เปิดตัวไปในงาน Hong Kong International Film & TV Market 2024 (FILMART) ที่ผ่านมา โดย เรื่องแรกได้ร่วมโปรเจกต์กับ “ก้องเกียรติ โขมศิริ” จาก ภาพยนตร์แฟรนไชส์ ขุนพันธ์​ ที่ทำรายได้สูงในประเทศไทย อีกทั้งร่วมผลิตภาพยนตร์กับบริษัท Film Frame Production ทีมงานเบื้องหลังภาพยนตร์ที่ทุกคนรอคอย อย่าง Home Sweet Home : Rebirth ที่ดัดแปลงจากวิดีโอเกม แนวแอ็กชัน-สยองขวัญชื่อดังแห่งยุค

ปิดท้ายด้วยโปรเจกต์สุดร้อนแรงกับซีรีส์แนวกฏหมาย ระทึกขวัญ สืบสวนสอบสวน ที่จะกระชากใจผู้ชมสูงสุด เป็นการร่วมผลิตระหว่าง ไนท์ เอดจ์ พิคเจอร์ส และ กันตนา กรุ๊ป หนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านบันเทิงแห่งเอเชีย

คุณฮานส์ กล่าวเสริมว่า “ไนท์ เอดจ์ พิคเจอร์ส ก่อตั้งขึ้นเป็นแพลตฟอร์มให้นักเล่าเรื่อง นักสร้างสรรค์ ผู้ผลิต และ นักลงทุนในอนาคต เพื่อสร้างความตื่นเต้นเร้าใจแบบใหม่ให้แฟนหนังรุ่นใหม่ได้ตื่นเต้นตลอดปี พวกเรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้มีส่วนร่วมสร้างตำนานความสยองขวัญให้กับวงการอุตสาหกรรมบันเทิงร่วมกับสตูดิโออื่น ๆ ต่อไป

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Night Edge Pictures ติดตามได้ตามช่องทางเว็บไซต์ nightedgepictures.com หรือติดตาม @nightedgepictures บน Facebook, YouTube, Instagram, X และ Tiktok
เปิดกล้องละคร “หนี้รักเกียรติยศ”ดัน “ชมพู อทิตา” ขึ้นแท่นนางเอก ประกบ “อั๋น อัครพรรฒ”
ได้ฤกษ์เปิดกล้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กับละครแนวโรแมนติกดรามาเข้มข้น เรื่อง “หนี้รักเกียรติยศ” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ที่สำคัญงานนี้ได้ “ชมพู-อทิตา พยัคฆ์” ขึ้นแท่นเป็นนางเอกป้ายแดงเรื่องแรก อย่างที่รู้กันว่า เธอคนนี้คือ ผู้ชนะเลิศการประกวด นางร้ายไทยแลนด์ คนแรกของประวัติศาสตร์ละครไทย แต่ด้วยใบหน้าที่มีความสวย ความสามารถที่โดดเด่น เล่นได้ทุกคาแรกเตอร์ หลังจากที่เข้ามาแคสติ้งบทนี้ เธอจึงถูกผลักดันให้เป็นนางเอกละครเรื่องนี้ทันที ประกบพระเอก “อั๋น- อัครพรรฒ บุนนาค” บอกเลยว่า ดูจากภาพและการเข้าฉากในวันแรกของการเปิดกล้อง เคมีของทั้งคู่ผสมผสานออกมาได้ลงตัว อีกทั้งยังมีนักแสดงมากฝีมืออีก คับคั่ง อาร์ม สุกวิณ แก้วพิกุล, ตังเม เมธาวี ธีรลีกุล, ซานต้า ศศรส สุวัฒนาพร, ชานนทร์ ทิพกนก, แม่อี๊ด ดวงใจ หทัยกาญจน์, เดือน ไปรมา รัชตะฯลฯ พร้อมแท็กทีมถ่ายทอดการแสดงแน่นจอ

หนี้รักเกียรติยศ บทประพันธ์โดย บุษบาบัณ บทโทรทัศน์โดย วัณาทิตย์ เป็นเรื่องราวของ นิราอร (ชมพู อทิตา) กำลังจะโดนยึดบ้านและไร่ที่เป็นมรดกตกทอด เพราะ ศรัณ (ชานนทร์) พี่ชายติดการพนัน เธอจึงตัดสินใจแต่งงานกับ อภิชาติ (อาร์ม สุกวิณ) ลูกชายคนเล็กของ เนื้อบุญ (เดือน ไปรมา) หลานของ ปรุงฉัตร (อี๊ด ดวงใจ) แต่แล้วอภิชาติถูกยิงตาย ปรุงฉัตรจึงให้ นิราอร แต่งกับ เอกภพ (อั๋น อัครพรรฒ) หลานชายคนโตแทน เพราะเธอเชื่อดวงว่า สามีจะมาเกิดกับผู้หญิงที่เกิดปีเถาะ ในปีมะโรงที่จะมาถึงนี้ เรื่องราววุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้น เพราะเอกภพมีคนรักอยู่แล้วคือ มีนา(ตังเม เมธาวี) ลูกสาว กำนันเรือง(เวนย์ ฟอลโคเนอร์) และเนื้อบุญก็รังเกียจนิราอร คิดว่าเป็นตัวซวยทำให้ลูกชายคนเล็กตาย แล้วท้ายที่สุดความวุ่นวายนี้ จะมีบทสรุปอย่างไร ติดตามได้เร็ว ๆ นี้ในละคร หนี้รักเกียรติยศ

โดยบรรยากาศในการถ่ายทำวันแรก นอกจากฉากน่ารัก ๆ ที่ทั้งคู่เข้าด้วยกัน ฉากปะทะคารมณ์โหมด ดรามา ก็มีให้เห็นไม่น้อย ด้านชมพูที่เตรียมตัวทำการบ้านมาแน่นปึ้ก แอบออกอาการตื่นเต้น เพราะนี่คือการลงสนามจริง ในฐานะนักแสดงเต็มตัวครั้งแรก แต่งานนี้เราได้เทรนเนอร์ดีอย่างพระเอกอั๋น แม่อี๊ดและแม่เดือน และพี่เบิร์ด ภูมิภัทร ผู้กำกับการแสดงที่คอยช่วยซัพพอร์ต ให้คำแนะนำตลอดการถ่ายทำ เรียกว่า เปิดกล้องวันแรก ก็ได้ชิมลางฉากที่หลากหลาย ครบรส ซึ่งละครเรื่องนี้การันตีความเข้มข้นตามแบบฉบับละครช่อง 8 สามารถอัปเดตความเคลื่อนไหวละคร หนี้รักเกียรติยศ ได้ที่ เฟซบุ๊ก ช่อง 8 และ เฟซบุ๊ก ละครช่อง 8 ห้ามพลาด
ถึงเวลา “ไมกี้-ญดา” รับไม้ต่อ “ลออจันทร์” พร้อมปล่อยเคมีอันตราย ใน “ขวัญฤทัย” 12 เม.ย. นี้
อดใจรอกันอีกนิด “ลออจันทร์” เตรียมส่งไม้ต่อให้ “ขวัญฤทัย” ในละครชุด “ดวงใจเทวพรหม” ทางช่อง 3 สานพันธสัญญาความรักรุ่นลูก “แห่งวังจุฑาเทพ” ซึ่งเป็นคู่กรณีสายตรงของ “คุณชายพุฒิภัทร”(เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล) กับ “กรองแก้ว”(รินลณี ศรีเพ็ญ) จาก ค่ายฟีลกู๊ด เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด โดยผู้จัดมากฝีมือ ธิติมา สังขพิทักษ์ และผู้กำกับคู่ใจ ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ จับมือถ่ายทอดเคมีพระเอกน้องใหม่ขวัญใจมัมหมี ไมกี้-ปณิธาน บุตรแก้ว รับบท พันตรี นายแพทย์ หม่อมหลวงฉัตรเกล้า จุฑาเทพ และนางเอกสาวรุ่นพี่ ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร รับบท ขวัญฤทัย ครั้งแรก! เรียกว่าการันตีความฟินเคมีอันตรายจนจิตใจสั่นไหวไม่แพ้รุ่นพ่อรุ่นแม่แน่นอน “ขวัญฤทัย” ประพันธ์โดย เก้าแต้ม บทโทรทัศน์โดย จิระวิทย์ สมบัติศิริ เป็นเรื่องราวของ พันตรีนายแพทย์ หม่อมหลวงฉัตรเกล้า จุฑาเทพ แพทย์ทหารหนุ่มรูปงาม ต้องไปปฏิบัติหน้าที่ ไกลถึงเชียงราย เขาได้พบกับขวัญฤทัย ลูกพี่ขาใหญ่ประจำหมู่บ้าน ทั้งคู่ต้องปะทะกันอยู่เสมอ แต่แล้วมีเหตุให้ต้องจับมือกันช่วยทลายแหล่งผลิตยาเสพติดที่ใหญ่ที่สุด ท่ามกลางอันตรายที่ร่วมกันเผชิญ หัวใจของทั้งคู่แนบสนิทชิดใกล้โดยไม่รู้ตัว ทว่าเพราะทิฐิฝังใจ ขวัญฤทัยผู้มีสายเลือดเทวพรหมจึงหลบลี้หนีหน้า ความบาดหมางในอดีตทำให้ทางเดินของสองตระกูลต้องเป็นเส้นขนาน มีเพียงอานุภาพแห่งรักแท้ที่จะทำให้ขวัญฤทัยยอมฟังเสียงเพรียกของหัวใจด้วยพระพรหมลิขิตไว้...ว่าฉัตรเกล้าคือหนึ่งใน...ดวงใจเทวพรหม

โดย ไมกี้ พูดถึงการทำงานเรื่องแรกให้ฟังว่า “เรื่องนี้ผมรับบทเป็นฉัตรเกล้าครับ เป็นคนที่สุขุมนุ่มลึก แต่ก็มีมุมตลกเฮฮา เพราะถูกเลี้ยงมาโดยคุณอารณพีร์ คุณพ่อพุฒิภัทรทำแต่งาน(หัวเราะ) ก็จะได้ 2 พาร์ทมาจาก 2 คนนี้ด้วย ก็คือพาร์ทที่เป็นคุณหมอจากคุณพ่อ และความเป็นทหารจากคุณอา ตัวฉัตรเกล้าจะเห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน เป็นคนที่ไม่มีมุมโรแมนติกด้านความรักเลยจนได้มาเจอขวัญฤทัย ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นที่เชียงราย คนดูก็จะได้กลิ่นอายของความอบอุ่นฟีลต่างจังหวัด ในรูปแบบความรักของคู่กัด ที่ต้องช่วยกันทลายแหล่งผลิตยาเสพติดด้วย รับรองว่าสนุกแน่นอน เป็นละครเรื่องแรกในชีวิตผมเลยด้วย เป็นกำลังใจให้ผมและพี่ ๆ ทีมงานทุกคนด้วยนะครับ”

ด้านสาว ญดา ได้ให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทให้ฟังว่า “สำหรับเรื่องนี้ก็ค่อนข้างกดดันอยู่เหมือนกันค่ะ กับบทของขวัญฤทัย เพราะเป็นภาคต่อของเรื่อง ‘สุภาพบุรุษจุฑาเทพ’ ด้วย แต่ก็ตั้งใจทำผลงานออกมาอย่างเต็มที่ สำหรับเรื่องนี้จะมีความเป็นบ้าน ๆ กลิ่นอายบ้านทุ่ง ความรักของคู่เราจะเป็นแนวเอ็นดูแต่ก็แอบจิกกัดกันนิดหน่อย ดูเหมือนจะเป็นความรักแบบเด็ก ๆ แต่ความจริงแล้วมันมีความรู้สึกผูกพันมากกว่านั้น เพราะคุณฉัตรเขาเห็นว่าขวัญฤทัยชีวิตน่าสงสาร น่าช่วยเหลือ เพราะเขาก็เห็นความลำบากของเรามา มันจะมีความเอาใจช่วย เป็นกำลังใจให้ และก็รักด้วย มันเลยเป็นความรู้สึกที่ค่อนข้างผูกพัน รับรองสนุกครบรสแน่นอนทั้งโรแมนติก คอมเมดี้ ดราม่า ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยค่ะ”

นอกจากนี้ยังได้ทัพนักแสดงมากความสามารถที่มาร่วมสร้างสีสันอีกมากมาย อาทิ สราลี ประสิทธิ์ดำรง, กาจบัณฑิต ใจดี, วัทธิกร เพิ่มทรัพย์หิรัญ, สกาวใจ พูลสวัสดิ์, ดวงตา ตุงคะมณี, ดิลก ทองวัฒนา, รินลณี ศรีเพ็ญ, เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล, อรรณพ ทองบริสุทธิ์, มาริลิน เคท การ์ดเนอร์, ณะ สุวรรณอ่อน, นาตาชา จุลานนท์, สุพจน์ จันทร์เจริญ, สุทธาทิพย์ วุฒิชัยประดิษฐ์, แพร์รัชนี ศิระเลิศ, ภาสกร เครือโสภณ, ณัฐฐิรา จิวระโมไนย์กุล, นฤมล พงษ์สุภาพ, วัชรชัย สุนทรศิริ, ณภัทร ชุ่มจิตตรี, อินฑัช เตชะเกิดกมล, กษิดิศ กฤตพิทยาเวช และ ฯลฯ

แฟนละครเตรียมแพ็คกระเป๋าขึ้นเหนือ ไปรอชมความหวานฉ่ำสไตล์อบอุ่น ๆ ของคู่กัดเคมีโฮ่ง “ไมกี้-ญดา” ได้ในละครชุด “ดวงใจเทวพรหม” เรื่อง “ขวัญฤทัย” ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus
แผนเด็ด!!! ตัดสัมพันธ์ “มิว-ชาล็อต” ในละคร “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗”
มาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว แต่ยังไม่ท้ายสุด สำหรับละคร “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗” ละครเรตติ้งดี กระแสเยี่ยม ที่แฟนๆ หลายคนแอบว้าวว....ไปกับเวอร์ชั่น 2567 แต่ก็ไม่ทิ้งกลิ่นความเป็น “ลูกทุ่ง” โดยเฉพาะเพลงประกอบละครที่ใครหลายคนยังคงคิดถึง ทั้งเพลง มนต์รักลูกทุ่ง, รูปหล่อถมไป, สิบหมื่น, น้ำลงนกร้อง, นกร้องน้องช้ำ ที่แฟนๆ ยังคงร้องตามกันได้สบาย!!! รวมทั้งเพลงแต่งใหม่ ได้แก่ มาตามสัญญา, ฮักที่เขาบ่ฮู้, รักเธอที่สุด, ทุ่งนาปาร์ตี้ และ อยากรู้ทำไง ที่ขอบอกว่า เพราะมากๆ เลยล่ะ!!!

นอกจากจะมีเพลงประกอบที่ไพเราะเพราะพริ้งแล้ว เนื้อหาของละครก็ยังชวนติดตาม และยังคงความสนุกในรูปแบบของ “มนต์รักลูกทุ่ง” ซึ่ง “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗” ก็ดินทางมาถึงสองอีพีสุดท้าย ที่เหล่าบรรดาแฟนๆ ละครต้องห้ามพลาด เพราะใน 2ep นี้จะรวมความสนุก ความเข้มข้น ความ...ทุกความไว้ในสองตอนนี้ เรียกได้ว่า ใครไม่ได้ดู...ถือว่า พลาด และจะคุยกับใครไม่รู้เรื่อง!!!

โดยในตอนล่าสุด ซึ่งเป็น ep11 เรื่องราวดำเนินมาถึงตอนนี้ คุณนายทองคำ (จุ๊บแจง วิมลพรรณ) ธรรมรักษ์ (เทเลอร์ วรรณเสริม) ศิระ (โฟกัส กิตติคุณ) ยกขบวนมาบ้าน ทองก้อน (แจ็ค ธนพล) และ ทับทิม (ต้อม รชนีกร) เพื่อมาสู่ขอ ทองกวาว (ชาล็อต ออสติน) ให้แต่งงานกับ ธรรมรักษ์ และ ทองกวาว ก็ตกลงรับหมั้น เพราะแอบไปเห็นภาพบาดตาบาดใจ งานเข้า พี่คล้าว (มิว ศุภศิษฏ์) ซะแร้วววว.....!!!! เรามีภาพเด็ดๆ เบื้องหลังมายั่วน้ำลาย เอ๊ย....มากระตุ้นความอยากกันก่อน โดยทีมงานใช้บ้านไม้หลังใหญ่ แถวนครนายก เป็นสถานที่ถ่ายทำ โดยเซ็ทเป็น บ้านของ คล้าว ฉากนี้ถ่ายทำในช่วงกลางคืน และแบ่งเป็น 2 คัท ซึ่งคัทแรกเป็น คัท ที่ ทองกวาว เดินมาถึงหน้าห้อง คล้าว และได้ยินเสียง สายใจ พร้อมทั้งเปิดประตู ส่วนอีกคัทเป็นคัทที่ ทองกวาว เห็นภาพด้านในที่มี สายใจ อยู่กับเตียงกับผู้ชายยย!!! ผู้กำกับฯ สำรวย รักชาติ เข้ามาเซ็ทและพูดคุยกับ ชาล็อต และ ขวัญ ปิ่นทิพย์ (สายใจ) โดยเล่าถึงอารมณ์ของตัวละครว่าต้องแสดงและมีความรู้สึกอย่างไร แถมยังเล่นให้นักแสดงดูก่อนด้วย เมื่อนักแสดงเข้าใจเรียบร้อยแล้ว ก็สั่ง “แอ็คชั่น” ภาพเริ่มจาก สาวชาล็อต เดินเข้ามาและหยุดตรงหน้าประตูห้องนอน คล้าว ได้ยินเสียง สายใจ เรียกชื่อ “พี่คล้าว....” แล้ว ทองกวาว ก็เปิดประตู เห็นภาพบาดตา บาดใจ เมื่อจบคัทนี้ ทีมกล้องก็ไปรับหน้า ทองกวาว ให้เห็นถึงสีหน้าที่เสียใจอย่างที่สุด!!! จากนั้นทีมงานก็มาเก็บภาพด้านในห้อง ซึ่ง สาวขวัญ ก็ทำการแสดงอย่างแนบเนียน ซึ่งผู้ชายที่อยู่บนเตียงกลับไม่ใช่ “มิว ศุภศิษฏ์” โอววว.....!!!

ติดตามความสนุกของฉากนี้ได้ในละคร “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗” ฉากนี้ได้ในคืนวันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2567 ทางช่อง 3HD กด33 และสามารถติดตามรับชม #มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗ เวอร์ชัน Uncut และ ตอนพิเศษ EP.13 ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 23.55น. ทางแอปฯ WeTV หรือเว็บไซต์ www.WeTV.vip เท่านั้น >>> https://bit.ly/MonRakLukThung2567
ซัมเมอร์นี้ไม่มีเหงา ช่อง 3 จัดเต็ม! เปิดผังเด็ด ต้อนรับเดือน “เมษายน”
แดดที่ว่าร้อนยังต้องแพ้ให้กับความฮอตของละครใหม่ ซีรีส์ดังที่ช่อง 3 ยกทัพมาเสิร์ฟความบันเทิงแก่ผู้ชมตลอดเดือน “เมษายน” นี้ รับรองซัมเมอร์นี้ไม่มีเหงาอย่างแน่นอน

เริ่มกันที่ละครชุด “ดวงใจเทวพรหม” เรื่อง “ขวัญฤทัย” กับเรื่องราวของพันตรีนายแพทย์หม่อมหลวงฉัตรเกล้า จุฑาเทพ กับ ขวัญฤทัย ลูกพี่ขาใหญ่ประจำหมู่บ้าน ที่ทั้งคู่ต้องปะทะกันอยู่เสมอ นำแสดงโดย “ไมกี้ ปณิธาน” ประกบคู่ “ญดา นริลญา” ซึ่งเป็นผลงานของผู้จัดฯ “ธิติมา สังขพิทักษ์” และผู้กำกับ “ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์” ออกอากาศทุกวัน.ศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.20 น. เร็ว ๆ นี้ ตามมาติด ๆ ด้วยซีรีส์เรื่องใหม่ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ เรื่องราวความเชื่อเรื่องพญานาคร้อยเรียงกับการดำเนินชีวิตของคนรุ่นใหม่ “นาคา เดอ ซาลอน” (Naka De Salon) นำแสดงโดย “วอร์ วนรัตน์” ประกบคู่ “จิงจิง วริศรา ยู” และ “นุ่น สุทธิภา” ออกอากาศทุกคืนวันจันทร์ เวลา 22.45 น. เริ่มตอนแรกวันที่ 15 เมษายน 2567 เพิ่มความร้อนแรงต่อเนื่องกับละคร 4 เรื่อง 4 รส เมื่อไฟแห่งรักและริษยาปะทุขึ้นพร้อมจะแผดเผาทุกคนให้มอดไหม้ในละคร “เพลิงพรางเทียน” ออกอากาศทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.50 น. เริ่มวันที่ 9 เมษายน 2567 ต่อด้วยละครสะท้อนปัญหาของคนยุคปัจจุบันซึ่งชอบแข่งขันชิงความเป็นที่หนึ่ง เชือดเฉือนฟาดฟันกันชนิดดีมาดีกลับ แรงมาแรงกลับไม่โกง “คู่เวร” ออกอากาศทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 14.55 น. เริ่มวันที่ 11 เมษายน 2567

ฟากละครเย็นพบ “พิศวาสฆาตเกมส์” เรื่องราวของหนุ่มวิศวกรอนาคตไกลที่ต้องกลายเป็นนักโทษ ช่วงเวลาที่แสนเจ็บปวด การเอาคืนและการชดใช้ จึงเป็นเกมเดิมพันชิ้นสำคัญ ออกอากาศทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 18.00 น. เริ่มวันที่ 19 เมษายน 2567 ถึงเวลาออเจ้าย้อนกลับคืนสู่อยุธยาอีกครั้งกับละคร “พรหมลิขิต” ติดตามความรักข้ามชาติภพของ

พ่อริด-แม่พุดตานได้ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 19.00 น. เริ่มตอนแรกวันที่ 5 เมษายน 2567​ ซีรีส์ต่างประเทศก็ยกขบวนมามอบความสุขต้อนรับซัมเมอร์ เริ่มด้วย “สงครามรัก เหนือสมุทร (The Starry Night The Starry Sea 2)” ชวนลุ้นไปกับโชคชะตา สงคราม ความรักของเงือกกับมนุษย์ ออกอากาศทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 00.45 น. วันพุธ เวลา 00.15 น. วันพฤหัสบดี เวลา 23.45 น. และวันศุกร์ เวลา 00.30 น. เริ่มตอนแรก 4 เมษายน 2567 ต่อด้วยซีรีส์จีนระดับตำนาน “เปาบุ้นจิ้น : ราชบุตรเขยจอมโหด” ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 22.45 น. และวันเสาร์ เวลา 22.40 น. เริ่มวันที่ 13 เมษายน 2567 ปิดท้ายด้วยการฝ่าฟันอุปสรรคของตู๋กูเจียหลัวที่อยู่เคียงข้างกับหยางเจียนในการช่วงชิงอำนาจเพื่อขึ้นสู่บัลลังก์อย่างสมเกียรติในซีรีส์จีน “ตู๋กู ราชินีกู้บัลลังก์ (Queen Dugu)” ออกอากาศทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 02.50 น. และวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 02.40 น. เริ่มตอนแรกวันที่ 8 เมษายน 2567

​ส่งท้ายด้วย “แชนแนลทรีมูฟวี่ส์” ที่มาสร้างความสนุกทุกวันเสาร์ เวลา 23.40 น. เริ่มคืนแรกวันเสาร์ที่ 6 เมษายน 2567 กับ โหด เลว ดี (A Better Tomorrow) ต่อด้วยวันเสาร์ที่ 13 เมษายน 2567 กับ โหด เลว ดี 2 (A Better Tomorrow II) และ วันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2567 กับเรื่อง โหด เลว ดี 3 (A Better Tomorrow III) ปิดท้ายด้วยวันเสาร์ที่ 27 เมษายน 2567 กับ โหด เลว ดี รุ่นที่ 2 (Return To A Better Tomorrow)

ห้ามพลาดกับความบันเทิงอัดแน่นล้นจอตลอดเดือน “เมษายน” ทางช่อง 3 “ดูทีวีกด 33 ดูมือถืดกด 3Plus
“ต้นข้าว” โวยแรง ชวดจูบ “อั๋น” ทิ้งไพ่ใบสุดท้าย หลอกใช้ “สกาย” ตกเป็นเครื่องมือไม่รู้ตัว
ความสวยอย่างเดียวคงไม่พอ สำหรับตัววีนตัวจี๊ดอย่าง “ต้นข้าว อาร์สยาม” ที่ล่าสุด ในละคร ทายาทไหทองคำ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 อีพี13 ทำอย่างไร ผู้ชายก็ไม่สนใจ จึงของัดไม้ตายดึง “อั๋น อัครพรรฒ บุนนาค” เข้ามาจูบแบบโจ๋งครึ่ม งานนี้พ่อคนดีอย่างอั๋นรีบปัดป้องเต็มที่ ร้อนรนให้ หนุ่มเบอร์สำรองอย่าง “สกาย สุทธินันท์” เข้ามาช่วยแยก แต่ด้วยความมองโลกแบบทุ่งลาเวนเดอร์ ทำให้สกายโดนมารยาหญิงของสาวต้นข้าว เข้าไปเต็ม ๆ จนเผลอเคลิ้มจูบ เบื้องหลังฉากนี้จะเป็นอย่างไรมีภาพให้ดูกัน

เป็นฉากที่ เดือนงาม(ต้นข้าว) คลั่งที่เห็น จิณ(อั๋น) ทำตัวเหินห่างเมินหนีไม่สนใจใยดี จึงเรียกร้องความสนใจด้วยการเอาตัวเข้าแลกจู่โจม ประชดให้ จิณ รัก ทำให้จิณไม่พอใจมาก ตะโกนเรียกให้คนช่วย ไม้(สกาย) ผ่านมาเห็นรีบดึงสติและแยกทั้งคู่ออกจากกัน เดือนงามคิดได้วางแผนปั่นหัวให้ไม้รัก เลยดึงมาจูบยั่วยวนทำให้ไม้ตกอยู่ในภวังค์ หลงในคารมของเดือนงาม

เบื้องหลังฉากนี้เป็นฉากนี้ พูดเลยว่าต้นข้าว อาจจะเป็นไบโพลาห์ได้ เพราะเดี๋ยวหวีด เดี๋ยวแค้น เดี๋ยวรัก งานนี้ต้นข้าวเลยต้องเรียงลำดับอารมณ์ ทำการบ้านมาอย่างดีเพื่อมาเข้าฉากถ่ายทำกันในซีนนี้ แถมต้นข้าวยังต้องเดินเกมบุก รุกจูบหนุ่ม ๆ อย่าง อั๋น และ สกาย ก่อนด้วย ห๊า ทำไมงานนี้ต้องจูบผู้ชายถึงสองคน ต้องรอติดตาม ด้านอั๋น และ สกาย ก็แอบตึง ๆ เล็กน้อยเพราะฉากนี้เป็นฉากที่ต้องระเบิดอารมณ์ โดยเฉพาะอั๋น ที่คงจะเหลืออดกับต้นข้าวเต็มที เลยต้องซ้อมคิวรับส่งอารมณ์กันรออยู่พักใหญ่ ด้านสกายเอง ที่รับบทเป็นพ่อหนุ่มไมโครเวฟคอยซัพพอร์ตอารมณ์ของต้นข้าว ที่ต้องมีจูบในฉากนี้ด้วย ก็ต้องเตรียมรับมือให้พร้อม ทำเอาสกาย เขิน ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม แต่ด้วยฉากที่ค่อนข้างเป็นบทพูดซะเยอะมากกว่า ทำให้แอบคลายกังวลเรื่องการจูบไปโฟกัสเรื่องบทแทน งานนี้บอกเลยว่า ถ้าใครได้ดูฉากนี้ รับรองได้ว่า รางวัลเปลือกทุเรียนทองคำ คงต้องเป็นของต้นข้าวแน่นอน เพราะชีนั้น ทั้งร้าย ทั้งวีน ทั้งมารยา ครบสูตรแบบจัดเต็ม ต้องรอดูว่า หนุ่ม ๆ อย่าง จิณ และ ไม้ จะรับมือกับมารยาหญิงที่ขนมาทั้งเล่มเกวียนนี้ได้อย่างไร ห้ามพลาดฉากนี้ใน ละคร ทายาทไหทองคำ วันพุธที่ 3 เมษายน 2567 เวลา 18.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27
“เด่นคุณ-อแมนด้า-เพ็ชร” ชวนลุ้นโค้งสุดท้าย “เว้าวอนรัก” ลุ้นจุดจบความรัก “เชิญขวัญ” จะเลือกใคร?
เรียกว่าตั้งแต่ละครออกอากาศทำให้ช่วงเวลายามเย็นทุกบ้านได้เพลิดเพลินไปกับ “เว้าวอนรัก” ช่อง 3 ที่ทำคนดูร้องว้าวกับบทบาทนางเอกเรื่องแรกของสาวสวย อย่าง “อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม” รับบทเป็น เชิญขวัญ ประกบคู่กับ 2 พระเอกแถวหน้า “เด่นคุณ งามเนตร” และ “เพ็ชร ฐกฤต ตวันพงค์” มอบความสนุกครบรสที่ชวนคนดูลุ้นไปกับปมต่าง ๆ ทั้งปมอดีตของความรักระหว่างพี่สาวของเขตคาม(เด่นคุณ) กับอาของชเลบุตร(เพ็ชร ฐกฤต) ปมราชาเสือดำ รวมไปถึงปมแผนการร้ายต่าง ๆ ของ คุณสุชาดา(ยุ้ย ปัทมวรรณ) ที่ตีคู่ความร้ายกาจมาพอ ๆ กับ หวานใจ (เม นิศาชล) ซึ่งท้ายที่สุดสองคนนี้จะพบจุดจบแบบไหน? ต้องจับตาลุ้นกัน แต่ที่ทำเอาทุกคนลุ้นหนักว่าระหว่าง เขตคาม (เด่นคุณ) กับ ชเลบุตร(เพ็ชร ฐกฤต) ใครจะได้ใจเชิญขวัญไปครอง?

มาถึงโค้งสุดท้ายแล้ว งานนี้พระนางเลยพากันมาชวนแฟน ๆ ลุ้นบทสรุปพร้อมกัน เริ่มจากหนุ่ม “เด่นคุณ งามเนตร” เผยว่า “ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามละคร เว้าวอนรัก กันมาจนมาถึงโค้งสุดท้ายนี้ ก็อยากฝากทุกท่านมาลุ้นกันว่าบทสรุปสุดท้ายของละครเราจะไปจบที่ทิศทางไหน ขอให้ทุกคนสนุกไปกับละครกันนะครับ” ฟาก “เพ็ชร ฐกฤต” เสริมว่า “เรื่องราวเข้มข้นมาก ๆ ทั้งบู๊ในถ้ำ ทั้งดราม่า โรแมนติก คอมเมดี้ และเราก็ได้คลายปมบางอย่างไปแล้ว ทีนี้เราต้องมาลุ้นคลายปมเรื่องของน้องเชิญขวัญว่าเขาจะเลือกหนุ่มอบอุ่นอย่าง ชเลบุตร ที่คอยช่วยเหลือเขาทุกอย่าง หรือเราจะแพ้คนในใจอย่างเขตคาม ก็ต้องรอลุ้นกันนะครับในโค้งสุดท้าย” ปิดท้ายที่นางเอกของเรา คนที่ทุกคนอยากรู้ที่สุดว่าเธอจะเลือกใคร? เผยว่า “อยากให้ทุกคนมาดูกันนะคะว่า เชิญขวัญ จะลงเอยกับใคร เพราะพี่ชเลบุตรก็แสนดี แต่ว่าคุณเขตคามเราก็รัก เรื่องราวจะจบลงแฮปปี้เอนดิ้งไหมมาเปิดทีวีลุ้นบทสรุปสุดท้ายไปพร้อมกันนะคะ”

มาร่วมลุ้นโค้งสุดท้ายของละคร “เว้าวอนรัก” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus โดยวันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน 2567 จะเสนอเป็นตอนจบ
เบรกดรามา “แป้ง-อั๋น” เปลี่ยนทุ่งนาเป็นสีชมพูละเลงโคลน เปิดโหมดหวาน น้ำตาลล้นจอ
พักเบรกความดรามาไว้ซักแปปเพราะอยากให้ซูมความน่ารัก สวีทหวานของคู่พระเอก “อั๋น อัครพรรฒ บุนนาค” และ “แป้ง มิตรชัย” ในละคร ทายาทไหทองคำ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 อีพี12 ที่ทั้งคู่ขอเปิดศึกแกล้งกันกลางทุ่งนาในบ่อโคลน จนสภาพเลอะเทอะเปรอะเปื้อนกันไปทั้งคู่ ไม่พอยังดึง “เปรี้ยว อนุสรา” และ “อ๊อฟ ศุภณัฐ” มาร่วมเละไปด้วยกัน เบื้องหลัง กว่าจะได้ช็อตหวาน ช็อตจิ้น ก็เลอะกันจนไม่รู้ใครเป็นใคร ภาพจะน่ารักแค่ไหน ไปดูกัน

เป็นฉากที่ มะลิ(แป้ง) สอบตรงติดเข้า มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ตามที่ตัวเองตั้งใจไว้จนสำเร็จ ทำให้พ่อและแม่ต่างยิ้มปลื้มมีความสุข โดย จิณ(อั๋น) ก็ได้มาที่บ้านของมะลิ จึงขออาสาช่วย มะลิ, ปลาดุก(เปรี้ยว) และ ไก่(อ๊อฟ) ด้วยการดำบ่อโคลนขุดหาห้อยเชอรี่ ระหว่างที่ขุดไปขุดมา จิณ มีแผนสูง แกล้งบอกว่ามีปลิงในน้ำ ทำให้ มะลิ ออกอาการเป็นห่วงรีบหาปลิงยกใหญ่ พอรู้ว่าโดนหลอก ก็เลยแกล้งกลับป้ายโคลน ใส่กัน สร้างโมเมนต์ความรู้สึกดี ๆ ท่ามกลางสายตาทุกคน

เบื้องหลังฉากนี้บอกเลยว่าเปลี่ยนจากทุ่งนาเขียวขจีเนรมิตให้เป็นสีชมพูสุดๆ เพราะทั้งแป้ง และ อั๋น ต้องแกล้งกันด้วยการปะทะฝีปากกันกรุบกริบหอมปากหอมคอ ก่อนจะลงบ่อโคลนท่ามกลางแดดร้อน พร้อมออปชันเสริมเป็นก้อนโคลนขนาดใหญ่ที่ แป้ง, อั๋น, เปรี้ยว และ อ๊อฟ ได้เจอแบบนี้ต้องออกอาการร้องโอดโอย เพราะต่างฝ่ายต่างต้องถล่มโคลนใส่กันทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่มีการออมมือ กว่าจะได้มุมที่สมใจทำเอาเหนื่อยหอบกันสุดๆ โดยเฉพาะ สาวแป้งแรงดีไม่มีตก ต้องใช้พลังเยอะสุดๆ ถ่ายแล้วถ่ายอีกเพื่อให้ภาพออกมาได้ฟิลลิ่ง โดยมีอั๋นยืนขำด้วยความชอบใจ เมื่อเห็นสภาพแป้งที่เลอะโคลนทั้งตัวด้วยฝีมือของตัวเองเรียกได้ว่าเห็นความสนุกทางเบื้องหน้าแล้ว แต่เบื้องหลัง บอกเลยว่าทุกคนเล่นโคลนป้ายหน้ากันไม่หยุด ถึงกับหลุดขำกันออกมาเมื่อเห็นหน้ากันและกัน จับตาดูไว้ให้ดี เพราะงานนี้มีคนหลุดขำจริง ๆ ซะด้วย สามารถติดตามชมฉากน่ารัก ๆ ให้ได้ยิ้มตามของคู่พระเอกนางเอกได้ใน ละคร ทายาทไหทองคำ วันอังคารที่ 2 เมษายน 2567 เวลา 18.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27
งานนี้มีเขิน “เด่นคุณ” จู่โจมจุ๊บ “อแมนด้า” ลุ้น ! บทสรุป โค้งสุดท้าย “เว้าวอนรัก”
เหลืออีก 4 ตอนสุดท้ายก็จะจบแล้วสำ หรับละครเรื่อง “เว้าวอนรัก” ของสองผู้จัด พนิตนาฏ ฉัตรวิไล และ ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี บริษัท มัมแอนด์แด๊ด เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด กำกับการแสดงโดย กรพจน์ สืบชมภู ซึ่งเรื่องราวดำเนินไปอย่างเข้มข้น ขณะเดียวกันเรื่องรักก็ยังต้องลุ้นกันอยู่ แต่วันนี้ก็มีฉากหวานๆมาให้ดูกัน

โดยเป็นตอนที่เขตคาม(เด่นคุณ งามเนตร) ได้รับบาดเจ็บเพราะช่วยเชิญขวัญ(อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม) จากการที่จะโดนไอ้เข้ม(แจ๊ค จันโอ) ทำร้าย พอวันรุ่งขึ้นเชิญขวัญจึงไปเยี่ยมเขตคามอีกครั้ง ช่วยทำแผลให้ พูดคุยกัน ทำเอาต่างคนต่างรู้สึกดีต่อกัน เขตคามอดใจไม่ไหว เข้าไปจูจุ๊บเชิญขวัญด้วยความรัก

ฉากนี้ถ่ายทำกันที่บ้านล้อเกวียน บางใหญ่ เป็นฉากหวานที่นานๆจะมีสักครั้ง ถือเป็นจูจุ๊บแรกของ ทั้งเด่นคุณและอแมนด้า ทำให้ทั้งคู่ค่อนข้างเขินกัน ผู้กำกับ พี่อั๋น กรพจน์ ซักซ้อมคิวกันหลายรอบ กับมุมแสดงความรักต่อกัน มองหน้ากันนานๆก็มีหลุดหัวเราะขำกันบ้าง แต่พอถึงเวลาถ่ายจริงก็ผ่านแบบฉลุย ไม่อยากบรรยายอะไรมาก ต้องไปดูกันเอาเอง

ตามชมฉากหวานฉากนี้ได้ในละคร “เว้าวอนรัก” จันทร์ที่ 1 เมษายน เวลา 19.00 น.ช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือ กด 3Plus
“ชาคริต” ประกาศสงคราม...ฟ้องหย่า!!! ลุ้น!! “แอฟ” ยอมหย่า หรือ (ควร) อย่ายอม
ผ่านวันที่ยอดแย่ มาได้อย่างยอดเยี่ยม สำหรับ นางเอกซุปตาร์ “แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ” (บัวบงกช) ในละคร “สงครามสมรส” ช่องวัน31 หลังจากที่ สัปดาห์ก่อน แม่แอฟซัดหมัดแรก กำชัยชนะ คดี “ฟ้องชู้” สาว “มายด์-ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล” (อรนลิน) มาได้อย่างสวยงาม แต่รอยยิ้มของผู้ชนะ กลับอยู่ได้ไม่นาน เพราะสัปดาห์นี้ สามีตัวดี “ชาคริต แย้มนาม” (ปรเมศวร์) เหิมเกริมหนัก ร่อนหมายศาล “ฟ้องหย่า” มาถึงหน้าประตูบ้าน ทำเอา แม่แอฟ ถึงกับช็อค!!! ที่ชาคริต พยายามพลิกผิดให้เป็นถูก เมื่อฟากฝั่ง ชาคริต และมายด์ เป็นฝ่ายเปิดสงครามฟ้องหย่าครั้งนี้ ดูทรงแล้ว คงจะเป็นสงครามแห่งการเอาคืน ที่เต็มไปด้วยอาวุธหนัก ในการโจมตีแม่แอฟเป็นแน่ ปัญหาบานปลายของผู้ใหญ่ครั้งนี้ จะปิดหูปิดตา “น้องเจ้าคุณ-ดช.พันธ์ชนกชนม์ พันธ์สังข์” (ปณต) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ของแม่แอฟ ได้หรือไม่ และ ทนายหนุ่มหน้าหล่อ อย่าง “ตรี-ภรภัทร ศรีขจรเดชา” (ภาวินท์) จะช่วยแม่แอฟ รับมือกับสงครามฟ้องหย่าครั้งนี้อย่างไร ที่สำคัญ แม่แอฟจะยอมหย่า หรือ (ควร) อย่ายอม ทีมเพื่อนหญิง พลังหญิงทั้งหลาย มาตามลุ้น และร่วมสังเกตการณ์ในศาลไปพร้อมกัน ในวันจันทร์ที่ 1 เมษายนนี้ (อีพี5) เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน31

สามารถรับชม ละครใหม่!! “สงครามสมรส” ดูทีวี ทางช่องวัน31 และดูออนไลน์ ทางแอปฯ oneD ที่แรก!! ที่เดียว!! ดาวน์โหลดฟรี!!
“หมาก-ญาญ่า” ท้ากินไข่พะโล้..งานนี้ไม่จุกไม่จบ!!
ต้องบอกว่าละคร “จนกว่าจะได้รักกัน” เปิดตัวมาแบบรักกันฉ่ำมงมากแม่ แต่ก็แค่เปิดตัว เพราะหลังจากนั้นพระนางอย่าง “หมาก ปริญ สุภารัตน์” และ “ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์ปันด์” เปิดศึกแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงหยุมหัวจิกเปียกันไม่หยุด และเมื่อแพ้กันไม่เป็นแข่งกันทุกอย่างทุกทางไม่เว้นแม้แต่เรื่องกิน งานนี้ก็ท้าแข่งกินไข่พะโล้กันซะเลย หมากและญาญ่าบอกสู้ไม่ถอย เพราะศึกนี้เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี ไม่มีห่วงหล่อ ไม่ต้องห่วงสวย ญาญ่าขิงใส่หมากบอกว่าได้ทำการฝึกมาเป็นอย่างดีว่าจะกินยังไงให้ชนะ เพราะตัวเองสามารถกินไข่แบบรวดเดียว 4 ฟองในปาก ทำเอาแก้มป่องน่ารักไม่ไหว ส่วนหมากนั้นอาศัยเคี้ยวไวเอาไข่ใส่ปากรัว ๆ ไม่มีขาดตอนเหมือนเครื่องจักรบดอาหารประมาณนั้น ศึกนี้ใครจะมีชัยยังไม่รู้ แต่ถ้าไม่จุกก็ไม่จบแน่นอน บอกได้คำเดียวว่าต้องรอดู รอเชียร์กันให้ดีที่หน้าจอช่อง 3 วันอังคารที่ 2 เมษายนนี้ เวลา 20.30 น. ทำเอากระแส “จนกว่าจะได้รักกัน EP.1” มาแรง! หลังจากนี้ก็ต้องไปตามลุ้นกันต่อ เมื่อคนที่ “เหมือง” ชอบดันไม่ได้ชื่อ “วิว” แต่ชื่อ “อาโป” และกำลังจะกลายมาเป็นแม่เลี้ยงด้วย จะเกิดความวุ่นวายอะไรบ้าง รอชมในละคร “จนกว่าจะได้รักกัน” ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus
“คิมม่อน-เปา” โชว์หวานก่อนขึ้นเวที ในละคร “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗”
ดำเนินเรื่องมาถึงเหลือ 3 EP สุดท้ายแล้ว สำหรับละคร “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗” ละครเรตติ้งดี กระแสเยี่ยม ความฮอตในโลกโซเชี่ยลก็ทะลุทะลวงติดเทรนด์ทั้งไทยและต่างประเทศ จนหลายคนชื่นชมละคร “มนต์รักลูกทุ่ง” ในเวอร์ชั่นนี้ทันสมัยและอินเทรนด์สุดๆ แต่ก่อนจะลาจอช่อง 3HD เรื่องราวก็ยังดำเนินไปอย่างเข้มข้น และรอดูว่า พี่คล้าว (มิว ศุภศิษฏ์) กะ ทองกวาว (ชาล็อต ออสติน) จะลงเอยกันในรูปแบบไหน

สำรวย รักชาติ ผู้กำกับฯ มากฝีมือ ผู้กำกับละคร “มนต์รักลูกทุ่ง” 3 เวอร์ชั่น ก็จัดองค์ ทรงเครื่อง จัดเสิร์ฟความสนุกของ “มนต์รักลูกทุ่ง” เวอร์ชั่น 2567 อย่างที่สุด และเรื่องราวก็ดำเนินมาถึงตอนที่ “แว่น” รับบทโดย คิมม่อน-วโรดม ต้องใจกล้า สู้กับใจของตัวเอง ด้วยการขึ้นเวทีร้องเพลงต่อหน้าประชาชี ซึ่งแม้ว่า แว่น จะร้องเพลงเก่งและดีแค่ไหน แต่ก็มีอาการกลัวเวทีจนต้องวิ่งหนี ต้องให้หวานใจ “บุปผา” (เปา กิ่งกาญจน์) มาเสริมทัพความมั่นใจในครั้งนี้ เรียกได้ว่าทำหน้าที่ “พระนางคู่สอง” ได้ดี เพราะแฟนๆ หลายคนประทับใจ แว่น และ บุปผา ในเวอร์ชั่นนี้ เพราะชัดเจน และน่ารักในคาแร็กเตอร์ของ หนุ่มคิมม่อน และ สาวเปา งานนี้ก็มารอลุ้นกันว่า แว่น กับ บุปผา จะตกล่องปล่องชิ้นกันยังไง ต้องติดตาม!!

เรามีฉากเบื้องหลังหวานๆ สนุกๆ มาฝากแฟนๆ ละครให้ชมกันก่อน เรื่องราวดำเนินมาถึงตอนที่ ฤทัย (เปียโน สรัลพร) พา ทองกวาว มาเลี้ยงฉลองที่ได้รับรางวัลรองอันดับ 1 โดยมี คล้าว, บุปผา, ธรรมรัตน์ (เทเลอร์ วรรณเสริม) และ ศิระ (โฟกัส กิตติคุณ) ตามมาด้วย ซึ่งในวันนั้นเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทำให้ แว่น ต้องขึ้นร้องเพลงแทน นักร้อง ประจำร้าน ทีนี้ แว่น เป็นคนที่มีอาการกลัวเวทีอย่างหนัก จึงไม่ยอมออกมาร้องเพลง ทำให้ ขาม (เล้ง ณัฐพล) ต้องไปตาม บุปผา ไปช่วย งานนี้ บุปผา เลยต้องให้กำลังใจ แว่น เป็นการหอมแก้มไปถึงสองฟอดดดด!!!! ทีนี้มาดูว่า แว่น จะขึ้นเวทีร้องเพลงให้ทุกคนฟังได้หรือเปล่า มารอลุ้นกัน!!!

ทีมงานใช้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เป็นสถานที่ถ่ายทำ โดยเซ็ทเป็นฉากร้านอาหารของ ฤทัย ผู้กำกับฯ ขอถ่ายฉากด้านหน้าเวที ซึ่งเป็นนักแสดงร่วมฉากครบทีม ทั้ง มิว, ชาล็อต, เปา, เทเลอร์ และ โฟกัส ทุกคนมีบทพูดที่โต๊ะอาหารคนละนิดหน่อย ซึ่งการถ่ายทำดำเนินไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ย้ายเข้าไปถ่ายด้านใน ซึ่งมีนักแสดงอย่าง คิมม่อน, เปา, เล้ง และ ผู้จัดการร้าน

โดยเริ่มถ่ายทำฉากที่ ผู้จัดการร้าน ยกมือไหว้ขอร้องให้ แว่น ขึ้นร้องเพลง แต่ แว่น ไม่ยอม ขาม ก็ช่วยพูด แต่ แว่น ก็ยังไม่ยอม เดือดร้อนถึง บุปผา ที่ต้องเข้ามาด้านใน และเมื่อรู้ปัญหาของ แว่น บุปผา ก็จัดการสร้างความมั่นใจแบบเต็มกระเป๋าทันที ซึ่งฉากนี้ก็ถ่ายทำผ่านไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน เพราะนักแสดงก็เต็มที่กันทุกคน!!!

ติดตามชม “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗” ฉากนี้ได้ในคืนวันศุกร์ที่ 29 มีนาคม 2567 ทางช่อง 3HD กด33 และสามารถติดตามรับชม #มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗ เวอร์ชัน Uncut และ ตอนพิเศษ EP.13 ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 23.55น. ทางแอปฯ WeTV หรือเว็บไซต์ www.WeTV.vip เท่านั้น >>> https://bit.ly/MonRakLukThung2567
เขินปอดฉ่ำ! “จูเนียร์-ฟลุ๊คจ์” เลิฟซีนเดือด ไม่เกรงมัมหมี ใน “คุณได้ไปต่อ”
ปล่อยของแรงออกมาเรียกน้ำย่อยไม่หยุดจริง ๆ สำหรับ เรื่อง “คุณได้ไปต่อ” (To be continued) ทางช่อง 3 หลังทุบความปังดันอีพี 6 พุ่งติดเทรนด์ X อันดับ 1 อีพี 7 ก็ยกเสิร์ฟกันแบบฉ่ำ ๆ กับภาพเบื้องหลังฉากข้ามเส้นความเป็นเพื่อนระหว่าง อชิ(จูเนียร์-กาจบัณฑิต) และ หมอจิ(ฟลุ๊คจ์-พงศภัทร์) ที่กล้า ๆ กลัว ๆ แต่ก็ขอลองให้ได้รู้หัวใจตัวเอง

สำหรับ อีพี 7 ต้องให้นิยามคำว่า “ทำถึง” ของจริง กับโมเมนต์เหตุการณ์ข้ามเส้นลึกซึ้งในความสัมพันธ์ที่เกิน “เพื่อน” ในพาร์ทอดีต ซึ่งเป็นฉากที่ อชิ(จูเนียร์) กับ หมอจิ(ฟลุ๊คจ์) มีอะไรกันครั้งแรก! เปิดเผยหมดทุกสัดส่วน รวมไปถึงหัวใจที่ไม่อาจปิดกั้นความรู้สึกที่มีต่อกันได้อีกต่อไป ชนิดที่มัมหมีถึงกับล้มตึงได้ กับฉาก NC ที่ทั้ง จูเนียร์ และ ฟลุ๊คจ์ ตั้งใจถ่ายทอดออกมาให้แฟน ๆ ได้เห็นฝีมือการแสดงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ความรู้สึก สื่อสารผ่านการสัมผัสส่วนต่าง ๆ ของกันและกัน จนคุณต้องร้องกรี๊ด ในความดาเมจแรง แต่เอ๊ะ! หรือเพราะเหตุการณ์นี้หรือเปล่า ที่ทำให้ความสัมพันธ์ของจิกับอชิเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม

ใครที่อยากรู้ว่าจะฟินจิกหมอนขนาดไหน ปักหมุดเปิดแจ้งเตือนรอชมพร้อมกันใน ซีรีส์ “คุณได้ไปต่อ” (To Be Continued) ในวันจันทร์ที่ 1 เมษายนนี้ เวลา 22.45 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus และ Netflix พร้อมกัน 11 ประเทศทั่วโลก
“เวลเคิร์ฟฯ” เปิดกองต้อนรับ “จิสด้า” ชมเบื้องหลังฉากยานอวกาศสุดยิ่งใหญ่ของภ.‘ยูเรนัส2324’
เผยโปรดักชันใหญ่สมจริงจนกลายเป็นกระแสไวรัลสุดตื่นตาตื่นใจบนโลกออนไลน์ สำหรับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี ยูเรนัส2324 ของค่ายหนังมาแรง เวลเคิร์ฟ สตูดิโอ ที่จับมือกับ บริษัท GM Generates ร่วมสร้างภาพยนตร์ไซไฟอวกาศเรื่องแรกของไทย ด้วยการทุ่มทุนสร้างสถานีอวกาศ Lunar Gateway ขนาดเท่าของจริงเพื่อใช้ในการถ่ายทำโดยเฉพาะ

ล่าสุดได้เปิดสตูดิโอถ่ายฉากยานอวกาศ ต้อนรับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า (GISTDA) นำโดย ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ จิสด้า (GISTDA) พร้อมคณะ เข้าร่วมชมเบื้องหลังการถ่ายทำของฉากยานอวกาศและสถานีอวกาศลูนาร์เกตเวย์ (Lunar Gateway) ขนาดเท่าของจริง โดยที่ผ่านมาทาง จิสด้า (GISTDA) เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ร่วมให้ข้อมูลการออกแบบองค์ประกอบเกี่ยวกับอวกาศ

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ จิสด้า (GISTDA) เผยว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก ที่ทางจิสด้า ได้มีส่วนร่วมในการให้คำปรึกษาด้านข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับยานอวกาศ เพื่อให้ภาพยนตร์ออกมาสมจริงและสมบูรณ์ที่สุด ยิ่งพอได้มาเห็นยานอวกาศและสถานีอวกาศที่ทางกองถ่าย เนรมิตสร้างขึ้นมาได้เสมือนจริงในอัตราแบบ 1 ต่อ 1 เรียกว่าทำออกมาได้ยิ่งใหญ่และสมจริงมาก ๆ เชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของวงการภาพยนตร์ไทย ที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก คำนี้ใช้ได้จริง ๆ

ทางด้าน ‘บอส’ คีตะวัฒน์ ชินโคตร ผู้บริหารไฟแรงแห่ง ‘เวลเคิร์ฟ’ เผยว่า ทางเวลเคิร์ฟ ต้องขอขอบคุณผู้บริหารจาก จิสด้า ที่เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานในการสนับสนุนด้านข้อมูลเชิงลึกและให้คำปรึกษาที่เป็นประโยชน์กับทางเรามาโดยตลอด อย่างที่บอกว่าหนังเรื่องนี้เราตั้งใจมากในทุกกระบวนการผลิต เราทำ Research หาข้อมูลจากหลายที่เพื่อให้คนดูได้สัมผัสถึงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในยานอวกาศให้เหมือนจริงมากที่สุด ทั้งนี้ในอนาคตจะมีกิจกรรมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ โดยจะนำตัวยานอวกาศและสถานีอวกาศของเรื่องนี้ ต่อยอดให้ความรู้กับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา รวมไปถึงบุคคลทั่วไป ที่ชื่นชอบและสนใจเกี่ยวกับเรื่องอวกาศ ซึ่งก็แอบหวังว่า ‘ยูเรนัส2324’ จะเป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่จะสามารถสร้างแรงกระเพื่อมที่ดีให้กับวงการภาพยนตร์ไทยต่อไป” เตรียมออกเดินทางไปพร้อมกับภาพยนตร์อวกาศเรื่องแรกของไทย ‘ยูเรนัส2324’ ที่จะเข้าฉายให้ได้ชมพร้อมกันในปีนี้ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

ติดตามเพื่อรับข่าวสารความเคลื่อนไหวและกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่ Facebook: VelCurve Studio Instagram: @velcurvestudio Website: URANUS2324

#ยูเรนัส2324 #URANUS2324 #VelCurvestudio
หน้าหวานแล้วไง “แป้ง มิตรชัย” เตรียมรวบผม ฟาดนางร้ายเปลี่ยนภาพใหม่ นางเอกยุคนี้ มันต้องจึ้ง!!
​เป็นนางเอกยุคนี้ มันต้องโฮ่ง มันต้องสับ ยกตัวอย่างชัด ๆ กับนางเอกหน้าหวาน แป้ง มิตรชัย ที่ ในละคร ทายาทไหทองคำ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 พร้อมรวบผม สวมบทนางบิน ปะทะ นางร้าย ต้นข้าว อาร์สยาม ได้ทุกเมื่อ หากตัวเองและครอบครัวโดนทำร้าย แถมยังพกความสวยและมีสมอง ฉลาดทันคน เข้ากับยุคกับสมัย ไม่แปลกใจที่แฟน ๆ คอยเชียร์และซัพพอร์ต ตัวละครชื่อมะลิกันแบบท่วมท้น งานนี้ยกความดีความชอบให้กับบทและการถ่ายทอดการแสดงของแป้งที่ไม่ธรรมดา แต่กว่าจะทำถึงได้ขนาดนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เธอต้องตีความบทนี้แบบลึกซึ้ง และต้องทำการบ้านหนักเลยทีเดียว

แป้ง เผยว่า “สำหรับตัวแป้งเองต้องทำการบ้านหนักมากค่ะ เราต้องปรับตัวเยอะมาก สำหรับบท มะลิ ซึ่งเติบโตมาในครอบครัวที่ยากจน มีความรักพ่อแม่มาก นิสัยโดดเด่นสุดๆคือค่อนข้างสู้คน เป็นสายฟาดแบบมีชั้นเชิง ทุกอย่างในชีวิตคือการแข่งขันและไม่มีวันยอมแพ้ต่อโชคชะตาง่ายๆ มันก็จะมีความกลม ๆ ของคาแรกเตอร์ตัวละคร ที่จะมีความตรงกับเราบ้างไม่ตรงกับเราบ้าง ความยากคือเราจะหยิบมาปรับมาเล่นอย่างไร ให้ออกมาเป็นตัวละครมะลิ ที่มันเป็นคนดีนะ แต่ก็สู้คน ที่ไม่ข้ามขั้นไปถึงความร้าย ซึ่งด้วยความที่เราเป็นคนตาโต สื่ออารมณ์จะชัด เวลามอง โมโห โกรธ มันก็จะสามารถสื่อไปทางว่าเราร้ายได้ ความยากเลยอยู่ตรงที่เราต้องรักษาพลังและมาตรฐานไว้ จะเห็นได้ชัดเวลาเราเข้าฉากกับต้นข้าว ที่รับบทเป็นเดือนงาม เวลาเราโกรธ เราฟาด เราจะไม่เหมือนต้นข้าว มันจะออกมาคนละแบบกัน เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่แป้งว่า แป้งสุดเหมือนกัน เพราะมีให้เราเล่นทุกอารมณ์ ทั้งดรามา คอมเมดี้น่ารัก มัดสุดไปหมด แป้งชอบตรงที่ บทนางเอกได้สู้คน มันหมดยุคที่เราต้องโดนกระทำฝ่ายเดียวแล้ว และเน้นเรื่องราวความรักของคนในครอบครัว จุดนี้แหละที่แป้งอินสุด ๆ ถือว่าได้ปลดล็อกสกิลการแสดงตัวเองไปได้อีกระดับด้วย และที่เราภูมิใจนำเสนอเลยก็คือเรื่องนี้เราได้ร้องลิเก ได้เล่นกับพ่อเอด้วย แต่จะมาเชื่อมโยงกันได้ยังไงและเป็นฉากไหน อยากให้แฟน ๆ รอติดตามกันด้วยนะคะ ใน ละคร ทายาทไหทองคำ ออกอากาศทุกวันจันทร์-วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27
อ้อน เกวลิน เผยทุ่มเวลาให้กับการทำธุรกิจ แต่ยังคิดถึงงานในวงการบันเทิง ถ้ามีโอกาสอยากหวนกลับมาจับไมค์ร้องเพลงอีกครั้ง
หลังห่างหายจากการรับงานในวงการบันเทิงไปนาน สำหรับ อ้อน เกวลิน ที่ได้ทุ่มเทเวลาเต็มที่ให้กับการทำธุรกิจของตัวเอง แต่ก็ยอมรับว่าแอบคิดถึงงานในวงการบันเทิงอยู่ เผยถ้ามีโอกาสอยากหวนกลับมาจับไมค์ร้องเพลงอีกครั้ง

อ้อน เกวลิน กล่าวว่า “ สำหรับการสวมบทบาทการเป็นนักธุรกิจของอ้อนถ้าถามว่าแตกต่างจากการที่เราอยู่ในวงการบันเทิงหรือเปล่า มีความรู้สึกว่าอย่างที่หนึ่งที่ไม่แตกต่างก็คงเป็นเรื่องของความรับผิดชอบอันนี้ไม่แตกต่างค่ะ ยังต้องใช้เรื่องนี้สูงมากๆ สำหรับความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานต่อการตรงต่อเวลา ต่อการบริหารงานแบบนี้ความรับผิดชอบคือต้องมาเต็มเหมือนเดิม แต่สิ่งที่แตกต่างน่าจะเป็นเรื่องของระบบที่เราจะต้องมีความเข้าใจในหลักการ ในการทำธุรกิจ ให้มันมีความยั่งยืน โจทย์ของเราคือ เราต้องไม่สำเร็จเพียงคนเดียว ต้องสามารถส่งต่อความสำเร็จนี้ให้กับคนอื่นได้ เพราะฉะนั้นหมายถึงว่าเราจะต้องเข้าใจระบบ การที่จะทำให้คน ก๊อปปี้วิธีการ มายด์เซ็ท สกิลเซ็ต วิธีคิดวิธีการ คือจะต้องเป็นระบบที่ง่ายสั้นได้ผลแล้วก็ก่อเกิดการลอกเลียนแบบได้เรื่องนี้ก็อ้อนได้ลองผิดลองถูกมา 2-3 ปีเลยกว่าจะเข้าใจค่ะ

และการที่อ้อนได้มาทำธุรกิจต้องบอกว่าได้ค้นพบว่าตัวเองมีพรสวรรค์ ในเรื่องของการโค้ชแล้วก็สอนคนลึกๆเป็นคนชอบแบ่งปันชอบพูดชอบสอน และยิ่งทำให้คนเข้าใจในสิ่งที่เราสอนได้ผลลัพธ์ในชีวิตเปลี่ยนแปลงไป ทำให้เป็นเหตุผลว่าอ้อนทำไมไม่ได้กลับไปรับงานในวงการบันเทิงเลย แล้วเราก็มีความสุขที่จะเห็นทีมงานทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้นจากการสอนของเราสิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้เลยคือเรา เป็นคนใจเย็นขึ้น คิดก่อนที่จะพูดมากขึ้น ได้รู้จักตัวเองว่าอะไรที่เราทำและเราทำได้ดีและก็ได้เข้าใจธรรมชาติของคนมากขึ้นว่าเราจะอยู่กับผู้คนอย่างมีความสุขได้อย่างไรเวลาคนที่มีปัญหา เราก็ต้องเป็นปัญญาที่จะทำให้เขาได้พบทางออก มันทำให้เราได้อยู่กับคน ทำให้เราได้คิด ได้วิเคราะห์ ได้อยู่กับธรรมชาติของคนอันนี้ถือว่าได้เรียนรู้และรู้สึกสนุกมากๆ

มีโอกาสกลับไปรับงานวงการบันเทิงไหมจริงๆตอนนี้ถ้าพูดถึงละคร ถ้าในช่วงที่ทำธุรกิจเป็นเรื่องเป็นราวในยุคที่ไม่มีออนไลน์คนก็อาจจะลืมอ้อนไปเลย แต่พอตอนนี้มีโลกออนไลน์อ้อนก็กลับมาเล่นโซเชียล เพิ่งกลับมาเล่น IG เล่น Facebook เล่น TikTok บ้างนิดหน่อยแบบนี้ก็จะทำให้คนเห็น ว่าอ้อนมีไปเล่นรับเชิญอยู่บ้างก็กลับไปรับละครอยู่บ้าง ก็อยากบอกผู้จัดว่ายังรับอยู่นะคะ แต่ว่าเบื้องต้นก็อาจจะต้องดูเรื่องของเวลา และบทบาทที่จะต้องรับ แต่ตอนนี้คิดถึงมากที่สุดก็คือเรื่องของการร้องเพลงในวันว่างว่างในวันที่สบายๆอ้อนก็แอบคิดถึงงานเพลงบ้างแล้วก็แอบอยากจะกลับไปร้องเพลงบ้างก็วอนนักแต่งเพลง (ยิ้ม) ใครที่อยากทำงานร่วมกันกับอ้อนก็สามารถแต่งเพลงให้อ้อนร้องได้นะคะ”
“สงครามสมรส” โกยทุกความปัง!! ทั้งหน้าจอ&ออนไลน์ ทะยานสู่…ละครหลังข่าวอันดับ1
ฟาดยกแรก ด้วยกฎหมาย “ฟ้องชู้” ทวงคืนศักดิ์ศรีไปได้อย่างสวยงาม สำหรับ เมียหลวงยืนหนึ่ง “แอฟ ทักษอร” (บัวบงกช) ในละคร “สงครามสมรส” ช่องวัน31 ที่ออกอากาศไปเพียง 4 ตอน ก็โกยทุกกระแสความแรงต่อเนื่อง จนขึ้นแท่นละครหลังข่าวอันดับหนึ่ง กวาดทั้งยอดวิว และกระแสความแรงในโลกโซเชี่ยล โดยผู้ชมทางทีวี 6.4 ล้านคน และ บนทุกช่องทางออนไลน์ 100 ล้านวิว ที่ดูท่าจะทวีความแรง พุ่งสู่ยอดวิวระดับนิวไฮอย่างไม่หยุดยั้ง ดันเรตติ้งพุ่งทะยาน โดย EP4 ที่ผ่านมา 3.08 (15+NW) , 3.41 (15+BKK) และ 3.03 (15+RURAL) ไม่เพียงเท่านั้น ขณะที่ออนแอร์ก็มี Hot Topic ถึงความเป็น ละครท็อปฟอร์มที่ครบทุกสาระ บันเทิง ที่สุดแสนจะครีเอทโดยเฉพาะ การใช้กฎหมายเป็นอาวุธต่อสู้ในการเอาชนะเหล่าชู้ตัวดี เรียกว่า สาวแอฟ ซัดหมัดแรก กำชัยชนะมาได้อย่างสวยงาม แต่รอยยิ้มของผู้ชนะ กลับอยู่ได้ไม่นาน เพราะสัปดาห์หน้า สามีตัวดี “ชาคริต แย้มนาม” (ปรเมศวร์) ร่อนหมายศาลฟ้องหย่า มาถึงหน้าประตูบ้าน งานนี้ สาวแอฟ และ ทนาย “ตรี ภรภัทร” (ภาวินท์) จะรับมือกับศึกครั้งนี้อย่างไร เอ้า!!! ทีมเพื่อนหญิง พลังหญิง สายซัพพอร์ททั้งหลาย มาร่วมเชียร์แม่แอฟไปพร้อมกัน ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน31
ประเดิมร้านใหม่ “แป้ง มิตรชัย” ร้องลิเก ชวนชิมส้มตำ “ต้นข้าว” หมั่นไส้ หยุมหัว สาดน้ำปลาแดก
งานเข้า “แป้ง มิตรชัย” แบบไม่มีคำว่าพัก หลังเปิดศึกต่อเนื่องกับ ต้นข้าว อาร์สยาม พร้อมตบแบบไร้สติจนวินาทีสุดท้าย ใน ละคร ทายาทไหทองคำ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 อีพี10 แถมยังบุกอาละวาดก่อกวนและพร้อมพังร้านส้มตำ เอาฤกษ์เอาชัยร้านใหม่ให้เละคามือ มีหรืองานนี้แป้งจะยอมให้ทำฝ่ายเดียว เรียกว่าฟาดกันแบบไม่มีใครยอมใคร จน “อั๋น อัครพรรฒ บุนนาค” ต้องมาห้ามทั้งคู่ออกจากกัน งานนี้กองเชียร์ห้ามพลาดฉากนี้เด็ดขาด

เป็นฉากที่ มะลิ(แป้ง) ร้องรำลิเกทำเพลงเปิดตัวร้านส้มตำสะท้านทรวง เพื่อเรียกลูกค้าเข้าร้าน โดยมี จิณ(อั๋น) และผองเพื่อนไม่ว่าจะเป็น ไก่ (อ๊อฟ ศุภณัฐ), ปลาดุก (เปรี้ยว อนุสรา) และ ป้าบัวงาม(ธงธง มกจ๊ก) มาช่วยกันเต้นเรียกลูกค้า จนลูกค้าแห่เข้ามาอุดหนุนมากมาย เดือนงาม(ต้นข้าว) ที่ผ่านมาเห็น จิณ กำลังมีความสุข กับ มะลิ ทำเอาแค้นใจมาก พร้อมพาพักพวกบุกหาเรื่อง มะลิ แบบไม่มีปราณี และหวังพังร้าน ด้วยการเปิดศึกสาดเส้นมะละกอจนร้านส้มตำเละเทะไม่เป็นท่า

เบื้องหลังฉากนี้ เชื่อว่าคงต้องมีใครหลาย ๆ คน สะดุดตาความสวย และความสามารถในการร้องการร้อง ลิเกของ แป้ง มิตรชัย ลูกสาวของ เอ ไชยา มิตรชัย ที่ลูกไม้หล่นใกล้ต้นสุด ๆ แต่งานนี้ก็ไม่ใช่ง่ายสำหรับการร้องลิเก เพราะแป้งต้องคิดคำร้องเชิญชวนแบบสด ๆ กว่าจะผ่านได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว โดยเฉพาะหนุ่มอั๋น ที่งานนี้ต้องจัดสเต็ป ทำนองและท่าเต้นด้วย แต่ก็ยังไม่เหนื่อยเท่าฉากที่ทุกคนต้องทะเลาะพังร้านกัน ด้วยฉากแซ่บๆ ของ แป้ง และ ต้นข้าว งานนี้ ต้นข้าว ซ้อมจังหวะในการสาดส้มตำมาอย่างดี เล็งเป้าหมายอย่างแม่นยำ ระหว่างที่ แป้ง กำลังโพนทะนาเรียกแขกเข้าร้านส้มตำสะท้านทรวงอย่างมีความสุข ต้นข้าว ได้จังหวะรีบคว้าถาดส้มตำปูปลาร้า สาดใส่ แป้ง อย่างสะใจ อั๋น ซึ่งยืนห้ามอยู่ยังไม่ทันตั้งตัว เส้นมะละกอก็ราดไปเต็มตัว แป้ง ไปหมด งานนี้ผองเพื่อนขอชำระความแค้นสาดทุกอย่างที่ขวางหน้าตีกลับใส่ ต้นข้าว สารพัด เบื้องหลังทุกคนใช้พลังทุ่มสุดตัวทั้งเสียง ทั้งแรง ทั้งแสบ สะใจ เชือดเฉือนกันด้วยคำพูดแบบไม่มีการยอมกัน แถมร้องกรี๊ดเสียงดัง สิ้นเสียงคัท ทุกคกคนขำก๊าก เพราะสภาพแต่ละคนเละแบบสุด ๆ แบบชนิดที่เรียกว่า อ้าวแฮ้ย...ไม่เหมือนกับที่ซ้อมไว้เลยนี่หว่า ฮ่า ๆ ฉากนี้จะแซ่บ ม่วน นัว มันส์ ขนาดไหนติดตามชมได้ใน ละคร ทายาทไหทองคำ อีพี10วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม 2567 เวลา 18.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27
“ปลื้มคนโปรด” เข้าสู่โค้งสุดท้าย!!! “คิมม่อน” เสียใจหนัก เป็นต้นเหตุทำ “คัท” เจ็บ จนรู้หัวใจตัวเอง
เข้มจนข้นสุด ๆ ไปเลย สำหรับซีรีส์ “ปลื้มคนโปรด” ผลิตโดยบริษัท “แม็กซิม่อน เอ็นเตอร์เทนเมนต์” ของผู้จัด คุณม่อน - ศุภกิตติ์ กันอุปัทว์ ที่เรื่องราวตอนนี้ของคนโปรด มาพร้อมกับความสับสน ว่า ปลื้ม เก๊กจนดูไม่ออก หรือมีใจให้กันแน่ งานนี้มีเฟรชชี่ไนท์ที่จะเป็นตัวช่วยบอกหัวใจอยู่ข้างหน้า

โดยเรื่องราวความข้นเข้ม มาถึงตอนที่ คนโปรด (คัท-ธนวัฒน์ สุขเฟื่องฟู) รับปากไปงานเฟรชชี่ไนท์ ปลื้ม (คิมม่อน-วโรดม เข็มมณฑา) ดีใจเป็นอย่างมาก  คนโปรดรีบมางานเฟรชชี่ไนท์จนเกิดอุบัติเหตุ ปลื้มโกรธตัวเองเป็นอย่างมากที่เซ้าซี้ให้คนโปรดมาดูตัวเองร้องเพลง ปลื้มพาคนโปรดไปดูแลที่บ้านทำให้สองคนเริ่มรู้ใจกันมากขึ้น แต่แล้วก็มี พาย (เพียว-ปภาวรรณ แสงอรุณ) เข้ามาเสนอตัวเป็นสปอนเซอร์งานรับน้องออกค่ายอาสา ซึ่งทุกคนดูออกว่าพายชอบปลื้ม ทำให้คนโปรดเริ่มไม่แน่ใจตัวปลื้ม

มาลุ้นเอาใจช่วยคนโปรดกันต่อในซีรีส์ “ปลื้มคนโปรด” EP 7 ในวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม นี้ เวลา 22.40 ทางช่อง 3 กด 33 และ สามารถชมย้อนหลังได้ทาง WeTV

  #ปลื้มคนโปรด #Asecretlylove #MaximonEntertainment #คิมคัท #kimkut #kut_tanawat #ขุณขิมมอญ #ดูทีวีกด33 #ดูมือถือกด3plus #WeTV
“เด่นคุณ-เพ็ชร” เปิดศึกรักสามเส้า“อแมนด้า” เสียน้ำตาอย่างหนัก ใน “เว้าวอนรัก
เรื่องบู๊แอ็คชั่นพักไว้ก่อน ตอนนี้มาถึงเรื่องรักสามเส้าเคล้าน้ำตาที่กำลังเข้มข้นมากๆ สำหรับละครเรื่อง “เว้าวอนรัก” ของสองผู้จัด พนิตนาฏ ฉัตรวิไล และ ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี บริษัทมัมแอนด์แด๊ด เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด กำกับการแสดงโดย กรพจน์ สืบชมภู เรื่องราวกำลังเดินต่อไปอย่างเข้มข้น รวมทั้งความรักของสามพระนางในเรื่อง อย่าง เด่นคุณ งามเนตร, อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม และ เพ็ชร ฐกฤต ตวันพงค์ ซึ่งไม่รู้ว่าจะดำเนินไปอย่างไร ทำเอาคนดูลุ้นกันมากๆ

โดยเป็นตอนที่ เชิญขวัญ (อแมนด้า) และ ชเลบุตร (เพ็ชร ฐกฤต) ไปพบ พระองค์เจ้าปฐพีรังสรรค์ (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ นายเรือง (จ๊อบ นิธิ สมุทรโคจร) พ่อของเชิญขวัญ เพื่อถามข้อมูลเกี่ยวกับพ่อก่อนตาย แต่เชิญขวัญกลับได้เจอกับ เขตคาม (เด่นคุณ) และแปลกใจอย่างมากเมื่อรู้ว่าเขตคามเป็นลูกชายของพระองค์เจ้าปฐพีรังสรรค์ และที่โกรธอย่างมากเพราะเขตคามเป็นผู้ชายที่พ่อพาไปดูตัว แต่เขตคามไม่ยอมมาดูตัว และเป็นสาเหตุทำให้เชิญขวัญต้องแต่งงานกับคุณชายปอ (เฟิร์ส เอกพงศ์ จงเกษกรณ์) จนทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายจนต้องหนีไปอยู่ภูพญาลอ เขตคามพยายามขอโทษและปรับความเข้าใจกับเชิญขวัญ แต่เชิญขวัญไม่สนใจ ชเลบุตรมาห้าม และออกตัวว่าเป็นสามีของเชิญขวัญ ซึ่งเขตคามไม่มีสิทธิ์มายุ่งเกี่ยวแล้ว

ฉากนี้ถ่ายทำที่บ้านล้อเกวียน ซอยวัดพระเงิน เป็นฉากดราม่าหนักมากของเด่นคุณและอแมนด้า เพราะเด่นคุณพยายามกอดยื้อ อแมนด้าเพื่อบอกความในใจ ขณะที่อแมนด้าน้ำตาไหลพราก เสียใจ เสียความรู้สึก หลากหลายอารมณ์ประดังประเดเข้ามา พูดไม่ออก บอกไม่ถูก ยิ่งเพ็ชรมาบอกว่าเป็นสามี ทำเอาเด่นคุณ อึ้งไปเลย ไม่รู้จะไปต่อยังไง เสียใจมาก ฉากนี้บทพูดยาวเหยียด อีกทั้งอารมณ์อย่างเต็ม จึงใช้เวลาพอสมควร ทั้งเด่นคุณ อแมนด้า และเพ็ชร ดราม่ากันสุดสุด

ติดตามว่าความรักของทั้งสามคนจะไปต่ออย่างไร ในละคร “เว้าวอนรัก” วันพุธที่ 27 มีนาคม เวลา 19.00 น.ช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือ กด 3Plus
ถ้าโดนเทให้เซมาทางนี้ “ทอมมี่ สิทธิโชค” ชวนเหงาในพื้นที่คนเศร้า ส่งซิงเกิลแรก “Mr.Sea” พร้อมเป็นที่พักใจให้คนที่ทำได้แค่แอบรัก
ไม่ใช่แค่ความสามารถทางด้านการแสดงที่มีผลงานซีรีส์มามากมายเท่านั้น เพราะหนุ่ม “ทอมมี่ สิทธิโชค เผือกพูลผล” ขอพ่วงดีกรีศิลปินเบอร์ล่าสุดของ ค่าย DMD MUSIC (ดีเอ็มดี มิวสิก) กับซิงเกิลแรกในชีวิตของทอมมี่อย่าง “Mr.Sea (feat. LAZYLOXY)” ที่เป็นพื้นที่ของคนเหงา อยู่ในสเตตัสทำได้แค่แอบรักแต่ไม่สมหวังสักครั้ง ถึงจะ Sad แค่ไหน แต่ก็พร้อมเป็น Mr.Sea คอยปลอบใจอยู่เสมอ เคลิ้มตามไปด้วยกันในแนวเพลงป็อป อิเล็กทรอนิกส์

โดยงานนี้ได้ “เท็น วง Musketeers” เป็นผู้แต่งเนื้อร้อง นอกจากนี้เพิ่มให้เพลงมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้นด้วยท่อนแรปจาก “LAZYLOXY” ที่ยิ่งฟังก็ยิ่งลงตัว ยิ่งเปิด Mr.Sea บ่อย ๆ ก็จะยิ่งหลงรักเพลงนี้มากยิ่งขึ้น ซึ่งงานนี้ยังได้ “เบสท์ รักษ์วนีย์ คำสิงห์” มารับบท นางเอกเอ็มวี ร่วมถ่ายทอดความเศร้าอยู่ริมทะเล

“Mr.Sea (feat. LAZYLOXY)” ถือได้ว่าเป็นเพลงที่ใช้เวลาทำค่อนข้างนาน โดยปรับให้ตรงตามที่ทอมมี่ชอบมากที่สุด เพราะเป็นผู้ที่ถ่ายทอดเพลงนี้ออกมา จึงต้องเข้าถึงอารมณ์และอินกับเพลงให้ลึกที่สุด แม้จะต้องใช้เวลารอคอยเพลงนี้นานแค่ไหน แต่ยอมทุ่มเทเพื่อความสมบูรณ์ที่สุด

โดยงานนี้ “ทอมมี่” ได้เผยถึงซิงเกิลแรกในชีวิตว่า “ดีใจมาก ๆ ที่ซิงเกิล Mr.Sea ได้ปล่อยออกมาให้ทุกคนได้ฟังแล้ว หลังจากที่ผมได้อยู่กับเพลงนี้มานาน ซึ่งผมและพี่ ๆ ทีมงาน ได้ช่วยกันปรับเพื่อให้ซิงเกิลนี้ออกมาเป็นตัวผมมากที่สุด ชอบทุกอย่างในซิงเกิลนี้มาก ๆ รวมถึงได้ พี่ LAZYLOXY มาร่วม Feat. อีกด้วย ทำให้ซิงเกิลนี้ลงตัวและสมบูรณ์แบบที่สุดของผม อยากให้ซิงเกิลนี้เข้าไปนั่งอยู่ในใจของทุกคน ไม่ว่าจะรู้สึกเหมือนกันเพลง หรือไม่ได้อยู่ในโมเมนต์นี้ ก็สามารถฟังกันได้ เปิดได้บ่อย ๆ เลยครับ”

โดยสามารถรับฟังซิงเกิล “Mr.Sea (feat. LAZYLOXY)” จาก “ทอมมี่ สิทธิโชค” ผ่านสตรีมมิ่ง และรับชมชมมิวสิควิดีโอได้ทาง www.youtube.com/@DMDMUSICTH พร้อมติดตามรายละเอียดต่างๆ ได้ทางโชเชียลมีเดียทุกช่องทางของ DMD MUSIC

#MrSeaByTommy #DMDMUSIC
“ตงตง” เทหมดหน้าตัก สู้!! “โตโต้” ขาดใจ “กัปตัน-น้ำ” ขิงเก่ง!! ศึกนี้...ใครจะชนะ!!
ถึงคราวปล่อยของ ที่ซุ่มซ้อมมาอย่างหนัก สำหรับ พระเอกหนุ่ม “ตงตง-กฤษกร กนกธร” หรือ “ดิน” เรียกว่า เทหมดหน้าตัก เพื่อบทบาทพระเอกยี่เก ในละคร “คู่พระคู่นาง” ทาง ช่องวัน31 ผลิตโดย ค่ายพอดีคำ โดยสัปดาห์นี้ เป็นการเปิดศึก ประชันวิกยี่เก ระหว่าง “น้ำ-รพีภัทร เอกพันธุ์กุล” (พระยาบำเรอราชสำราญ) ที่คว้า ตงตงมาเป็นพระเอกในสังกัด กับ “กัปตัน-ภูธเนศ หงษ์มานพ” (พระยาพิทักษ์บรรเลง) ซึ่งมี “โตโต้ ธนเดช” (พนม) เป็นพระเอกยี่เกยืนหนึ่ง แห่งพระนครอยู่ในกำมือ ศึกชิงตำแหน่ง พระเอกยี่เก แห่งพระนครคนใหม่ครั้งนี้ ใครจะชนะ มาลุ้นกัน!!!

ฉากนี้ ธงชัย ประสงค์สันติ และ ธัชพงศ์ ศุภศรี สองผู้กำกับ รวมพลังกันสร้างสรรค์สุดฤทธิ์ โดยงานนี้ พี่เลี้ยงของ ตงตง ที่ช่วยติวเข้มการร้อง การรำ ก็คือ โตโต้ พระเอกลิเกตัวจริง เมื่อซ้อมจน ท่วงท่า และลูกคอ ลูกเอื้อน เริ่มเข้าที่ ถ่ายจริง ตงตง เปิดตัวมาในมาดพระเอกยี่เก หน้าหล่อ ร่ายรำ ได้ทรงเสน่ห์ ทั้งท่วงท่า ลีลา และลูกเล่น ทำเอา น้ำถึงกับภูมิใจ ที่ตงตง เด็กในสังกัด ทำได้ดี เลยอดที่จะแขวะใส่ กัปตัน ไม่ได้ ด้านกัปตัน ไม่รอช้า แขวะมา ก็ขิงกลับ ทันที เพราะมีโตโต้ ดีกรีพระเอกยี่เกแห่งพระนครอยู่ในมือ แถมโชว์ลีลาได้ท็อปฟอร์ม ทั้งน้ำเสียง และความอ่อนช้อย เปิดวิกยี่เก ประชันหน้ากันดุเดือดขนาดนี้ งานนี้ ตงตง พระเอกยี่เก ดาวดวงใหม่ของพระนคร หรือ โตโต้ พระเอกยี่เก มือวางอันดับหนึ่งแห่งพระนคร ใครจะเป็นผู้ชนะ ตามลุ้นได้ ในวันพุธที่ 27 มีนาคม (อีพี10) เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน31 สามารถรับชม ละครใหม่!! “คู่พระคู่นาง” ดูทีวี ทางช่องวัน31 และดูออนไลน์ ทางแอปฯ oneD ที่แรก!! ที่เดียว!! ดาวน์โหลดฟรี!! ดูบนแอป : https://bit.ly/376vYH8 , ดูบนเว็บ : https://bit.ly/3wXv3DP
“หมาก-ญาญ่า” คู่นี้ที่รอคอยพร้อมปล่อยพลังฟีลกู๊ด! แท็กทีมนักแสดงตัวท็อปพาทุกคนเอ็นจอย ใน “จนกว่าจะได้รักกัน”
ช่อง 3 เตรียมพาทุกคนไปลุ้นกับความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่กลับตาลปัตรกลายมาเป็นความสัมพันธ์ลูกเลี้ยงกับแม่เลี้ยง! กับละครใหม่ที่ใคร ๆ ก็จับตามองมากที่สุด อย่าง “จนกว่าจะได้รักกัน” ผลงานของผู้จัดฯ “อาร์ต พลังธรรม กล่อมทองสุข” แห่งค่ายรักละคร นำพระนางที่ทุกคนรอคอยกลับมาอีกครั้ง! อย่าง “หมาก ปริญ สุภารัตน์” ในบท เหมือง หนุ่มรักธรรมชาติที่มีนิสัยห่าม รั่ว กวนตัวพ่อ โคจรมาลงล็อกกับ “ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์ปันด์” ที่สวมบทเป็น อาโป ภูมิสถาปนิกสาวจิตใจดีมีความพยายามตั้งใจมุ่งมั่น ซึ่งเรื่องนี้จะทำให้คนดูได้เห็น “หมาก-ญาญ่า” ในโหมดใหม่ที่มีทั้งฟินปนความหยุมหัว เรียกว่าเดินหน้าใส่เกียร์ฟีลกู๊ดเต็มกำลัง! อีกหนึ่งคู่เคมีใหม่ อย่าง “มีน พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร” ในบท ติณ และ “แพร์ พิชชาภา พันธุมจินดา” ในบทของ อิ๊ง ต้องบอกเลยว่าคู่นี้จะทำให้คุณนั่งลุ้นว่าจะรักกันได้อย่างไรในเมื่อนิสัยต่างกันสุดขั้ว? นอกจากนี้ “จนกว่าจะได้รักกัน” ยังได้ตัวนักแสดงท็อปฟอร์มตลอดไม่คิดจะพัก! มาสร้างสีสันความสนุกในเรื่องเพิ่มขึ้นไปอีก อาทิ วิลลี่ แล้ว​มคอินทอช, ดี้ ชนานา, กล้วย ปรารถนา, เต๋า สโรชา, เอ๋ มณีรัตน์, นัตตี้ นันทนัท, ปาล์ม ศุภชัย, บอล กัมมัญญ์, น้ำหนึ่ง สุทธิเดชานัย, แฟรงกี้ วีรภัฎ, หม่อมเอ็ม อรรถพล, ปิงปอง ธงชัย, ตี๋ แพรวโพยม, บี๋ ปรียารินท์ ฯลฯ ซึ่งแค่เห็นลิสต์รายชื่อนักแสดงก็รู้เลยว่าเป็นละครฟีลกู๊ดแบบตะโกน!

งานนี้สองคู่พระนางจึงแอบออกมาสปอย ความสนุกที่จะชี้ชัดว่าทุกคนห้ามพลาด “จนกว่าจะได้รักกัน” หนุ่ม “หมาก ปริญ” เผยว่า “อยากบอกว่าทุกตัวละครที่อยู่ในเรื่องนี้รับส่งกันดีไปหมดเลย ทุก ๆ คนคือตัวละครที่ลงตัวมาก ๆ อย่างพี่วิลลี่ที่เล่นเป็นพ่อเราในเรื่องคือน่ารักมาก แน่นอนว่าคนดูจะได้รับความสนุกสนาน ความสดใสของทุกตัวละครแน่นอน และยังได้เห็นถึงชีวิตที่จะมีกราฟขึ้นลง มีความสุข ความเศร้า ความไม่แน่ใจของมนุษย์ ทุกอย่างรวมกันอยู่ในละครเรื่องนี้ทั้งหมดเลยครับ” ฟากสาว “ญาญ่า อุรัสยา” เล่าเสริมว่า “สำหรับญ่าเรื่องนี้เป็นละครที่ทำให้เรามีความกล้าหาญทำอะไรหลาย ๆ อย่างที่เมื่อก่อนเราอาจจะไม่กล้าทำ รู้สึกว่าเรื่องนี้มันนอกกรอบเรากว่าปกติ เพราะว่าเราอิมโพไวส์กันเยอะมาก ซึ่งปกติหนูไม่ได้เป็นคนแบบนั้น และอีกอย่างหนึ่งที่ชอบมากของเรื่องนี้ คือธีมของความรักมันชัดเจน ความรักระหว่างพ่อลูก ครอบครัว ความรักต่างเพศหรือเพศเดียวกัน คิดว่าคนดูจะได้มุมมองความรักผ่านตัวละครแต่ละตัวตลอดทั้งเรื่อง เพราะว่าจนกว่าตัวละครจะได้รักกันแบบสมบูรณ์มันมีเรื่องราวให้ติดตามเยอะมากค่ะ”

อีกหนึ่งคู่ อย่าง “มีน พีรวิชญ์” ก็ออกมาสปอยเพิ่มว่า “เราว่าคนดูจะได้รับความสนุกจากเรื่องนี้ เพราะมันจะทำให้ทุกคนเพลิดเพลินอย่างแน่นอน เรื่องนี้โทนหลักมาทางคอมเมดี้แต่ก็ยังมีพาร์ทโรแมนติกและดราม่าทั้งครอบครัว เพื่อน ความรัก มันอิ่มในมุมของครอบครัวด้วย และหลัก ๆ ที่เราอ่านบทและรู้สึกดีไปกับมันเลยคือการที่เราจะตัดสินคนคนหนึ่งเราไม่ควรรีบตัดสินเขา หรือเอาความคิดเราเป็นตัวตัดสิน เพราะแต่ละคนก็จะมีความคิดที่แตกต่างกัน เขาก็มีเหตุผลว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ เรื่องนี้เราว่าทุกตัวละครมีสิ่งนี้หมดซึ่งมันจะถูกเล่าออกมาในแบบที่แตกต่างกัน” พร้อมด้วยสาว “แพร์ พิชชาภา” เล่าว่า “แพร์เชื่อว่าโปรดักชั่นของทีมนี้เราวางใจที่สุดแล้ว คือมันต้องออกมาดีอยู่แล้ว บทก็ดี นักแสดงแต่ละคนก็เล่นดีอะไรอย่างนี้ (หัวเราะ) อันนี้ก็แอบอวยตัวเองนิดนึง เรื่องนี้มันพูดถึงความรัก และมันไม่ใช่แพทเทิร์นแบบคนดูละครทั่วไปจะได้ดูความรักแบบประเดี๋ยวประด๋าว แต่คิดว่าเรื่องนี้มันจะสะท้อนเกี่ยวกับข้อคิดเรื่องความรัก การใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเกี่ยวกับครอบครัว คู่รัก เพื่อน ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง เพราะว่าทุกความรักมีอุปสรรคอยู่แล้ว แต่มันขึ้นอยู่กับคนสองคนจะปรับตัวเข้าหากันยังไง เหมือนคู่ของ ติณกับอิ๊ง เหมืองกับอาโป ถ้าใครมีปัญหาเรื่องความรักหรืออยากทำให้ความรักของตัวเองดีขึ้นก็สามารถดูเรื่องนี้แล้วสะท้อนใจตัวเองดูก็ได้ค่ะ แพร์คิดว่ามันน่าจะมีประโยชน์ค่ะ” “จนกว่าจะได้รักกัน” (Love at first night) บทประพันธ์โดย “อาริตา” เขียนบทโทรทัศน์โดย “ภัทรนันทน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา” กำกับการแสดงโดย “ณธภร พัชรชญานนท์” เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อสาว อาโป (ญาญ่า อุรัสยา) อกหักผิดหวังในความรักจากผู้ชายเฮงซวย ทำให้เธอสร้างตัวตนใหม่ชื่อ วิว (ญาญ่า อุรัสยา) เพียงเพราะเธออยากหนีจากการเป็น “ตัวเอง” ไปพักใจที่ทะเล แต่การไปพักใจครั้งนี้กลับทำให้ได้เจอคนแปลกหน้า อย่าง เหมือง (หมาก ปริญ) จนทำให้เธอคิดว่าเจอคนที่ใช่! ก่อให้เกิดความสัมพันธ์แบบ One Night Stand แต่เรื่องมันกลับตาลปัตรเมื่ออาโปต้อง “แต่งงาน” กับหนุ่มรุ่นพ่อ อย่าง ภูดิน (วิลลี่ แมคอินทอช) ด้วยเหตุผลบางอย่าง เพื่อครอบครัวของเธอ และลูกชายของภูดินดันคือ เหมือง ผู้ชายที่เธอตกหลุมรัก เรื่องราวมันจะอีรุงตุงนังวุ่นวายอย่างไร ต้องรอดู...มาดูความฟีลกู๊ดของ “หมาก-ญาญ่า” กับคู่เคมีใหม่อีกคู่ “มีน-แพร์” ที่รวมตัวมาปล่อยพลังความสนุก พร้อมด้วยเหล่านักแสดงทุกคน ในละคร “จนกว่าจะได้รักกัน” ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. เริ่มตอนแรกวันจันทร์ที่ 25 มีนาคม 2567 ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus
“หมาก-ญาญ่า” เลิฟซีนร้อนตอนแรก...แล้วคืนนี้เราจะรักกัน!!!
เจอกันอีกครั้งในรอบ 7 ปี จะให้น้อยกว่านี้ได้ไง เพราะละครโรแมนติกคอมเมดี้ฟีลกู๊ดเรื่องใหม่ “จนกว่าจะได้รักกัน” จะทำให้หน้าจอช่อง 3 ไฟลุกตั้งแต่ตอนแรกกันเลย เมื่อไฟรักของพระเอก “หมาก ปริญ สุภารัตน์” ในบท “เหมือง” และนางเอก “ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์ปันด์” ในบท “วิว” มันร้อนแรงเกินห้ามใจ กับความรักลึกซึ้งในชั่วข้ามคืนเหมือนชื่อเรื่อง “Love at first night” อยากรู้ว่าคืนแรกของเขาและเธอจะร้อนแรงไฟลุกขนาดไหน บอกเลยว่าต้องเกาะขอบจอรอดูเท่านั้นจ้า!!!

ชมละคร “จนกว่าจะได้รักกัน” ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. เริ่มตอนแรก 25 มีนาคมนี้ ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus
5 เหตุผลที่ไม่ควรพลาด “ทายาทไหทองคำ” ละครสายเลือดอีสานของแทร่ สไตล์ไทบ้าน ไม่ใช่ลูกอีสานก็ดูได้
แค่ชื่อเรื่องก็ตอกย้ำความเป็นลูกอีสานแบบของแทร่ สำหรับละคร ทายาทไหทองคำ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ที่ก่อนหน้านี้ทางผู้จัดและผู้กำกับ “ถา สถาพร นาควิไลโรจน์” ได้ออกมาการันตีถึงความครบรส พร้อมชูวัฒนธรรมอีสาน เล่าผ่านเรื่องราวสุดดรามาเข้มข้น ถ่ายทอดโดยนักแสดงมากความสามารถแน่นจอ และยังมีแพสชันสุดแรงกล้าในการผลักดันน้ำปลาร้าไทย ที่เป็นโจทย์หลักในละครเรื่องนี้ ให้กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ หรือ ได้เป็นหนึ่งในกระบอกเสียงในการเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารการกินแบบชาวอีสานให้เนียน แฝงไปกับเรื่องราวแบบไม่ยัดเยียดคนดู ซึ่งล่าสุด ละครเรื่องนี้ก็ได้ออกอากาศไป 6 อีพี แล้ว สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู วันนี้เราเลยขอมาแชร์ 5 เหตุผล ที่ไม่ควรพลาดดูละครเรื่องนี้ แต่จะมีเหตุผลอะไรกันบ้างไปดูกัน

เป็นละครแนวอีสานที่ตอบโจทย์คนทุกภูมิภาค ​แน่นอนว่าละครเรื่อง ทายาทไหทองคำ ไม่ใช่แค่ทำมาเพื่อชาวอีสาน แต่ทำมาเพื่อคนไทยทั้งประเทศ ที่มีความเลิฟในละครดรามาเข้มข้นได้ดู เพราะถึงแม้ว่าละครทายาทไหททองคำ จะเล่าเรื่องแบบเบสิกละครไทย แต่ความเลิศอยู่ที่ มีการเล่าถึงเรื่องราวที่มีความหลากหลายแง่มุม ทั้งความหลากหลายของภาษา ลักษณะวัฒนธรรม วิถีชีวิต บริบททางสังคม โดยเฉพาะเรื่องภาษาที่ปฏิเสธไม่ได้ คือแกนหลักของการนำเสนอ แต่ก็ทำให้ภาษามีความเข้าใจที่ง่ายขึ้นด้วยการใส่มีซัพไตเติ้ล ที่ช่วยให้เข้าใจในภาษาถิ่นของภาคอีสานอย่างมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มดูได้ทุกเพศทุกวัย

รวมเหล่านักแสดงซุปเปอร์แมสเมืองไทย รุ่นเล็กรุ่นใหญ่จัดเต็ม ​คำว่ารวมนักแสดง ระดับซุปเปอร์แมส คำนี้ไม่เกินจริง เพราะแต่ละคนถ้าพูดชื่อไม่มีใครไม่รู้จักแน่นอน ทั้งรุ่นเล็ก-รุ่นใหญ่ที่จะมาสร้างความหรรษาให้ม่วนกันคับจอ ได้ “อั๋น อัครพรรฒ” ประกบคู่กับ “แป้ง มิตรชัย” พร้อมประชันฝีปาก กับ “ต้นข้าว อาร์สยาม” จะมาจับคู่แบบตบจูบกับนักแสดงน้องใหม่ “สกาย สุทธินันท์” ทั้งยังมี น้อย โพธิ์งาม, รุ่ง สุริยา, มนต์สิทธิ์ คำสร้อย, ลูกน้ำ พาเมล่า, เอ ไชยา, อ๊อฟ ศุภณัฐ, เปรี้ยว อนุสรา, ธงธง มกจ๊ก, โบว์ เบญจศิริ, ตวง สาวิกา, เก่ง ชัชวาล, อ้วน รีเทิร์น, หงส์ สุชาดา, เวนย์ ฟอลโคเนอร์ และนักแสดงท่านอื่น ๆ อีกมากมาย จัดเต็มพร้อมใส่ความบันเทิงแบบครบครัน ที่กล้าพูดได้เลยว่าคุณจะเพลิดเพลินและอินไปกับการแสดงของพวกเค้าได้ไม่ยากอย่างแน่นอนเมโลดรามาเคล้าน้ำตา แทรกด้วยความคอมเมดี้ ​ตอกย้ำความเป็น 1 ของละครช่อง 8 ด้วยละครเรื่อง ทายาทไหทองคำนี้ เป็นละครอีสานแนว เมโลดรามา ร้อนแรง ที่มีส่วนผสมสอดแทรกกับคอมเมดี้ อย่างลงตัว มีนิยามการนำเสนออย่างสั้น ๆ เล่าอย่างจัดจ้าน ไปกับ ความรัก ความริษยา เรียกได้ว่ามีครบทุกรส มันทุกอารมณ์ มีอุปสรรคระหว่างความรักของ จิณ รับบทโดย (อั๋น อัครพรรฒ) และ มะลิ (แป้ง มิตรชัย) ของทั้งคู่ให้ลุ้นตลอดเรื่อง รวมไปถึงเรื่องความลับสายเลือดที่แท้จริง ความลุ้นลูกและหลานแท้ๆ จะกลับคืนสู่อ้อมกอดของครอบครัว จะต้องเจออุปสรรคอะไรอีกมากมาย แต่ละเรื่องราวเต็มไปด้วยความตื่นเต้นสุดๆ ซึ่งอาจจะทำให้คนดูอย่างเรา ๆ ปรับอารมณ์แทบไม่ทัน เพราะ เดี๋ยว ทุกข์ เดี๋ยวสุข เดี๋ยวหัวเราะ เปรียบได้เหมือนกับชีวิตจริงของคนเรานั่นเอง

ปลูกฝังอยู่บนพื้นฐานของครอบครัวเป็นสำคัญ ทายาทไหทองคำ ละครที่สะท้อนถึงความรักความกลมเกลียวในครอบครัว การให้อภัย ลดทิฐิเป็นสิ่งสำคัญและสะท้อนออกมาได้ชัดเจน เปรียบเทียบความรักและกลมเกลียว เหมือนปลาร้าในไห เพราะไม่ว่าจะเป็นปลาร้าปากไห หรือปลาร้าก้นไห ถ้าอยู่ในไหเดียวกัน ยังไงรสชาติก็เหมือนกันเป็นสิ่งที่เรื่องนี้พยายามเน้นย้ำกับคนดู อีกทั้งเรื่องราวความรักที่มีหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะ ความรักของพ่อแม่ ที่มอบให้กับลูก เช่นเดียวกับความรักของ มะลิ รับบทโดย(แป้ง มิตรชัย) ที่มีให้กับพ่อและแม่ ที่คอยเลี้ยงดูและได้เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี แต่สภาพแวดล้อมที่เธออยู่กลับไม่ได้ร่ำรวย ตรงกันข้าม เดือนงาม รับบทโดย (ต้นข้าว อาร์สยาม) มีพร้อมทุกอย่าง แต่ดันถูกได้รับการเลี้ยงดูในทางที่ผิด ทำให้มีนิสัยแย่ ๆ แสดงออกมาให้ใครหลาย ๆ คนเห็น ซึ่งสิ่งนี้เอง คนดูจะได้รับบทเรียนจากละครเรื่องนี้ ที่ไม่ต้องรอให้เกิดในชีวิตจริง หรือหากในชีวิตจริงได้เกิดขึ้นแล้ว ก็สามารถนำบทเรียนที่เกิดขึ้นในละคร มาปรับใช้กับชีวิตของเราได้อีกด้วย

ผลักดัน น้ำปลาร้า ของบ้านเราให้กลายเป็นซอฟพาวเวอร์ ​หลายปีที่ผ่านมาวงการอาหารไทยยังคงถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง โดยมีสื่อโซเชียลที่ช่วยส่งต่อพลังความอร่อยของอาหารไทยบ่อยครั้ง ดังนั้นน้ำปลาร้า ที่เป็นหัวใจหลักของละครเรื่องทายาทไหทองคำ จึงขึ้นแท่นดาวรุ่ง Soft power ของไทย สร้างปรากฏการณ์ปลุกให้เป็นไอเทมสำคัญที่ช่วยชูรสอาหารให้มีความอร่อยและมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ทั้งแซ่บทั้งนัว อีกทั้งละครเรื่องนี้ยังเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ส่งเสริมและผลักดันประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงเอกลักษณ์และ อัตลักษณ์ และความน่าสนใจในแบบไทย ๆ ที่ถูกถ่ายทอดผ่านตัวละคร เรื่องของอาหารการกิน สะท้อนถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิต ซึ่งสิ่งนี้เป็นเป้าหมาย แพสชันของ ผู้กำกับ และผู้จัดถา สถาพร ที่หวังเป็นกระบอกเสียงส่งต่อให้คนทั่วโลกได้รับรู้นั่นเอง

ได้อ่านได้เห็นเช่นนี้แล้ว บอกเลยว่าไม่มีเหตุผลไหนที่จะทำให้แฟน ๆ พลาดรับชมความสนุกของละครเรื่องทายาทไหทองคำ ไปได้เลย นี่แค่กลิ่นอายน้ำจิ้ม ยังน่าดูขนาดนี้ สามารถติดตามความเข้มข้นนี้แบบจัดเต็มได้ ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 18.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27
“ยูเรนัส2324” เปิดกองโชว์ซีนสถานี-ยานอวกาศขนาดจริง สุดยิ่งใหญ่ ร่วมจารึกอีกประวัติศาสตร์โปรดักชันหนังไซไฟอวกาศเรื่องแรกของไทย โดย “เวลเคิร์ฟ สตูดิโอ”
นับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่อง “URANUS2324” (ยูเรนัส2324) ของค่ายหนังมาแรง “เวลเคิร์ฟ สตูดิโอ” ร่วมกับ บริษัท GM Generates ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งปล่อยภาพ ยานอวกาศ และสถานีอวกาศ ขนาดเทียบเท่าของจริง สร้างความฮือฮาจนกลายเป็นกระแสไวรัลทั่วโลกโซเชียล ทั้งแฟนคลับไทย และต่างประเทศต่างตั้งตารอคอยชมความอลังการที่จะเกิดขึ้นในหนังไซไฟอวกาศเรื่องแรกของไทยเรื่องนี้

ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21 มีนาคม 2567 ทางกองภาพยนตร์ “URANUS2324” (ยูเรนัส2324) ได้ตอกย้ำกระแสความร้อนแรงของซีนสถานีอวกาศและยานอวกาศอีกครั้ง โดยได้เชิญสื่อมวลชนร่วมสัมผัสประสบการณ์เก็บภาพบรรยากาศกองถ่ายกับเบื้องหลังสุดตื่นตาของซีนอวกาศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ณ สตูดิโอมนตรี ซ.ลาดพร้าว 101 โดยมี 2 นักแสดงนำสุดฮอต ‘ฟรีน สโรชา จันทร์กิมฮะ’ ที่รับบท ‘ลิน’ ในชุดอวกาศสุดเท่ โชว์โหนสลิงถ่ายซีนสำคัญ พร้อมด้วย ‘เบคกี้ รีเบคก้า แพทริเซีย อาร์มสตรอง’ ที่ในเรื่องรับบท ‘แคท’ นักกีฬาฟรีไดรฟ์ แม้ในซีนนี้เจ้าตัวจะไม่ได้ร่วมเข้าฉาก แต่ก็มาซัพพอร์ตให้กำลังใจไม่ห่าง

ผู้บริหารไฟแรงแห่งบริษัทเวลเคิร์ฟ ‘บอส คีตะวัฒน์ ชินโคตร’ เผยถึงความเป็นมาของการสร้าง ยานอวกาศขนาดจริงในภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “เราตั้งใจมาก ๆ ในการเนรมิตสร้างยานอวกาศขนาดเท่าของจริง สเกล ดีเทลรายละเอียดทุกองค์ประกอบที่เราสร้างก็มีการรีเสิร์ชข้อมูลมาอย่างดี ซึ่งเราก็เองได้รับการสนับสนุนข้อมูลจากสเปซทีเอช และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือที่รู้จักในชื่อจีสด้า เพื่อความสมจริง ซึ่งโปรดักชันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ก็ได้แรงบันดาลใจในการสร้างอิงมาจากข้อมูลจริงของ สถานีอวกาศลูนาร์เกตเวย์ (Lunar Gateway) ขององค์การนาซา (NASA) ที่กำลังดำเนินการสร้างอยู่ด้วย โดยที่ผ่านมาเราเดินทางไปร่วมงานเทศกาลหนังในหลายประเทศและก็ได้รับความสนใจจากคนในแวดวงภาพยนตร์ต่างชาติเป็นจำนวนมาก เชื่อว่าหากภาพยนตร์เราได้เผยแพร่สู่สายตาคนทั่วโลกแล้วจะสามารถต่อยอดอะไรใหม่ ๆ ให้กับวงการหนังไทยได้แน่นอน”

ด้านผู้กำกับอย่าง ‘เจมส์ ธนดล นวลสุทธิ์’ เล่าเพิ่มเติมว่า “อย่างที่บอกไปว่ายูเรนัส2324 นับเป็นหนังไซไฟอวกาศเรื่องแรกของไทย เชื่อว่าหลายคนอาจจะมีความคาดหวังว่าหนังฝีมือคนไทย จะทำได้ยิ่งใหญ่เท่าของต่างประเทศไหม จะทำได้ถึงจริง หรือสมจริงรึเปล่า ก็อยากจะบอกเลยว่าเราเต็มที่มาก ๆ อยากให้ทุกคนรอติดตามและเป็นกำลังใจให้กับหนังไทยด้วย มั่นใจว่าหากทุกคนได้ดูแล้วจะไม่ผิดหวัง และจะรู้สึกภูมิใจไปกับเราที่สร้างหนังฟอร์มใหญ่ฝีมือคนไทย ทั้ง โปรดักชัน ซีจี ต่าง ๆ จะเป็นอีกหนึ่งซอฟท์พาวเวอร์ของวงการภาพยนตร์ไทย ที่จะเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และแอบหวังลึก ๆ ว่า หนังเรื่องนี้จะเป็นแรงผลักดันให้อุตสาหกรรมหนังไทยพัฒนาและก้าวไปข้างหน้าเทียบเท่าสากลได้”

สำหรับภาพยนตร์ ยูเรนัส2324 ได้ถ่ายทำไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็น พร้อมจะทะยานขึ้นอยู่อวกาศในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศและอีกหลายประเทศ ภายในกลางปีนี้

#ยูเรนัส2324 #URANUS2324 #Uranus2324xFreenBecky#VelCurveStudioXFreenBecky#FreenBecky #VelCurveStudio #ฟรีนเบคกี้
“มิว-เปียโน” โชว์สเต็ป!! แต่เกือบโป๊ะแตกในละคร “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗”
ละคร “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗” ที่กำลังออกอากาศทุกคืนวันศุกร์ เวลา 22.45 น. ทางช่อง 3HD กด 33 ยังคงทำหน้าที่สร้างความสุขให้คนดูมาจนถึง EP9 แล้ว เรื่องราวของตัวละครยังคงสนุกสนาน และมีความทันสมัยในยุคของปี 2567 งานนี้ผู้กำกับฯ สำรวย รักชาติ จัดหนัก จัดเต็ม จัดฉากพิเศษมอบให้กับแฟนๆ ละครได้ดูกันเต็มอิ่มในแต่ละ EP

โดยเรื่องราวใน EP9 เป็นฉากที่ คล้าว (มิว ศุภศิษฏ์) แว่น (คิมม่อน วโรดม) และ ขาม (เล้ง ณัฐพล) มาสมัครงานที่ร้านอาหารของ ฤทัย (เปียโน สรัลพร) ซึ่งในขณะเดียวกัน คุณนายทองคำ (จุ๊บแจง วิมลพรรณ) ชวน ทองกวาว (ชาล็อต ออสติน) และ บุปผา (เปา กิ่งกาญจน์) มาดูกิจการของ ธรรมรัตน์ (เทเลอร์ วรรณเสริม) โดยมี ศิระ (โฟกัส กิตติคุณ) ร่วมด้วย และในขณะที่ ฤทัย รอคู่ซ้อมเต้น หนุ่มคล้าว ก็จับผลัดจับผลูสวมหน้ากาก และขึ้นเวทีโชว์สเต็ปกับ ฤทัย โดย ฤทัย หารู้ไม่ว่าผู้ชายที่ซ้อมเต้นด้วย ไม่ใช่คู่ซ้อมตัวจริง แต่ทั้งคู่ก็ยังโชว์สเต็ปการเต้นอย่างสวยงามไปจนจบ และเมื่อ คล้าว ได้สบตากับ ทองกวาว เจ้าตัวก็รีบหนีไปจากตรงนั้นทันที เกือบโป๊ะแตกแร้วววว..... ผู้กำกับฯ และทีมงานใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เป็นสถานที่ถ่ายทำ โดยเซ็ทขึ้นเป็นร้านอาหารสุดหรู มีผู้จัดการร้านและบริกรใส่ชุดเต็มยศ ยืนหล่อคอยรับบริการ ก่อนถ่ายทำผู้กำกับฯ ให้สองนักแสดง หนุ่มมิว กับ สาวเปียโน ขึ้นซ้อมเต้นบนเวทีก่อน โดยมีครูสอนเต้นมาช่วยนเทรน โดยทำการซ้อมอยู่ 2-3 รอบ จนนักแสดงมั่นใจแล้ว ก็ขอถ่ายทำฉากบนเวทีก่อน โดยมีเหล่านักแสดงอย่าง คุณนายทองคำ, ทองกวาว, บุปผา, ธรรมรัตน์ และศิระ ร่วมเฟรมดูการเต้นบนเวทีด้วย

ผู้กำกับฯ สั่งเปิดเพลง สองนักแสดงบนเวที ก็ทำการโชว์สเต็ปอย่างเมามันส์ ไหลลื่น และโชว์อย่างสวยงาม เมื่อเพลงจบ ก็มีการอินเสิร์ชแต่ละคัท จากนั้นก็มาเก็บภาพนักแสดงที่โต๊ะที่ร่วมพูดคุยกัน รวมทั้งฉากที่ ฤทัย เข้ามาร่วมโต๊ะและพูดคุยกับ ทองกวาว โดยฉากนี้ผู้กำกับฯ ใช้เวลาถ่ายทำอยู่ 2-3 เทค และเก็บภาพในแต่ละมุม ก็สั่งเปลี่ยนฉาก ฉากนี้ถือเป็นอีกหนึ่งฉากที่น่าสนใจ โดยเฉพาะฉากเต้นบนเวทีของ หนุ่มมิว และ สาวเปียโน ห้ามพลาดกันทีเดียว!!!

ติดตามความสนุกของละคร “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗” ฉากนี้ได้ในคืนวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2567 ทางช่อง 3HD กด33 และสามารถติดตามรับชม #มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗ เวอร์ชัน Uncut และ ตอนพิเศษ EP.13 ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 23.55น. ทางแอปฯ WeTV หรือเว็บไซต์ www.WeTV.vip เท่านั้น >>> https://bit.ly/MonRakLukThung2567
เมื่อความทุ่มเทกลายมาเป็นความผิดหวัง !! 5 หนุ่ม เบสท์ - เอิร์ธ - วิน - ดัง – อู๋ จึงแหกทุกกฎเมากลางกรุงโซลจนจำอะไรไม่ได้ !! ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา ? ใน Close Friend3 Soju Bomb Ep.2
เมื่อความทุ่มเทตั้งใจกลายมาเป็นความผิดหวังหลังจากถูกค่ายเท Project T กลุ่มเด็กฝึกไทยที่ถูกค่ายเพลงเกาหลีไล่ออกกะทันหัน ทำให้พวกเขาทั้ง 5 คน เบสท์ รับบทโดย ( เบสท์ - ชลสวัสดิ์ เตียววณิชกุล ) , เอิร์ธ รับบทโดย ( เอิร์ธ - นันทวัฒน์ ไพบูลย์ภัทรธน ) , ดัง รับบทโดย ( ดัง - ธีระทัศน์ อิงคะประสิทธิ์ ), วิน รับบทโดย ( วิน - ศุภวิชญ์ ประธานชัยมงคล ) และ อู๋ รับบทโดย ( อู๋ - ภัทรพล เฮงสุนทร ) เสียใจอย่างหนัก พวกเขาจึงตัดสินใจแหกกฎทุกอย่างที่เคยต้องทำ ด้วยการไปดื่มเหล้าให้เมายับทั่วกรุงโซลจนจำอะไรไม่ได้ !!

สำหรับ Close Friend3 Soju Bomb Ep.2 หลังจากค่ำคืนที่ใช้ชีวิตกันอย่างสุดเหวี่ยง 5 หนุ่ม เบสท์ - เอิร์ธ - วิน - ดัง – อู๋ ได้ตื่นมาอยู่ชายหาดที่ปูซาน และยังทำสีผมแปลกๆ และสักรอยสักประหลาดตามตัว แถม เอิร์ธ ก็ถูกล็อกกุญแจมือกับอาจุมม่า ที่ไม่มีใครรู้จัก แต่ยังไม่ทันได้หาคำตอบ ทั้ง 5 คนก็ถูกตำรวจรวบตัวข้อหาบุกร้านทำผมยามวิกาล! ถึงโชคยังดีที่แค่ช่วยทำความสะอาด ร้านแทนได้ แต่พวกเขาก็ดันพบว่าของสำคัญ รวมถึงโทรศัพท์ของทุกคนหายไป ยกเว้นมือถือของเอิร์ธ ที่มี IG Story ช่วยให้หาเบาะแส ของเมื่อคืนได้ แต่ทุกอย่างกลับวุ่นวายมากขึ้น เมื่อมีกลุ่มมาเฟียปริศนาไล่ตามพวกเขามา ไหนจะความเห็นแก่ตัวของ Nice Guy อย่างเอิร์ธที่เพื่อนคนอื่นไม่เคยรู้มาก่อน พวกเขาต้องรวมทีมกันอีกครั้งเพื่อตามหาว่าพาสปอร์ตหายไปไหน และทำยังไงก็ได้ให้ทุกคนกลับถึงกรุงโซล ติดตามกันที่ได้ Close Friend3 Soju Bomb รับชมพร้อมกันทุกวันพุธ เวลา 20.00 น. สามารถรับชมได้ : Viu Application และ https://www.viu.com/
“ปลื้มคนโปรด” แรงยกชุด!! พาคิม-คัท ขึ้นทำเนียบ พร้อมแจ้งเกิดน้องใหม่ “ซีเกมส์ ภัทรเรืองฤทธิ์”
แจ้งเกิดตามกันมาติด ๆ ทั้งแผงไปเลยจ้า สำหรับซีรีส์ “ปลื้มคนโปรด” ที่ผลิตโดยบริษัท “แม็กซิม่อน เอ็นเตอร์เทนเมนต์” ของผู้จัด คุณม่อน - ศุภกิตติ์ กันอุปัทว์ กำกับโดย “ราเมศ เรืองประทุม” ที่ติดทำเนียบไปแล้วทั้งคู่วายอย่าง “คิม-คัท” และสองสาวยูริ “แบม-บอม” ล่าสุดถึงคิวของ “เจษ” พระรองหน้าหวานฉ่ำ ที่รับบทโดย “ซีเกมส์-ภัทรเรืองฤทธิ์ นามวงค์ยศ” ที่มีคนถามเข้ามามากมายจนต้องเปิดวาร์ปแบบ Fast Track กันไปเลย

เจษ จากซีรีส์ปลื้มคนโปรด หรือ ซีเกมส์ - ภัทรเรืองฤทธิ์ นามวงค์ยศ กำลังศึกษาระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง อายุ 22 ปี น้ำหนัก 70 กิโลกรัม ส่วนสูง 183 เซนติเมตร ช่องทางการติดตาม IG : ultragame__, TikTok : Ultragame และ FB : Seagame Seagame โดยมีผลงานเด่นคือซีรีส์ปลื้มคนโปรด ออกอากาศทาง ช่อง 3

ที่เรื่องราวกำลังเข้มข้น รอค้นหาคำตอบไปกันต่อกับ ปลื้ม (คิมม่อน-วโรดม เข็มมณฑา) ที่พยายามแวะเวียนมาหา คนโปรด (คัท-ธนวัฒน์ สุขเฟื่องฟู) อยู่ตลอดเวลาเพราะอยากอยู่ใกล้ ๆ คนโปรด โดยที่ไม่รู้ว่าใจตัวเองคิดอะไรอยู่ แต่ในระหว่างนั้น เจษ (ซีเกมส์-ภัทรเรืองฤทธิ์ นามวงค์ยศ) เองก็รุกคนโปรดอย่างหนัก จนเพื่อน ๆ เห็นดีเห็นงามด้วย แต่เจษก็รู้ว่าคนโปรดมีคนอื่นอยู่ในใจ เพื่อนต่างก็อยากรู้ว่าคนนั้นคือใคร ซึ่งปลื้มนั้นแหละเป็นตัวตั้งตัวตีให้เพื่อน ๆ ตามสืบกัน จน เสือ (โน้ต-ชายชล มาตศรี) เริ่มสงสัยในพฤติกรรมของปลื้ม ส่วนทางสร้อย (แบม-กัญกนิษฐ์ มั่งมี) เองก็เริ่มอึดอัดใจกับ ฟรอย (บอม-นันธิกา รันศรี) ที่แสดงเป็นแฟนตัวเอง เพราะฟรอยเริ่มทำตัวเหมือนแฟนมากกว่าเพื่อนแล้ว สร้อยจึงค่อยๆ ทำตัวห่าง ๆ จากฟรอย แต่ในที่สุดสร้อยก็รู้ใจตัวเองว่าขาดฟรอยไม่ได้

ติดตามชมซีรีส์  “ปลื้มคนโปรด” EP 6 กันต่อได้ในวันเสาร์ที่ 23 มีนาคมนี้ เวลา 22.40 ทางช่อง 3 กด 33 และ สามารถชมย้อนหลังได้ทาง WeTV

  #ปลื้มคนโปรด #Asecretlylove #MaximonEntertainment #คิมคัท #kimkut #kut_tanawat #ขุณขิมมอญ #ดูทีวีกด33 #ดูมือถือกด3plus #WeTV
“เพชร พุฒิพงศ์ - แตน ราตรี” ส่งลูกชายผู้จัดไฟแรง “นีโน่ รัฐบาล” ปั้น “NaKa De Salon” ยกระดับซีรีส์ไทยสู่สากล พร้อมออนแอร์ 15 เม.ย.นี้ ทางช่อง 3
หลังจากใช้เวลาถ่ายทำมานานเกือบปี สำหรับซีรี่ส์ “นาคา เดอ ซาลอน” (Naka De Salon)ซีรีส์เรื่องใหม่ที่จะออกอากาศทางช่อง 3 รับเทศกาลสงกรานต์ ของผู้จัดรุ่นใหม่ไฟแรง “นีโน่ รัฐบาล”ที่เดินตามรอยพ่อแม่ “เพชร พุฒิพงศ์” และ “แตน ราตรี” ส่งผลงานเรื่องแรกที่หวังยกระดับซีรีส์ไทยสู่สากล

ด้วยเรื่องราวที่เป็นความเชื่อเรื่องพญานาคร้อยเรียงกับการดำเนินชีวิตของคนรุ่นใหม่ จะเกี่ยวพันกันอย่างไร​ “นาคา เดอ ซาลอน” (Naka De Salon) แหวกแนวซีรีส์ด้วยเรื่องราวที่เกี่ยวพันกัพญานาค เมื่อช่างเสริมสวยใจดีนามว่า “หยก” ที่เชื่อว่าตนเองเป็นลูกหลานของพญานาค ผู้ทำนายอนาคตได้ ต้องไปพัวพันกับคดีเพชรปริศนา แล้วการที่เธอมีจิตเมตตาจะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไร

โดย หนุ่ม นีโน่ รัฐบาล ได้เปิดเผยถึงการเป็นผู้จัดซีรีส์ครั้งนี้ว่า “จริงๆแล้วผมโตมาจากวรรณคดีนะ นอกจากจะซื้อการ์ตูนมาอ่านแล้วก็ซื้อวรรณดีมาอ่านด้วย เราเลยรู้ว่ามันลิงค์กันได้นะ รู้สึกถึงการ์ตูนกับวรรณคดีมันมีเส้นบางๆ แบ่งกันอยู่ทำให้เรามีความชอบและศึกษามาโดยตลอด พอมีโอกาสที่ได้ทำซีรีส์ของตัวเองก็เลยคิดว่าเอาเรื่องที่ตัวเองรู้ดีมาเล่าได้ดีกว่า บวกกับเรื่องพญานาคเรามีข้อมูลท่านเยอะอยู่แล้วและตอนนี้ก็เป็นที่สนใจก็เลยเลือกเป็นเรื่องแรกของผลงานตัวเอง ก็ศึกษาเยอะนะแต่ก็ดีที่เราศึกษามาตั้งแต่เด็ก ก่อนทำก็ไปสักกการะพ่อปู่พญานาคหลายที่ ซีรีส์เรื่องนี้เราเอาความเชื่อมาเล่าซึ่งต่างชาติเขาสนใจนะ แต่ข้อมูลอาจจะไม่พอ เราก็จะเล่าในมุมที่เราศึกษามาผูกกับเรื่องราวที่เรานำเสนอ เรื่องซีจีต่างๆในเรื่องก็จัดเต็มครับอยากให้รอชมผลงานเรื่องแรกของผมนะครับ” “นาคา เดอ ซาลอน”บทประพันธ์และกำกับการแสดงโดย “รัฐบาล” บริษัท Swim Stone นำแสดงโดย วอร์ วนรัตน์ - จิงจิง วริศรา ยู – นุ่น สุทธิภา คงแนวดี นอกจากน้องนักแสดงรุ่นใหม่แล้ว เรื่องนี้ยังมีทัพนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมืออีกหลายท่าน อาทิ อาวอ จิราวัฒน์, เด๋อ ดอกสะเดา, แก้ว อภิรดี, สมเล็ก ศักดิกุล, เชฟป้อม หม่อมหลวง ขวัญทิพย์ และ ที่ขาดไม่ได้คือ เพชร พุฒิพงษ์ แตน ราตรี พ่อและแม่ของผู้จัดนี่เอง ติดตามชม ซีรีส์ “นาคา เดอ ซาลอน” (Naka De Salon)ได้ทุกคืนวันจันทร์ เวลา 22.45 น. ทางช่อง 3 กด 33
เปิดฉาก “สงครามสมรส” ช็อตไวรัล...มาแล้ว “แอฟ” อินจัด!! ถีบ “ชาคริต” สามีตัวดี...มีโลกสองใบ
ในที่สุด ดราม่าควีน “แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ” ก็ยอมใจอ่อน รับบท “บัวบงกช” ในละคร “สงครามสมรส” ช่องวัน31 บอกเลยว่า จิตวิญญาณความเป็นแม่บ้าน คือยืนหนึ่ง ทุ่มเททั้งชีวิต เพื่อคำว่า “ครอบครัว” แต่เมื่อศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง ถูกหยาม เพราะสามีตัวดี “ชาคริต แย้มนาม” หรือ “ปรเมศวร์” เกิดมีโลกสองใบ ทำเอา สาวแอฟ ถึงขั้นฟิวส์ขาด โยนทิ้งทุกความอ่อนโยนที่เคยมี ระเบิดทุกอินเนอร์ที่มี ไม่ยั้ง

เป็นฉากที่ โลกทั้งใบของ บัวบงกช (แอฟ) ล่มสลายไปในพริบตา เมื่อ ปรเมศวร์ (ชาคริต) ผู้เป็นสามี สวมเขาให้เธอ และกำลังจะแต่งงานใหม่ กับ อรนลิน (มายด์ ลภัสลัล) ฉากนี้ “สันต์ ศรีแก้วหล่อ” ผู้กำกับ บรีฟเรื่องอารมณ์เป็นหลัก โดยเฉพาะ แอฟ ชาคริต และมายด์ เพราะต้องปะทะฝีปากกันสุดฤทธิ์ ถ่ายจริง แอฟยืนน้ำตารื้น กับภาพตรงหน้า เมื่อชาคริตกำลังเข้าพิธีแต่งงานกับมายด์ จังหวะที่ชาคริต หันมาสบตาเจอแอฟ แม่ไม่รอช้า พุ่งเข้าตบหน้าชาคริตฉาดใหญ่ แววตาจมทุกข์ ที่เต็มไปด้วยความสับสน แอฟอยากฟังเหตุผล จากปากชาคริต แต่เมื่อไม่ได้คำตอบ แถมสาวมายด์ ยังสาดเสียเทเสีย สารพัดคำพูดสุดทิ่มแทง งานนี้ สาวแอฟไม่ทน ตอกกลับสาวมายด์ จนหงายเงิบ จังหวะนี้ บอกเลยว่า ชุลมุนสุดพลัง เมื่อแอฟ และมายด์ ต่างก็จะพุ่งเข้าประจันหน้ากัน ชาคริตที่พยายามห้าม เลยได้ลูกถีบของสาวแอฟเข้าไปเต็มบาทา ช็อตไฮไลท์นี้ สะใจทีมเพื่อนหญิง พลังหญิง แบบไม่ต้องสืบ งานแต่งพังยับเบอร์นี้ ชีวิตคู่ของแอฟ และชาคริต จะไปลงเอยที่ตรงไหน และสาวชู้ อย่าง มายด์ ที่โดนหมายหัว ด้วยกฎหมาย “ฟ้องชู้” จะต้องเจอกับอะไร ตามลุ้นได้ (อีพี1) วันจันทร์ที่ 18 มีนาคมนี้ เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน31

สามารถรับชม ละครใหม่!! “สงครามสมรส” ดูทีวี ทางช่องวัน31 และดูออนไลน์ ทางแอปฯ oneD ที่แรก!! ที่เดียว!! ดาวน์โหลดฟรี!! ดูบนแอป : https://bit.ly/376vYH8 , ดูบนเว็บ : https://bit.ly/3wXv3DP
ได้เวลาทวงความยุติธรรมคืน! “ฐิสา” สวมบทบาททนายสาว ในละคร “ในรอยทราย’
บอกเลยว่าสัปดาห์นี้แฟนละคร “ในรอยทราย” ห้ามพลาด!! เพราะเรื่องราวดำเนินมาถึงจุดพีคของเรื่อง ปมทุกอย่างกำลังจะถูกคลี่คลายงานนี้ ทนายขอกลับคืนสู่ศาลเพื่อทวงความยุติธรรมอีกครั้ง!

ฉากนี้เป็นฉากที่ วิ (ฐิสา-วริฏฐิสา) รวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิด พัชระ (อ้น-สราวุฒิ) ในคดีผลิตยาปลอมทำให้มีคนตาย วิมาลา จึงกลับมาเป็นทนายอีกครั้งเพื่อทำหน้าที่ทวงความยุติธรรมคืน มีทั้ง ทิวา (ไมค์-ภัทรเดช) ตะวัน (ไมค์-ภัทรเดช) ปรากฏตัวพร้อมกันทำให้ทุกคนรู้ว่าทั้ง 2 คนเป็นฝาแฝดกัน ซึ่งในการสอบสวนพยานในครั้งนี้วิมาลาขอเบิกตัวพยานคือ เตือนใจ (แพร-แพร์รัชนี) ขึ้นมาให้การ ซึ่งก็ทำให้ทุกคนได้รู้ว่าจริงๆ แล้วเตือนใจ หายเป็นปกติแล้ว เตือนใจเฉลยความจริงว่ารู้ทุกอย่างผิดหวังและโกรธ ต้องตา (กีต้าร์-ศิริพิชญ์) มากที่เป็นคนวางยาเธอจึงเอาน้ำสาดหน้าต้องตา เบื้องหลังฉากนี้บอกเลยว่าเข้มข้นไม่แพ้หน้าจอแน่นอน เพราะเป็นฉากของการรวมตัวนักแสดงมากฝีมือทั้งหมดและเป็นซีนอารมณ์ เปิดเผยปมของเรื่อง แฟนๆ ห้ามพลาดชมฉากนี้ในละคร “ในรอยทราย” วันอังคารที่ 19 มีนาคมนี้ เวลา 20.40 น. ทางช่อง 7HD
ครั้งแรกกับภาพยนตร์อวกาศสัญชาติไทย “ยูเรนัส2324” โดย “เวลเคิร์ฟสตูดิโอ” ทุ่มทุนสร้างยานอวกาศและสถานีอวกาศ เทียบเท่าของจริงทุกองค์ประกอบ!
เรียกเสียงฮือฮาให้กับแวดวงอุตสาหกรรมหนังไทยไม่น้อย เมื่อได้เห็นภาพยานอวกาศและสถานีอวกาศขนาดเสมือนจริง ของภาพยนตร์ “URANUS2324” (ยูเรนัส2324) ที่นำแสดงโดย 2 นักแสดงหญิงสุดฮอต “ฟรีน สโรชา จันทร์กิมฮะ” และ “เบคกี้ รีเบคก้า แพทริเซีย อาร์มสตรอง” ผลงานมาสเตอร์พีซโดยบริษัท เวลเคิร์ฟ สตูดิโอ กับการทุ่มทุนสร้างโปรดักชันฟอร์มยักษ์ที่สุดแห่งปี เพื่อถ่ายทำซีนบนยานอวกาศและสถานีอวกาศอย่างสมจริง

ล่าสุดได้มีการปล่อยภาพยานอวกาศและสถานีอวกาศที่ใช้ถ่ายทำในภาพยนตร์ที่มีขนาดเทียบเท่าขนาดจริง งานนี้เรียกว่าทุ่มทุนสร้างเก็บทุกรายละเอียด เหมือนจริงทุกองค์ประกอบ เพื่อความสมจริงและยิ่งใหญ่ให้สมกับเป็นภาพยนตร์ไซไฟอวกาศเรื่องแรกของไทย โดยได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากยานอวกาศยุคปัจจุบันและสถานีอวกาศลูนาร์เกตเวย์ (Lunar Gateway) ขององค์การนาซา (NASA) ที่กำลังดำเนินการสร้างอยู่ในขณะนี้อีกด้วย

ภาพยนตร์ “URANUS2324” (ยูเรนัส2324) กำกับโดย ผู้กำกับมากความสามารถ “เจมส์-ธนดล นวลสุทธิ์” ที่ตอนนี้ได้ถ่ายทำไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็น และมีแพลนที่จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศกลางปีนี้แน่นอน

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ที่ Facebook: VelCurve Studio Instagram: @velcurvestudio แหล่งรวม Community ที่จะให้แฟนคลับทั่วโลกรับข่าวสารของ URANUS2324 ก่อนใคร

#URANUS2324 #Uranus2324xFreenBecky #VelCurveStudioXFreenBecky #Uranus2324 #FreenBecky #VelCurveStudio #ฟรีนเบค
“ใหม่ – ดาวิกา” และ “เฟิร์น – นพจิรา” นำทีมไหว้สักการะท้าวศรีสุดาจันทร์ ณ วัดแร้ง อยุธยา สถานที่จริงแห่งประวัติศาสตร์ “แม่หยัว”
เรียกว่าเป็นนางเอกที่ตั้งใจและทำถึงในทุกบทบาทจริงๆ สำหรับ นักแสดงสาว “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” ที่ล่าสุดรับบทนักแสดงนำในซีรี่ส์ฟอร์มยักษ์ “แม่หยัว” งานนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับบทบาทที่ได้รับจริง ยังได้ชวน “เฟิร์น - นพจิรา” ที่รับบทตันหยง สนมเอกทิศใต้ มาร่วมไหว้บวงสรวงถวายท้าวศรีสุดาจันทร์ ณ สถานที่จริงแห่งประวัติศาสตร์ ศาลนางพระยาแม่อยู่หัว วัดแร้ง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยทั้งคู่ ใหม่ และ เฟิร์น ต่างนำความตั้งใจมาแบบเกินร้อย เพื่อมาสักการะให้เป็นสิริมงคลกับซีรี่ส์เรื่องนี้ ที่ทั้งคู่ต่างทุ่มเทตั้งใจแสดงกันอย่างเต็มที่ โดย ใหม่ – ดาวิกา เผยว่า วันนี้เราชวนกันมาไหว้บวงสรวงก่อนจะเปิดกล้อง เพื่อเป็นการเอาฤกษ์เอาชัย โดยชวนน้องเฟิร์น ที่รับบทตันหยง สนมเอกทิศใต้ ตั้งใจใส่ชุดกันมาเลย โดยเราเชื่อว่า จะทำให้ทุกอย่างราบรื่นและสมดั่งที่ตั้งใจ อย่างน้อยก็เป็นความเชื่อทางจิตใจ เนื่องจากบทของเราเป็นเนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์จริง เราจึงอยากมาไหว้ท้าวศรีสุดาจันทร์ ณ สถานที่จริงแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม อยากฝากให้ทุกคนติดตามบทบาทที่ท้าทายครั้งนี้ของใหม่ และทุกๆ คนในเรื่องนี้กันด้วยนะคะ
ทำคุณบูชาโทษ!! “มิว ศุภศิษฏ์” ถูกใส่ร้าย!!! เปิดตัว “ซุปตาร์ลาว” ครั้งแรกในละคร “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗”
ยังมีมนต์ขลังและความสนุกสนานให้แฟนๆ และเหล่า FC ได้ติดตามกันในทุกๆ สัปดาห์ เรียกได้ว่าสนุกทุกตอน เพราะผู้กำกับฯ มากฝีมือ สำรวย รักชาติ และทีมงานบรรจงสรรค์สร้างให้ละครเรื่องนี้โดนใจคนดูเป็นที่สุด!!! เพราะอยู่ในยุค 2567 มนต์รักลูกทุ่ง เลยต้องเข้ายุคเข้าสมัยซะหน่อย เมื่อ ทองกวาว (ชาล็อต ออสติน) และ บุปผา (เปา กิ่งกาญจน์) เข้ากรุงเทพฯ มีหรือคนอย่าง คล้าว (มิว ศุภศิษฏ์) จะอยู่เฉย พร้อมเพื่อนสนิท แว่น (คิมม่อน วโรดม) ที่มาขอตั้งหลักกับเพื่อนรัก เพราะไม่อยากมี่ชื่อเสียงโด่งดัง จนชีวิตต้องวุ่นวาย โดยใน EPล่าสุด ผู้กำกับฯ และทีมงาน ใช้ “ช่างชุ่ย” ย่านปิ่นเกล้า เป็นสถานที่ถ่ายทำ และเป็นสถานที่ที่ คล้าว แว่น ทองกวาว และ บุปผา มาเจอกันโดยบังเอิญ โดยมีตัวละครสองหนุ่ม เทเลอร์-วรรณเสริม ศรีสมบัติ ซุปตาร์ลาวอีกหนึ่งคนที่ข้ามฟากมาฝีมือกับละครเรื่องแรกในประเทศไทย และนักร้องหนุ่ม โฟกัส กิตติคุณ ในบท ธรรมรักษ์ ชายหนุ่มมาดดี ดีกรีนักเรียนนอก โลเล จิตใจไม่มั่นคง และ ศิระ นักร้องตกยุค กะล่อนปลิ้นปล้อน มีดีแค่หน้าตา ยอมทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของตัวเอง สองตัวละครใหม่ที่จะเปิดตัวในอีพีนี้ด้วย เรามีเบื้องหลังภาพสนุกๆ มาฝากกันก่อน ทีมงานเริ่มเซ็ทกล้องในตอนสายๆ เพื่อถ่ายทำฉากนี้ ซึ่งเรื่องราวดำเนินมาถึงตอนที่ ทองกวาว กับ บุปผา ไปเดินเล่นตลาดนัด แล้ว ธรรมรักษ์ กับ ศิระ ก็ตามไป แต่ ธรรมรักษ์ กลับโดนล้วงกระเป๋า คล้าว เห็น จึงเข้าช่วย แต่กลับโดน ธรรมรักษ์ ใส่ร้ายและหาว่าเป็นขโมย ฉากนี้มีบู๊กันระหว่าง คล้าว แว่น และ ขโมย (นักแสดงสมทบ) โดยผู้กำกับฯ ขอให้สองหนุ่มซ้อมคิวบู๊กันก่อน เมื่อทุกอย่างพร้อมก็เริ่มถ่ายทำทันที!!!

คัทนี้ใช้เวลาถ่ายทำอยู่พักใหญ่ เพราะต้องมีออกกำลังด้วยการที่ หนุ่มมิว ต้องวิ่งตามขโมย จากนั้นก็ไปปักหลักมุมหนึ่ง เพื่อเล่นบู๊กัน หนุ่มคิมม่อน เข้าซีนบู๊ด้วย แต่ถูกชกลงไปนอนกับพื้น ส่วน หนุ่มมิว ก็เอาชนะขโมยไปได้ แต่ ขโมย กลับวิ่งหนี และถึงคิว หนุ่มเทเลอร์ เข้ามาชกหน้า หนุ่มมิว ซัดเปรี้ยงเข้าให้!!! เพราะเข้าใจผิด และในขณะที่ คล้าว จะเอาคืน เสียงของ ทองกวาว ก็ลอยมา....ฉากนี้นักแสดงทำงานกันอย่างเอาจริงเอาจัง แม้อากาศจะร้อนมากๆ แต่ทุกคนก็เต็มที่ รัวมือให้เลยจ้า....!!!! ส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง คล้าว กับ ทองกวาว จะสั่นคลอน เพราะหนุ่มคนใหม่หรือไม่? ต้องติดตาม!!! โดย หนุ่มเทเลอร์ เผยถึงการเล่นละครเรื่องแรกในประเทศไทยว่า

“ผมเคยดู มนต์รักลูกทุ่ง เวอร์ชั่นพี่ป๋อ (ณัฐวุฒิ) กับ พี่กบ (สุวนันท์) ละครเรื่องนี้ดังมาก ใครๆ ก็รู้จัก ไม่ใช่เฉพาะคนไทยเท่านั้น คนลาวก็รู้จักครับ และเป็นที่นิยมมากๆ รู้สึกดีใจและตื่นเต้นมาก เพราะบท ธรรมรักษ์ เป็นบทที่ฉีกแนวจากตัวผมเลย เพราะตัวจริงผมสุภาพมาก แล้วก็เล่นบทพระเอกมาตลอด สุขุมนุ่มนวล บทนี้ฉีกไปเลย ทำการบ้านมาเยอะพอสมควร แล้วก็เรียนการแสดงเพิ่มเติมด้วยครับ ส่วนบท ธรรมรักษ์ จริงๆ เค้าก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะครับ จะเป็นแบบลูกคุณหนู ถ้าอยากได้อะไรต้องได้ เอาแต่ใจ เป็นคนรวย คนมีตังค์และเป็นคนเจ้าชู้ด้วย ซึ่งเป็นครั้งแรกในการเล่นบทเจ้าชู้ด้วยเหมือนกัน แววตาต้องแพรวพราวมากๆ ก่อนหน้านี้ที่ประเทศลาว กระแสดีมากเลยครับ เวลาโพสต์ภาพเบื้องหลัง ก็จะมีคอมเม้นต์ว่า อยากให้พรุ่งนี้เป็นวันออนแอร์เลยได้มั้ย ทุกคนตื่นเต้นมาก กรี๊ดกร้าดรอดูอยู่นะ เวลาผมไปออกอีเวนท์ถือว่ากระแสดีมาก ฝากเป็นกำลังใจให้หนุ่มลาวด้วยนะครับแล้วก็ติดตามผลงานด้วยเชื่อว่าทุกคนที่ได้ดูจะได้รับความสนุกเฮฮา แล้วก็ความโรแมนติกคอมเมดี้ ขอบคุณทีมงานทุกคน ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังเต็มที่มากๆ ก็หวังว่าทุกคนจะสนุกกับละครนะครับ”

ติดตามความสนุกของละคร “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗” ฉากนี้ได้ในคืนวันศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2567 ทางช่อง 3HD กด33 และสามารถติดตามรับชม #มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗ เวอร์ชัน Uncut และ ตอนพิเศษ EP.13 ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 23.55น. ทางแอปฯ WeTV หรือเว็บไซต์ www.WeTV.vip เท่านั้น >>> https://bit.ly/MonRakLukThung2567
“บอย YourMOOD” ปะทะฝีมือ “บอส ณัฐกิตติ์” ในซีรีส์ “อายุมั่นขวัญยืน” (1000 YEARS OLD)
เรื่องราวกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับ ซีรีส์เรื่อง “อายุมั่นขวัญยืน 1000 YEARS OLD” สร้างสรรค์ผลงานโดย Feelgood Bangkok ร่วมกับ h8 นอกจากแฟน ๆ จะได้เห็นความสดใสของตัวละคร “พัน” (เชน ณัชพล ชีวะปัญญาโรจน์) และ “โย” (โอปอล กฤษภาฑร ชวัลวัชรากร) อีก 2 ตัวละครที่สร้างสีสันไม่น้อยหน้ากัน ก็คือ บทบาทของ บอย YourMOOD และ บอส ณัฐกิตติ์ สังวรกิจฤชัย ตัวละครลับ ที่ออกมาในจอทีไร ก็สร้างรอยยิ้มให้กับแฟน ๆ ได้ตลอด

พร้อมเปิดวาร์ป บอย YourMOOD ศิลปินหนุ่มมาดกวน ที่ขอชิมลางงานแสดงซีรีส์เรื่องนี้เป็นครั้งแรก โดย บอย YourMOOD สวมบทบาท เป็น ชิน ชายหนุ่มคิดบวก ผู้มีแต่ความมุ่งมั่น เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในร้านต้มเลือดหมู คอยสร้างรอยยิ้ม และปลุกพลังให้คนรอบข้างอยู่เสมอ เป็นคนที่ไม่ถือโทษโกรธใคร และเมื่อได้ลงมือทำอะไรแล้วจะมีความมุ่งมั่น มั่นคง ตั้งใจขั้นสุด!! ส่วนอีกหนึ่งหนุ่มพลังเหลือล้น แถมความสามารถหลากหลาย เป็นทั้งนายแบบและนักแสดงน้องใหม่ที่น่าจับตา!! ได้แก่ บอส ณัฐกิตติ์ ที่มารับบท สมชาย ชายลึกลับ ที่ดูแล้วไม่น่าไว้ใจ เพราะไม่สามารถเดาใจได้เลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่ งานนี้ สมชาย มาพร้อมกับความลับบางอย่างที่น่าสงสัย โดยเฉพาะเรื่องที่มีความรู้จักกับ พัน เป็นอย่างดี เรื่องราวของ ชิน และ สมชาย จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับ “พัน” แวมไพร์ จนเกิดเรื่องชุลมุนวุ่นวายได้ขนาดไหน มาตามลุ้นมาตามเชียร์กันได้ในซีรีส์เรื่อง “อายุมั่นขวัญยืน 1000 YEARS OLD”

กด Follow เพื่อติดตามไลฟ์สไตล์ ของทั้งสองหนุ่ม บอย YourMOOD https://www.instagram.com/yourmooooooooooooooooooooooood/ บอส ณัฐกิตติ์ https://www.instagram.com/bbosssamusi/

ติดตามชมซีรีส์ “อายุมั่นขวัญยืน” (1000 YEARS OLD) ได้ทุกวันพุธ เวลา 22:45 น. ทางช่อง 3 และเวลา 23.30 น. ทาง WeTV

#อายุมั่นขวัญยืน #1000YO #FeelgoodBangkok
“ตงตง” อุปสรรคเยอะ...ของแทร่!!! ตามลุ้น!! เส้นทางจากดิน...สู่ดาว ใน “คู่พระคู่นาง”
อุปสรรคเยอะ ของแทร่!!! อยากจะขยับจากดิน ขึ้นไปเป็นดาวทั้งที พระเอกหนุ่ม “ตงตง-กฤษกร กนกธร” หรือ “ดิน” ในละคร “คู่พระคู่นาง” ทาง ช่องวัน31 ผลิตโดย ค่ายพอดีคำ ก็มีมารผจญอยู่ร่ำไป แต่เมื่อเป้าหมายมีไว้พุ่งชน ตงตงก็กระเสือกกระสน แบกสังขารอันบอบช้ำ จากการถูกลอบกัด มาขอความเมตตา ขอโอกาสคัดตัว เข้าไปเป็นพระเอกยี่เก ในพระนคร จาก “น้ำ-รพีภัทร เอกพันธุ์กุล” ผู้รับบท “พระยาบำเรอราชสำราญ” ซึ่งเป็นพ่อของ “โม-อมีนา พินิจ” (ราตรี) แม้งานนี้ จะมีสาวโม เป็นกองหนุนหลัง ช่วยขอโอกาสให้ตงตง แต่การรักษาเวลา และความรับผิดชอบ สำหรับ พระยาผู้สูงศักดิ์ อย่าง น้ำ คือเรื่องสำคัญ แต่ก็ใช่ว่า แต้มบุญของ ตงตง จะไม่มีเอาเสียเลย เมื่อโชคชะตา พัดพาให้ได้มาเจอ “กัปตัน-ภูธเนศ หงษ์มานพ” ผู้รับบท “พระยาพิทักษ์บรรเลง” ที่เห็นถึงรูปร่าง หน้าตา ของตงตง ดูเข้าที จึงรู้สึกถูกชะตา เอาเป็นว่า สองพระเอกรุ่นใหญ่ กัปตันและน้ำ โคจรมาเจอกันทัังที ต้องไม่ธรรมดา สัปดาห์นี้ มาตามลุ้นกันว่า เส้นทางชีวิตพระเอกยี่เกบ้านนาของ ตงตง จากดิน มุ่งหน้าสู่การเป็นดาว ในพระนคร จะเป็นอย่างไร ในวันพุธที่ 13 มีนาคม (อีพี6) เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน31

สามารถรับชม ละครใหม่!! “คู่พระคู่นาง” ดูทีวี ทางช่องวัน31 และดูออนไลน์ ทางแอปฯ oneD ที่แรก!! ที่เดียว!! ดาวน์โหลดฟรี!! ดูบนแอป : https://bit.ly/376vYH8 , ดูบนเว็บ : https://bit.ly/3wXv3DP
จุดสตาร์ทของคำว่า“ความวายป่วง” !! ของ 5 หนุ่ม เบสท์ - เอิร์ธ - วิน - ดัง - อู๋ เพียงข้ามคืน ใน Close Friend3 Soju Bomb Ep.1
เมื่อเป้าหมายไม่ได้เป็นไปตามคาด ความวายป่วง จึงบังเกิดกำเนิดขึ้น เบสท์ รับบทโดย ( เบสท์ - ชลสวัสดิ์ เตียววณิชกุล ) หนุ่มหล่อ ลีดเดอร์ สุดจริงจัง , เอิร์ธ รับบทโดย ( เอิร์ธ - นันทวัฒน์ ไพบูลย์ภัทรธน ) หนุ่มเจ้าเล่ห์ ผู้มาพร้อมรอยยิ้มสดใส , วิน รับบทโดย ( วิน - ศุภวิชญ์ ประธานชัยมงคล ) หนุ่มติสท์ เจ้าเสน่ห์ ผู้เงียบขรึม, ดัง รับบทโดย ( ดัง - ธีระทัศน์ อิงคะประสิทธิ์ ) หนุ่มเฟรนด์ลี่ ขี้งก สายมู , และ อู๋ รับบทโดย ( อู๋ - ภัทรพล เฮงสุนทร ) น้องเล็กแสนซน ผู้มองโลกในแง่ดี ที่รวมตัวกันในชื่อ Project T กลุ่มเด็กฝึกไทยที่ถูกค่ายเพลงเกาหลีไล่ออกกะทันหัน ตัดสินใจแหกกฏทุกอย่างที่เคยต้องทำ ด้วยการไปดื่มเหล้าให้เมายับทั่วกรุงโซล และ การเปิดประสบการณ์ใหม่ครั้งนี้ ยังทำให้พวกเขาได้พบกับ  เยริ รับบทโดย (ซูยอน จี) พี่สาวเกาหลี ที่ชวนเล่นเกมวงเหล้าสุดพิศดาร จนทำให้สันดา- นิสัยที่แท้จริงของทั้ง 5 เผยออกมาหลังดื่มในคืนนั้น พวกเขาสนุกกันเลยเถิด จนถึงขั้นบุกเข้าค่ายเพลง และร่วมกันทุบป้ายกฎ 10 ข้อจนพังสนั่น นำไปสู่การหลบหนีอย่างดุเดือด แต่ไม่รู้เป็นเพราะอะไร พอพวกเขาตื่นมาอีกทีหลังภาพตัด ทุกคนก็ดันมาโผล่อยู่ที่ปูซานไปซะได้! เมื่อคืนพวกเขาทำอะไรลงไป

จุดเริ่มต้นของความวายป่วงในหนึ่งคืนนั้นเกิดอะไรเกิดขึ้นบ้าง เรามาติดตามกันที่ได้ Close Friend3 Soju Bomb รับชมตอนแรกพร้อมกันเริ่มวัน พุธ ที่ 13 มีนาคม 2567 และทุกวันพุธ เวลา 20.00 น. สามารถรับชมได้ : Viu Application และ https://www.viu.com/
ฉ่ำมาก! “อแมนด้า” ฉีกลุคนางเอกเล่นร้าย งัดความแซ่บสุดร้อนแรง ใน “ลมเล่นไฟ”
เตรียมร้องว้าวกับละคร “ลมเล่นไฟ” ที่กำลังจะออกอากาศ ทางช่อง 3 ผลงานรสแซ่บจัดจ้านของผู้จัดฯ “นก จริยา แอนโฟเน” แห่งบริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด กันได้เลย เพราะแค่ปล่อยทีเซอร์มาเรียกน้ำย่อยก็ทำเอาคนดูตั้งตารอชมกันแล้ว เพราะทุกคนต่างพากันจับตามองความแซ่บของสาว “อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม” ที่ฉีกลุคนางเอกแสนซนในละคร “เว้าวอนรัก” พลิกบทบาทร้ายครั้งแรก งัดจริตที่มีทั้งหมดมาหว่านเสน่ห์สุดเร่าร้อนและแซ่บยิ่งกว่าหม่าล่าหม้อไฟ ขนาดพริกทั้งสวนยังต้องยอมแพ้ กับบท เฟลม หรือ อัคนียา ที่มีมายเซ็ท (Mindset) อยากได้อะไรต้องได้ และสิ่งที่เฟลมอยากได้ไม่ใช่สิ่งของ แต่เป็น “ผัว” ของคนอื่น! และถ้าผู้ชายเลือกโลกใบใหม่แปลว่าเขาหมดรักเมียเขาแล้ว อุ๊บ! คาแรคเตอร์แรงเบอร์นี้ สาว “อแมนด้า” เตรียมรอรับเปลือกทุเรียนได้เลย

มาดูกันว่าเสน่ห์ของสาวสวย “อแมนด้า” ในบท “เฟลม” จะทำให้บรรดาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของขึ้นได้แค่ไหน แต่คนมาทีหลังก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่ดีนะจ๊ะ ติดตามชม “ลมเล่นไฟ” ได้เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus

#ลมเล่นไฟ #อแมนด้า
“ดู๋ สัญญา คุณากร” เปิดใจจะเสียดายมาก ถ้าไม่ได้เล่นหนัง “หลานม่า”
​“ดู๋ สัญญา คุณากร” เปิดใจจะเสียใจมากถ้าไม่ได้รับเล่นหนัง “หลานม่า” ภาพยนตร์แฟมิลี่ ดราม่า จากค่าย จีดีเอช ผลงานกำกับโดย พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ นำแสดงโดย บิวกิ้น พุฒิพงศ์, ดู๋ สัญญา, เผือก พงศธร, เจีย สฤญรัตน์, ตู ต้นตะวัน และ แต๋ว อุษา ฯลฯ ​ดู๋ สัญญา เผยความรู้สึกว่า “ตอนที่ถูกติดต่อให้มาเล่นหนัง “หลานม่า” ผมตอบตกลงในใจไปแล้ว ตั้งแต่ผู้กำกับเล่าเรื่องย่อสั้นๆ ให้ฟัง แต่พอได้อ่านบทบอกเลยว่า “ถ้าหนังเรื่องนี้ไม่ได้ถูกสร้าง ผมจะเสียใจมาก และจะเสียใจรองลงมาคือถ้าผมไม่ได้เล่น” พัฒน์ คือผู้กำกับที่มีความละเอียดอ่อนมากๆ เขาต้องการให้ตัวละครทุกตัวในเรื่องมีความเป็นธรรมชาติ ซึ่งความยากของหนังเรื่องนี้คือ เราจะเล่นให้สุดไปทางใดทางหนึ่งไม่ได้เลย เราต้องอยู่กับความพอดี ตอนแรกผมไม่คิดว่าบทกู๋เคี้ยงจะยากขนาดนี้นะ แต่พอได้มาเล่นแล้วมันยากจริงๆ มันเลยกลายเป็นความท้าทายของผม และการได้มาเล่นหนังเรื่องนี้ มันทำให้ผมรู้สึกถึงยุคสมัยที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นยุคคุณปู่ คุณย่า หรือยุคพ่อแม่เรา จนมาถึงยุคนี้ มันเป็นอีกแบบนึง มีบางอย่างที่เพิ่ม บางอย่างที่ลด สิ่งที่เพิ่มของผมคือ ความรู้สึกแตกต่างของวัย และสิ่งที่ลดลงคือ ความผูกพันและเวลาที่มีให้กัน บางคนตระหนักได้ในวันที่คนอันเป็นที่รักจากไป แล้วเราทำได้เพียงแค่เสียดาย และเสียใจ แต่หนังเรื่องนี้กำลังจะบอกเราว่า ถ้าคนเรามีอายุขัยจำกัด แล้วเราจะใช้ชีวิตแบบไหน มันคือความงดงามของชีวิตเท่าที่เราจะจดจำไว้ได้เหมือนกันนะ ผมว่าหนังเรื่องนี้กำลังจะส่งข้อความนี้ถึงทุกคน ผมเลยอยากชวนทุกคนให้ไปดูหนังเรื่องนี้กับครอบครัวกันนะครับ จูงมือไปดูด้วยกัน แล้วก็มาวิจารณ์ด้วยกัน ถ้าลูกอยู่ในวัยเดียวกับบิวกิ้นในเรื่อง ก็มานั่งคุยกันว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ ถ้าคุณแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันมันคือจุดเริ่มต้นของการที่จะอยู่ด้วยกันได้เป็นอย่างดีกับคนในครอบครัว 4 เมษายนนี้ ไปดูหนังกับครอบครัวที่คุณรักในโรงภาพยนตร์ด้วยกันนะครับ” ​“หลานม่า” 4 เมษา พร้อมหน้าพร้อมตาในโรงภาพยนตร์

#หลานม่า #LAHNMAH
“เด่นคุณ-เพ็ชร” ขี่ม้าตัวเดียวครั้งแรก เบื้องหลังบู๊เดือดจนเกือบตกม้า
บอกได้เลยว่าพลาดไม่ได้แม้แต่ตอนเดียว มีเรื่องราวชวนสนุกทุกตอน สำหรับละครเรื่อง “เว้าวอนรัก” ของสองผู้จัดฯ “อาร์ต พนิตนาฏ ฉัตรวิไล” และ “ยุ้ย ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี” บริษัท มัมแอนด์แด๊ด เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด กำกับการแสดงโดย “อั๋น กรพจน์ สืบชมภู” ซึ่งมีสามพระนาง เด่นคุณ งามเนตร, อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม และ เพ็ชร ฐกฤต ตวันพงค์ ประชันบทบาทกันอย่างถึงพริกถึงขิง สำหรับเบื้องหลังฉากนี้ก็เช่นกัน เป็นฉากไฮไลท์ที่นักแสดงยอมรับว่าถ่ายไปเสียวไป กลัวตกม้ากัน โดยเป็นฉากที่เขตคาม(เด่นคุณ) ขอไปช่วย ชเลบุตร(เพ็ชร ฐกฤต) แทนเชิญขวัญ(อแมนด้า) เพราะเป็นห่วงว่าถ้าเชิญขวัญไปจะเกิดอันตราย เขตคามเลยรีบขี่ม้าไปช่วยชเลบุตรที่กำลังโดนคนของราชาเสือดำยิงรัวใส่ไม่หยุด ก่อนจะดึงชเลบุตรให้ขึ้นมาบนม้า เพื่อต่อสู้โจรด้วยกัน

ฉากนี้ถ่ายทำกันที่ป่าโป่งก้อนเส้า สระบุรี ถือว่าเป็นฉากยากเลย เพราะการนั่งม้าคู่กัน แล้วยิงต่อสู้ด้วย ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเพ็ชร ฐกฤต บอกว่าเป็นฉากที่ลุ้นมาก ๆ เพราะต้องยิงปืน แล้วปีนขึ้นหลังม้าอย่างรวดเร็ว เพื่อจะทรงตัวและขี่ม้าคู่ ยิงกับผู้ร้าย ฉากนี้เพ็ชรเกือบตกม้าอยู่สองรอบ ต้องปีนขึ้นหลังม้าระหว่างม้าวิ่งสองสามรอบ แล้วเด่นคุณขี่ม้าเร็วมากด้วย เพราะเป็นฉากการต่อสู้กัน เรียกว่าเพ็ชรต้องกอดเด่นคุณแน่น ๆ กลัวตกจากหลังม้า ถือว่าเป็นฉากยากของการขี่ม้าทั้งหมดเลยก็ว่าได้

ติดตามฉากขี่ม้าของสองหนุ่มว่าจะลุ้นระทึกหรือจะฟินกันแน่ ในละคร “เว้าวอนรัก” ในวันอังคารที่ 12 มีนาคม 2567 เวลา 19.00 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus
“มิว-ศุภศิษฏ์” ใจกล้า!!! พาพ่อแม่บุกบ้าน “ชาล็อต ออสติน” เจอเรียกค่าสินสอดเดือนละ “สิบหมื่น” ในละคร “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗”
กำลังสนุกสนานทีเดียว สำหรับละคร “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗” ที่แฟนๆ ละครยังคงให้ความสนใจและตอบรับในทุกๆ EP กันอย่างดีเยี่ยม แถมยังช่วยกันสร้างกระแสจนติดเทรนด์โซเชียลอันดับต้นๆ ในทุกๆ สัปดาห์ งานนี้ทั้งนักแสดง และทีมงานต่างก็ปลื้มอกปลื้มใจกันเป็นทิวแถว โดยเฉพาะผู้กำกับฯ มากฝีมืออย่าง สำรวย รักชาติ ก็จัดแจงแต่งองค์ทรงเครื่องเรื่องราวในละครให้โดนใจคนดูเช่นกัน!!! ด้วยความเป็น “ละครเพลง” ผู้กำกับฯ ก็ใส่ความสนุกของละครเรื่องนี้ด้วย MV ของแต่ละเพลง ล่าสุดจับเพลงฮอตฮิตในตำนานอย่างเพลง “สิบหมื่น” มาถ่ายทอดใน EP ล่าสุด ที่รับรองได้ว่าคนดูจะลุกขึ้นเต้นไปพร้อมกับนักแสดงในเรื่องผ่านหน้าจอกันเลยทีเดียว โดยใน EP7 เป็นเรื่องราวของ คล้าว (มิว ศุภศิษฏ์) พา พ่อศร (ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง) แม่คอน (ต่าย สายธาร) แว่น (คิมม่อน วโรดม) โด่ง (หม่อมเอ็กซ์ อัศนัย) และ ขาม (เล้ง ณัฐพล) เพื่อไปเจรจากับ พ่อทองก้อน (แจ็ค ธนพล) แม่ทับทิม (ต้อม รชนีกร) ขอแต่งงานกับ ทองกวาว (ชาล็อต ออสติน) โดยมี บุปผา (เปา กิ่งกาญจน์) ให้กำลังใจอยู่ข้างๆ งานนี้ พ่อทองก้อน เอ่ยค่าสินสอด จน คล้าว แทบกระอัก!!! ขอบอกว่าเบื้องหลังของฉากนี้สนุกสนานมากๆ เมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้า ผู้กำกับฯ และทีมงานก็เซ็ทฉากหน้าบ้านของ ทองก้อน โดยใช้บ้านไทยหลังใหญ่ ย่านรังสิต คลอง 13 เป็นสถานที่ถ่ายทำ ซึ่งเป็นโลเกชั่นหลักของละครเรื่องนี้!! ผู้กำกับฯ ซักซ้อมคิวนักแสดงที่จะต่อไดอะล็อกกันไปมา ซึ่งนักแสดงแต่ละคนก็ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะช่วงพีคที่ ทองก้อน ที่บอกกับ คล้าว ว่า “ถ้าอยากแต่งงานกับ ทองกวาว ต้องผ่อนเดือนละสิบหมื่น” จากนั้นเพลง “สิบหมื่น” ก็ขึ้น นักแสดงก็สนุกสนานไปกับเสียงเพลง ทั้งร้อง ทั้งเต้นกันอย่างเมามันส์ ซึ่งฉากนี้ต้องทำการแสดงกัน 2-3 เพื่อเก็บภาพระยะใกล้ ไกล แต่นักแสดงก็สู้ตาย!!! ยังคงถ่ายทำ MV กันอย่างสนุกสนาน แต่พอผู้กำกับฯ สั่งคัท และบอกว่า “ผ่าน” นักแสดงบางคนถึงกับนั่งคุกเข่า โดยเฉพาะสาวคนเก่ง ต่าย-สายธาร ที่ดูเหมือนจะหอบกว่าใครเพื่อน แต่ก็แอบบอกว่า “สนุกมากๆ เต้นจนลืมอายุตัวเองเลย” (หัวเราะร่วน)

ส่วนจะสนุกสนานแค่ไหน ต้องติดตามชมละคร “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗” คืนวันศุกร์ที่ 8 มีนาคม 2567 ทางช่อง 3HD กด33 และสามารถติดตามรับชม #มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗ เวอร์ชัน Uncut และ ตอนพิเศษ EP.13 ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 23.55น. ทางแอปฯ WeTV หรือเว็บไซต์ www.WeTV.vip เท่านั้น >>> https://bit.ly/MonRakLukThung2567
“นุ่น ศิรพันธ์” ชำระแค้นอีกหนึ่งราย ใน “เรือนทาส”
เข้าโค้งสุดท้ายแล้ว สำหรับละครพีเรียดรสจัด “เรือนทาส” ช่อง 3 เมื่อ ผีมะลิ (บูม สุภาพร) ออกมาอาละวาดหลอกหลอนตามเช็คบิลทีละคน แถมคุณสร้อย (นุ่น ศิรพันธ์) ก็ยังเพิ่มความร้ายแบบเต็มสูบแบบกู่ไม่กลับ จนทำคนดูอินหนักมาก เรื่องราวล่าสุดในอีพี 13-14 ต่างทำทุกคนปรับอารมณ์แทบไม่ทัน ด้านความสัมพันธ์ เกื้อกูล (ตี๋ ธนพล) และ บุษบง (อ๊ะอาย กรณิศ) ก็ทำเอาคนดูเขินกับการสารภาพรักที่ไม่มีคำว่ารักของเกื้อกูล แต่ก็ต้องมาปวดหัวกับความอ่อนโยนความเห็นใจคนอื่นของเกื้อกูลทำ แสงจันทร์ (อันดา กุลฑีรา) คิดไปไกล ยิ่งถ้าแสงจันทร์รู้ว่าคนที่เธอรักคือคนเดียวกันที่แม่ให้แต่งงานด้วย คงเกิดศึกกับบุษบงอีกยกแน่! ถึงแม้ปมนี้ยังคงอีรุงตุงนังอยู่ แต่ปมใหญ่ที่ทุกคนรอดูมานานว่า แสงจันทร์ สันติ (นินจา จอมยุทธ์) คือลูกใครกันแน่ อีพี14ก็ได้เฉลยแล้วว่าทั้งคู่เป็นลูกของอาจารย์แคล้ว หรือ พระรอด ที่แสดงโดย “กิก ดนัย” เรียกว่าเป็นตัวละครที่ทำคนดูของขึ้นกับสิ่งที่อาจารย์แคล้วข่มเหงใจสร้อย ด้าน “กิก ดนัย” ที่ต้องเล่นเป็นคนเลวกลับใจ ได้เปิดใจว่ามันไม่ง่ายเลย กับตัวละครนี้ “อุปสรรค์อย่างแรกที่เราต้องเจอสำหรับตัวละครนี้เลย คือเรื่องของเอฟเฟ็กต์ อย่าง หมอผีแคล้วก็ต้องแต่งใส่เสื้อผ้าหน้าผมมีรอยสักเต็มตัว และถ้าเป็นพระรอดก็ต้องแต่งเอฟเฟ็กต์พระอีก ส่วนในเรื่องของการแสดงก็ท้าทายผมมาก เพราะเราต้องเล่นเป็นทั้งตัวละครสายดาร์กมาจนถึงกลับใจอยู่ในสายขาวเป็นพระรอด ต้องทำการบ้านว่าเราจะรับผิดชอบสองคาแรคเตอร์นี้ให้คนดูเชื่อขนาดไหน และมันยังเป็นเรื่องแรกที่เราเล่นเป็นหมอผีอีก ตอนแรกก็รู้สึกกังวลเหมือนกัน แต่พอเห็นกระแสคนดูด่าอาจารย์แคล้ว ก็รู้สึกดีใจที่เราสามารถสื่อความเป็นตัวละครนี้ไปถึงคนดูได้ ทำให้คนดูอินกันได้ และรู้สึกโชคดีมาก ๆ ที่ได้ร่วมงานกับนุ่น ศิรพันธ์ ในเรื่องเราต้องปะทะกันเยอะมาก ซึ่งการแสดงของเขาถือว่าขั้นเทพเลยครับ เราต้องทำการบ้านทุกครั้งก่อนเข้าฉากกับเขา เพราะเขาเก่งและมีพลังเยอะมาก ก็อยากให้ทุกคนมาลุ้นจุดจบของสร้อย เพราะความร้ายกาจของเขาก็มีส่วนมาจากตัวละครอาจารย์แคล้วด้วย มาดูกันว่าความแค้นของสร้อยจะสิ้นสุดอย่างไรในละคร เรือนทาส ครับ” ซึ่งซีนปะทะระหว่างพระรอดกับสร้อยก็ยังทำให้คนดูช็อกไปพร้อมกับสองพี่น้อง แสงจันทร์ สันติ รวมไปถึงสงสารเด็ก ๆ หนักมากที่ต้องมารู้เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง แต่ที่มันบีบหัวใจคนดูสุด ๆ คือตรงที่ทั้งคู่ไม่นึกโกรธกับการกระทำแม่สร้อยแม้แต่น้อย กลับสวมกอดปลอบใจกันด้วยความรัก เรียกได้ว่าเป็นซีนดราม่าที่คนดูมูฟออนไม่ได้เลย! จึงไม่แปลกที่ “เรือนทาส” จะคว้าเรตติ้งกรุงเทพฯสูงสุดถึง 6.68 เลยทีเดียว และยอดดูสดออนไลน์ยังพุ่งทะลุถึง 2.1 แสนคนอีกด้วย เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ต้องไปลุ้น และเอาใจช่วยบุษบง กับ เกื้อกูลยอดนักสืบ สืบหาความจริงใน “เรือนทาส” ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus
มีมใหม่ เกิดแน่ 2 ตอนสุดท้าย “วิญญาณแพศยา” สุดพีค พร้อมจับตา ฉากเซอร์ไพรส์ ทิ้งทวนความทำถึง!!
ของจริง ของแทร่ และ ทำถึง สามคำนี้ เป็นคำที่แฟนละคร พูดกันติดปาก เพราะได้ยินกันมาตั้งแต่ละคร วิญญาณแพศยา ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ออกอากาศอีพี 1 ล่าสุดตอกย้ำความเข้มข้น ทำถึงขึ้นไปอีกเพราะ ในอีพี36 (วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม 2567) ละครสนุกจนถึงขั้น ติดเทรนด์ X ความนิยมในไทยด้วยแฮชแท็ก #วิญญาณแพศยาEP36 เลยทีเดียว ส่งแรงกระเพื่อมต่อให้ละครในโค้งสุดท้ายใน อีพี37 และ อีพี 38 ที่จะออกอากาศในวัน จันทร์ที่ 11 และ อังคารที่ 12 มีนาคม อุ่นเครื่องความปังใน 2 ตอนสุดท้ายให้แฟน ๆ ได้เฝ้ารอติดตามบทสรุป เรียกว่างานนี้แจ้งเกิดกันแทบทุกตัวละคร เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกคาแรคเตอร์มีเส้นเรื่องที่โดดเด่นเป็นของตัวเอง อย่าง “น้ำตาล ชลิตา” เรียกว่า สอบผ่านบทหนัก ผีกะเอิ้งโหลง ได้อย่างฉลุย หยิบจับทำอะไรก็เป็นมีมให้ได้แชร์ตลอด ด้าน “ฝ้าย เวฬุรีย์” กับมีม ทุบกีกี้ ตัวเองกวาดยอดวิวทะลุล้าน และยังขึ้นแท่นนางร้ายสายฮาคนใหม่ หรือเคมีของ “โอห์ม ฐิติวัฒน์” และ “เฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน” ก็เข้ากันดี๊ดี ส่งให้คู่ของ “อะตอม ณฐาภพ” และ “ตังเม เมธาวี” ได้แจ้งเกิดกันไปอีกคู่เช่นกัน แม้แต่ “ตะวัน ณวินวิชญ์” ก็ได้พิสูจน์ฝีมือจากพระเอกคอมเมดี้ สู่ สายละครดรามาเต็มรูปแบบ เท่านั้นยังไม่พอ นักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือ น้ำผึ้ง ณัฐริกา, ตอง ภัครมัย, หนุ่ม ศรราม ฯลฯ ก็สามารถถ่ายทอดการแสดงได้กินขาด จนทำแฟนละครอินกันทั่วบ้านทั่วเมือง

โดยเรื่องราวในสองอีพีสุดท้าย จะเล่าถึงบทสรุปของวิญญาณของผีกะเอิ้งโหลง ที่มาในร่างความน่ากลัวขั้นสุด จะมีจุดจบอย่างไร แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะค่อย ๆ คลี่คลาย ความรักของ ฝ้ายคำกับเจ้าน้อยอินชเวง ก็ดูเหมือนจะราบรื่น แต่ทำไมยังมีเรื่องราวของการบูชาผีกะพระนางเข้ามาเกี่ยวข้องอีกกับอีกหนึ่งตัวละครใหม่ที่ได้ “ฟอร์จูน กนกกาญจน์” มาแสดงรับเชิญและรับบทตัวแปรสำคัญนี้ อีกทั้งแฟน ๆ ยังต้องเตรียมพบกับฉากสุดเซอร์ไพรส์ ที่การันตีความสนุกส่งท้าย กับการกลับมาแบบเฟียส ๆ ในชาติภพปัจจุบัน 2567 ว่าจะทำถึงขนาดไหน

แต่ใครจะกลับมาแบบใดห์ คาแรกเตอร์อะไร และจะมีความปัง ความว้าวแค่ไหนที่เป็นการทิ้งทวนละครแบบจึ้ง ๆ ต้องห้ามพลาดรับชมในละคร วิญญาณแพศยา 2 ตอนสุดท้าย สู่บทสรุปที่คุณจะจดจำละครเรื่องนี้ไปอีกนานแสนนานในวันจันทร์ที่ 11 มีนาคม และ วันอังคาร ที่ 12 มีนาคม เวลา 18.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27
“จูเนียร์-ฟลุ๊คจ์” มาส์กหน้ายังไงให้ฟิน “คุณได้ไปต่อ” ปล่อยของแรงกระแทกใจมัมหมี
เดินทางมาถึงครึ่งเรื่องแล้ว สำหรับซีรีส์ Boys Love ทางช่อง 3 เรื่อง “คุณได้ไปต่อ” (To be continued) ที่ทำให้มัมหมีฟินสุดกับฉากคีบตุ๊กตา มาอีพี 4 ไม่มีคำว่าแผ่วขยี้ใจมัมหมีหนักเข้าไปอีกกับฉาก “มาส์กหน้า” ที่ต้องเป็นตำนาน! เมื่อ อชิ(จูเนียร์-กาจบัณฑิต) ขอไปส่ง หมอจิ(ฟลุ๊คจ์-พงศภัทร์) ที่คอนโด แต่ยังไม่อยากกลับเพราะใจมันเรียกร้องให้อยู่ต่อ งานนี้จะเกิดอะไรขึ้น วันนี้จะมาสปอยให้ฟังเป็นน้ำจิ้มก่อนไปชมกันเต็ม ๆ

เตรียมหมอนมาจิกหยิบยาดมมาตุนกันไว้ได้เลย กับฉากมาส์กหน้าด้วยปาก เรียกว่าเป็นไฮไลท์เด็ดที่ห้ามพลาดเลยทีเดียว กับความน่ารักของ อชิ(จูเนียร์-กาจบัณฑิต) ที่อ้อนขอมาส่งเพื่อนสนิท อย่าง หมอจิ(ฟลุ๊คจ์-พงศภัทร์) ถึงคอนโด แต่ใจกลับเรียกร้องอยากอยู่ต่อ แต่หมอจิไม่ยอมให้อยู่ อชิเลยงัดลูกตื๊อมาอ้อน จนหมอจิเกิดอาการหวั่นไหวยอมใจอ่อนให้อชิอยู่ต่อ จนเกิดช็อตมาส์กหน้าก่อนนอนของอชิ ที่ทำท่าไหนก็ไม่รู้จากมาร์กบนหน้าอชิ ไปตกอยู่ที่หน้าหมอจิจนได้ หน้ายิ่งใกล้ ใจยิ่งหวั่น หมอจิจะรับมือกับสถานการณ์ใจเต้นโครมครามกับอชิได้หรือไม่ หรือห้ามใจไม่ไหวแล้วจะไปต่อกันอย่างไร เอ๊ะ! หรือมีใครจะต้องเจ็บตัวเหมือนการขโมยจูบครั้งก่อนก็เป็นได้ มาลุ้นเส้นทางความรักของคู่ “อชิ-หมอจิ” ได้ในซีรีส์ “คุณได้ไปต่อ” (To Be Continued) ตอนที่ 4 วันจันทร์ที่11 มีนาคม 2567 เวลา 22.45 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus และสามารถชมย้อนหลังทันทีในเวอร์ชัน uncut ได้ 2 ช่องทาง 3plus premium และ Netflix พร้อมกัน 11 ประเทศทั่วโลก
“กลัฟ-จีน่า” ประเดิมเคมีปัง เรื่องแรก กับละครชุด “ดวงใจเทวพรหม” เรื่อง “ลออจันทร์” ลงจอ 8 มี.ค. นี้
สิ้นสุดการรอคอย กับละครชุดฟอร์มยักษ์ภาคต่อ “สุภาพบุรุษจุฑาเทพ” กับเรื่องราวความรักของเหล่า “5 สิงห์ แห่งวังจุฑาเทพ” ที่ได้สร้างปรากฎการณ์ครั้งสำคัญให้กับประวัติศาสตร์ของวงการละครไทย จนเกิดเป็นกระแสคุณชายฟีเวอร์ สู่ความประทับใจรุ่นลูกที่ต้องมาสานพันธสัญญาความรักต่อ ในละครชุด “ดวงใจเทวพรหม” ประเดิมด้วย กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ ประกบคู่สาว “จีน่า-ญีนา ซาลาส” ครั้งแรก ในเรื่อง “ลออจันทร์” จาก ค่ายดู เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ของผู้จัดฯ เอกนรี วชิรบรรจง ผ่านฝีมือการกำกับของ ธนากร โปษยานนท์ ซึ่งเป็นภาคต่อรุ่นลูกของ “คุณชายรัชชานนท์”

​"ลออจันทร์" บทประพันธ์โดย ซ่อนกลิ่น บทโทรทัศน์โดย ปารดา กันตพัฒนกุล เป็นเรื่องราวของ ลออจันทร์ ลูกสาวคนเดียวของ วีระวงศ์ เรียนจบด้านอักษรศาสตร์จากประเทศฝรั่งเศส เดินทางกลับมากรุงเทพฯ หลังจากรู้ข่าวว่า เจ้าชายศตรัศมี แห่งเวียงพูคำ จะนำสมบัติล้ำค่าคือ “สร้อยอัจนาจักระ” หรือ The Third Eye Sapphire มาจัดแสดงที่ห้างสรรพสินค้าเจทีเซ็นเตอร์ ลออจันทร์แฝงตัวมาสมัครงานเป็นเลขานุการของ หม่อมหลวงภูธเนศ จุฑาเทพ บุตรชายของ หม่อมราชวงศ์รัชชานนท์และสร้อยฟ้า ซึ่งมีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการของห้างสรรพสินค้าเจทีเซ็นเตอร์ เพื่อหาทางใกล้ชิดกับภูธเนศโดยหวังจะชิงสร้อยเส้นนั้น โดยมี ซัน เพื่อนสนิทในวัยเด็กคอยช่วยเหลือ ซึ่งก็ได้ผล ภูธเนศหลงรักและไว้ใจเธอ ก่อนจะจับได้ภายหลังว่าเธอหลอกลวงเขา ลออจันทร์ยอมรับว่าเธอต้องการไพลินที่ประดับบนสร้อยอัจนาจักระ เพื่อนำกลับไปถวายคืนแด่องค์ตรีเนตร พญานาคราชปูนปั้นซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ ที่อันเร้นลับ เธอต้องการพิสูจน์ว่าต้นตระกูลของเธอไม่ได้ต้องการครอบครองไพลิน และไม่ใช่กลุ่มกบฏที่ต้องการล้มล้างราชวงศ์เวียงพูคำ การเดินทางตามหาองค์พญาตรีเนตรฯ ไม่ใช่แค่การพิสูจน์ความจงรักภักดีของบรรพบุรุษเธอเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำให้เธอค้นพบความจริงบางอย่างที่สำคัญไม่แพ้กัน..ความจริงที่ว่า..เธอ เป็นส่วนหนึ่งของ “เทวพรหม”

​โดยหนุ่ม กลัฟ-คณาวุฒิ พูดถึงการทำงานเรื่องนี้ในฟังว่า “ตอนแรกกดดันมากที่ต้องมารับไม้ต่อจาก สุภาพบุรุษจุฑาเทพ แต่พวกเราทุกคนก็ตั้งใจทำงานเต็มที่ เรื่องนี้ผมรับบทเป็น หม่อมหลวงภูธเนศ เป็น CEO เจ้าของห้าง จะดูเป็นคนมีมาดนิงนึง เจอใครที่ถูกชะตาหรือเราถูกใจเขาจะเป็นคนที่ค่อนข้างคลั่งรักมาก ๆ ในระดับนึงเลยครับ คาแรคเตอร์มีความไกลจากตัวผมเหมือนกัน ต้องมีการปรับจูนคาแรคเตอร์ค่อนข้างเยอะครับ คิวบู๊ก็ค่อนข้างเยอะมาก คำศัพท์ในการพูดก็มีความยากกว่าปกติ เพราะว่าในเรื่องนี้ต้องมีพูดคำราชาศัพท์ แล้วก็มีภาษาอีสานด้วย เป็นเรื่องที่ผมได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ เยอะมาก ก็ขอฝาก ลออจันทร์ ไว้ด้วยนะครับพี่ ๆ ทุกคน พวกเราตั้งใจกันทำผลงานเรื่องนี้ให้ออกมาดีที่สุดจริง ๆ”

​ฝั่ง จีน่า-ญีนา ก็ได้พูดบทบาทและการทำงานให้ฟังว่า “เรื่องนี้รับบทเป็น ลออจันทร์ เป็นสาวปารีเซียง เป็นผู้หญิงที่มีความมั่นใจ มีความเก่งคล่องแคล่วว่องไว มีไหวพริบที่ดีมาก ๆ รู้เรื่องเกี่ยวกับศิลปะการป้องกันตัว พูดได้หลายภาษา เป็นผู้หญิงที่เก่งครบเครื่อง เพอร์เฟคมากพอมาเทียบกับตัวเองค่อนข้างไกลตัวเอง อย่างเรื่องคิวบู๊เราก็ต้องไปเรียนศิลปะการป้องกันตัว รวมถึงพี่กลัฟแล้วก็นักแสดงพี่ ๆ คนอื่น ๆ ก็ต้องไปเรียนกันทุกคน อย่างน้องออมไม่ได้มีซีนที่ไปบู๊กับใครน้องก็ไปซ้อมกับเราด้วย คือทุกคนเหมือนเป็นเพื่อนกันจริง ๆ วันไหนว่างก็นัดกันเจอกัน ตอนแรกที่รู้ว่าได้เล่นเรื่องนี้แอบเกร็งเหมือนกันเพราะเป็นภาคต่อจาก สุภาพบุรุษจุฑาเทพ แต่พวกเราทุกคนตั้งใจทำมันออกมาอย่างดีที่สุด ฝากทุกคนเป็นกำลังให้พวกเราด้วยนะคะ”

​นอกจากได้หนุ่มกลัฟ และสาวจีน่า มาส่งต่อความสนุกแล้ว ยังเสริมทัพด้วย สมิธ-ภาสวิชญ์, เดนิส-เจลีลชา, ป๊อป-ธัชทร, ออม-กรณ์นภัส, ปีเตอร์แพน-ทัศน์พล, ไมกี้ ปณิธาน, กองทัพ พีค, เทศน์ ไมรอน, เก้า-นพเก้า, เซ้นต์-ศุภพงษ์, พร้อมด้วยทัพนักแสดงอีกมากมาย อาทิ จิรกิตติ์ สุวรรณภาพ, ดอม เหตระกูล, รามาวดี นาคฉัตรีย์, นิธิ สมุทรโคจร, อัญษณา บุรานนท์, ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล, ดิลก ทองวัฒนา, ดวงตา ตุงคะมณี, เพ็ญเพ็ชร เพ็ญกุล, รินลณี ศรีเพ็ญ, ณัฐวุฒิ สกิดใจ, เปรมสินี รัตนโสภา, ชญานิศ จ่ายเจริญ, พล ตัณฑเสถียร, สินจัย เปล่งพานิช, ศรุต วิจิตรานนท์, สโรชา วาทิตตพันธ์, มยุริญ ผ่องผุดพันธ์, อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล, ดนัย จารุจินดา, เพ็ชร ฐกฤต, ชนาธิป โพธิ์ทองคำ, กัมมัญญ์ กลมแก้ว, ชญานิศ จ่ายเจริญ, นิชคุณ ขจรบริรักษ์ ฯลฯ

​รอติดตามชมเรื่องราวสุดเข้มข้นไปพร้อมกันกับละครชุด “ดวงใจเทวพรหม” เรื่อง “ลออจันทร์” ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 20.20 น. เริ่มตอนแรก 8 มีนาคมนี้ ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus
ช่อง 3 ฉลองครบรอบ 54 ปี จัดเต็มความบันเทิงสุดยิ่งใหญ่ อัดแน่นล้นจอครบรส ตลอดเดือน “มีนาคม”
ช่อง 3 ครบรอบ 54 ปี จัดเต็มความบันเทิงสุดยิ่งใหญ่เพื่อแฟน ๆ ตลอดเดือน “มีนาคม” อัดแน่นทั้งละคร รายการใหม่ ซีรีส์ดัง รับประกันความสนุกครบรสแบบจัดเต็มแน่นอน

เริ่มกันด้วยละครชุดฟอร์มยักษ์กับเรื่องราวของพันธสัญญาความรักจากรุ่นพ่อ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ สู่รุ่นลูก ดวงใจเทวพรหม ที่จะมาสานต่อคำสัญญาจากรุ่นก่อน เปิดตัวด้วยละครชุด ดวงใจเทวพรหม เรื่อง ลออจันทร์ นำแสดงโดย “กลัฟ คณาวุฒิ” และ “จีน่า ญีนา” ผลงานของผู้จัดฯ “เอกนรี วชิรบรรจง” ค่ายดู เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ผ่านฝีมือกำกับของ “ธนากร โปษยานนท์” ออกอากาศทุกวันศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ เวลา 20.20 น. เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 8 มีนาคม 2567​ โคจรกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งสำหรับคู่ที่แฟนละครต่างรอคอย “หมาก ปริญ” และ “ญาญ่า อุรัสยา” ในละคร​ โรแมนติกคอมเมดี้ “จนกว่าจะได้รักกัน” ผลงานใหม่แกะกล่องของผู้จัดคนเก่ง “อาร์ต พลังธรรม กล่อมทองสุข” จากค่ายรักละคร ฝีมือกำกับการแสดงโดย “นก ณธภร พัชรชญานนท์” รอติดตามชมได้เร็ว ๆ นี้​ พบกับการหวนคืนจอของนางเอกสาวระดับตำนานอย่าง “เชอรี่ เข็มอัปสร" ประกบคู่ “อาเล็ก ธีรเดช” เป็นครั้งแรก และการพลิกบทบาทครั้งใหญ่ของ “อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม” ในละครดราม่าสุดเข้มข้น “ลมเล่นไฟ” ผลงานของผู้จัดมากฝีมือ “นก จริยา แอนโฟเน” จากค่าย เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด เตรียมลงจอให้ได้รับชมกันเร็ว ๆ นี้

ฟากทัพรายการใหม่ ยกขบวนมาลงจอพร้อมกัน 3 รายการ นำโดย “Chef Fest Thailand season 2” พบกับความสนุกต่อเนื่องหลังจากจบซีซั่นแรกไปแล้ว ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.30 น. เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2567 ทางด้าน “กันตนา” ก็ได้เปิดตัวรายการวาไรตี้น้องใหม่ “เรื่องจริง Unlimited ชีวิตไร้ขีดจำกัด” พูดคุยกับผู้คนที่มีเรื่องเล่าแปลก หลากหลาย แตกต่างจากคนทั่วไป ออกอากาศทุกวันอังคาร เวลา 22.45 น. เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 19 มีนาคม 2567 ปิดท้ายด้วยรายการที่จะมาสร้างเสียงหัวเราะ เรียกรอยยิ้มรับเช้าวันหยุดกับ “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” จะพาคุณไปล้วงลึกประเด็นร้อนของเหล่าซุปตาร์ในรายการ “เม้าท์อยู่กับปาก อยากอยู่กับคิ้ม” รับประกันความครบรส ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 07.25 น. เริ่มตอนแรกวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2567 กลับมามอบความสนุกอีกครั้งกับทัพละครดัง 3 เรื่อง 3 รส เริ่มกันที่ “แรงตะวัน” นำแสดงโดย “อั้ม อธิชาติ” และ “ชิปปี้ ศิรินทร์” ออกอากาศทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.50 น. เริ่มตอนแรก 8 มีนาคม 2567 ต่อด้วย “ภูตแม่น้ำโขง” ตำนานความลี้ลับของเจ้าแม่ทอหูก นางพญาภูตลำน้ำโขงผู้รอคอยคนรักให้หวนกลับมา นำแสดงโดย “ไม้ วฤธ”, “อุ้ม อิษยา” และ “ยิหวา ปรียากานต์” ออกอากาศทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 18.00 น. เริ่มตอนแรก 11 มีนาคม 2567 ปิดท้ายด้วยละครเรื่องแรกบนจอแก้วของนางเอกสาว “น้ำตาล พิจักขณา” ประกบคู่พระเอกเบอร์ใหญ่อย่าง “เคน ธีรเดช” กับละคร “มัจจุราชสีน้ำผึ้ง” ออกอากาศทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 08.45 น. เริ่มตอนแรก 31 มีนาคม 2567

สำหรับคอภาพยนตร์ห้ามพลาด “แชนแนลทรีมูฟวี่ส์” ที่มาสร้างความสนุกทุกวันเสาร์ เวลา 23.40 น. เริ่มคืนแรกวันเสาร์ที่ 2 มีนาคม 2567 กับ ใหญ่ไม่ใหญ่ข้าก็ใหญ่ (City Hunter) ต่อด้วยวันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2567 กับ ฟัดทะลุโลก (The Master) และ วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม 2567 กับเรื่อง เจาะเหลี่ยมกระโหลก (Casino Raider) ตามมาด้วย วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม 2567 กับ เจาะเหลี่ยมกะโหลก 2 (Casino Raider, The Sequel) ปิดท้ายด้วย วันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2567 เรื่อง คนบินตอร์ปิโด (Skyline Cruisers)

ส่งท้ายด้วยซีรีส์ต่างประเทศเรื่องราวชะตากรรมของมวลมนุษย์ การต่อสู้อันดุเดือดของเหล่าเทพ ปีศาจ “ฟงเสิน ตำนานเทพพิชิตฟ้า” ออกอากาศทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 02.50 น. และวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 02.40 น. เริ่มตอนแรกวันศุกร์ที่ 1 มีนาคม 2567 ตามมาติด ๆ ด้วยซีรีส์เกาหลีที่ครองใจชาวไทยตลอดกาล “ชีพพลีเพื่อชาติ หัวใจนี้เพื่อเธอ (Descendants of the Sun)” ออกอากาศทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 00.45 น. วันพุธ เวลา 00.15 น. วันพฤหัสบดี เวลา 23.45 น. และวันศุกร์ เวลา 00.30 น. เตรียมลงจอตอนแรกวันพุธที่ 13 มีนาคม 2567 นี้

ห้ามพลาดตลอดเดือน “มีนาคม” กับความบันเทิงสุดยิ่งใหญ่อัดแน่นล้นจอ ช่อง 3 “ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus”
“บิวกิ้น พุฒิพงศ์” เวิร์กช็อปหนัก ทุ่มสุดตัว ปรับลุค ลดน้ำหนักกว่า 10 กิโล จนคนจำไมได้ เพื่อรับบท “เอ็ม” ในหนัง “หลานม่า”
​“บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล” นักแสดงหนุ่มสุดฮอต เวิร์กช็อปหนัก ทุ่มสุดตัว ปรับลุค ลดน้ำหนักกว่า 10 กิโล จนคนจำไม่ได้ เพื่อรับบท “เอ็ม” ในภาพยนตร์ “หลานม่า” ผลงานการกำกับของ “พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์” ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจากค่าย “จีดีเอช” ​บิวกิ้น เผยว่า “หลานม่า เป็นหนังที่เปิดประตูบานใหม่ และเปิดโลกทางการแสดงให้กับผม ผมอยากปรับภาพลักษณ์ของตัวเอง เพื่อให้เป็นตัวละครเอ็มได้อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุดตามที่พี่พัฒน์ผู้กำกับต้องการ ผมเลยลดน้ำหนักลงกว่า 10 กิโล เพื่อให้ดูเป็นเด็กติดเกม ตัดผมใหม่ เลือกเสื้อผ้าใหม่ ดีไซน์ท่าทางการเดินใหม่ รวมถึงมุมมองความคิดทุกอย่างให้เป็นตัวละครตัวนี้ให้มากที่สุด ซึ่งตอนไปถ่ายที่ตลาดพลู ไม่มีใครจำผมได้เลย นอกจากนี้ผมกับพี่ๆ นักแสดงทุกคนก็ได้ทำเวิร์กช็อปกันอย่างหนัก ผมต้องเวิร์กช็อปกับอาม่า และพี่เจีย ที่รับบทเป็นแม่ของผม ซึ่งพี่เจียมีความเหมือนแม่ผมหลายอย่าง ทำให้เราจูนกันไม่ยาก ผมมีความสุขมากๆ ที่ได้มาเล่นหนังเรื่องนี้ เพราะมันทำให้ผมตกตะกอนเรื่องครอบครัวเหมือนกันนะ ผมถูกสอนมาตลอดว่า ญาติพี่น้องคือคนในครอบครัวเดียวกัน ต้องดูแลรักใคร่กัน อากง อาม่า คือพ่อแม่ของเราอีกคนที่อยู่ด้วยกันมาตลอด กินข้าวด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน แต่พอวันหนึ่งเราโตขึ้น มีภาระหน้าที่ที่มากขึ้น พอมองย้อนกลับไป มีโมเมนท์บางอย่างที่เราเคยทำตอนเด็กๆ ด้วยกันกับเขา แล้วเราหลงลืมไป หนังเรื่องนื้ทำให้เราย้อนกลับไปมองตรงนั้น ตอนนี้ผมกลับไปใช้เวลากับครอบครัว กับอาม่ามากขึ้น พาท่านไปเที่ยว ดูแลกันและกันในวันที่ท่านยังอยู่ ผมว่าหนังเรื่องนี้น่าจะรีเลทกับทุกคน เพราะทุกคนน่าจะมีโมเมนท์ดีๆ กับญาติผู้ใหญ่ที่บ้านด้วยกันทั้งนั้น ยังไงผมขอฝากหนังหลานม่าด้วยนะครับ พวกเราทุกคนเต็มที่กันมากๆ ทั้งผม ยายแต๋ว, พี่ดู๋, พี่เจีย, พี่เผือก, ตู ฯลฯ ฝากเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับ 4 เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์” พาความคิดถึงกลับบ้านไปพร้อมกัน ในโรงภาพยนตร์

#หลานม่า #LAHNMAH
“หนิง นิรุตติ์” หลั่งน้ำตา กับบทสรุป “อารักษ์” ที่ให้แง่คิดคนดูมากมาย ส่งท้ายละคร “รถรางเที่ยวสุดท้าย” ตอนจบ!!
และแล้วก็ดำเนินเรื่องมาถึง EP สุดท้าย ของ “รถรางเที่ยวสุดท้าย” ผลิตโดย ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ร่วมกับ บริษัท สตาร์ฟีนิกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ฝีมือการกำกับของ ฝุ่น-จีรภา ระวังการณ์ กับการถ่ายทอดเรื่องราวของคนที่มั่นใจในความคิดของตนเอง ชอบยึดติดอยู่กับอดีตและไม่กล้าที่จะปล่อยวางจากคนอื่น แถมมั่นใจในความคิดของตนเอง และต้องการอนุรักษ์สิ่งดีงามในอดีตให้คงอยู่ ผ่านตัวละครที่ชื่อ “อารักษ์” ซึ่งถ่ายทอดโดยนักแสดงมากฝีมืออย่าง หนิง-นิรุตติ์ ศิริจรรยา

โดยในตอนสุดท้ายนี้ คนดูจะได้เห็นบทสรุปของตัวละครแต่ละตัว ที่มีวิถีชีวิตและความคิดที่แตกต่างกันของคนต่างวัย ทั้ง บริพัตร (สมภพ เบญจาทิกุล) นที (ก้าวหน้า กิตติภัทร) ภราดร (ปอนด์ พลวิชญ์) ซอแก้ว (ตังตัง นัฐรุจี) บุหงา (ต๊งเหน่ง รัดเกล้า อามระดิษ) สินธร (ภูริต พลอยมีค่า) และ ศิริรัตน์ (เปิ้ล ภารดี)

ซึ่งก่อนจะไปดูตอนจบแบบเต็ม ๆ เรามีภาพเบื้องหลังมาฝาก เป็นความลับในอดีตของ “อารักษ์” ที่จะถูกเปิดเผยจากข้อความในจดหมายของ “มุกดา” ความผิดพลาดในอดีตที่ อารักษ์ ไม่เคยรู้เลย และครั้งนี้ บริพัตร จะได้รับรู้ความคิดที่อคติของ อารักษ์ ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

ฉากนี้ผู้กำกับฯ ฝุ่น ใช้ห้องครัวของโรงเรียนแสนสนุกไตรทักษะ แถวประชาอุทิศ เซ็ตขึ้นเป็นห้องครัว “ร้านรถราง” โดยในฉากนี้นอกจากมีสองนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือ อาหนิง กับ อาหมู เข้าฉากแล้ว ก็ยังมี สินธร (ภูริต พลอยมีค่า) ศิริรัตน์ (เปิ้ล ภารดี) ที่รับบทลูกชายและลูกสะใภ้ของ อารักษ์ เข้าร่วมฉากนี้ด้วย ซึ่งสองนักแสดงรุ่นใหญ่ต้องปะทะคารมกันอย่างรุนแรงอีกครั้ง เพราะอารักษ์คิดว่าทุกคนทรยศ หักหลังเขาหมด ตัวละครสองตัวที่เป็นเพื่อนรักกัน แต่สุดท้ายต้องมาแตกหักกันอีก เพราะมีความคิดที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ก่อนถ่ายผู้กำกับฯ ก็ขอให้มีการซักซ้อมบทและดูภาพมุมกล้องกันก่อน จากนั้นเมื่อเดินกล้องถ่ายทำ นักแสดงสองท่านก็สาดอารมณ์ใส่กันแบบไม่มีใครยอมใคร อาหนิงแสดงได้โกรธจัดถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา ก่อนจะจบฉากนี้โดยภูริต และเปิ้ล ภารดี รีบเข้ามาดูพ่อ งานนี้บอกได้เลยว่าสมเป็นนักแสดงคุณภาพจริง ๆ

ส่วนอีกฉากเป็นฉากที่เผยให้เห็นตัวละครอารักษ์ ที่ไม่เคยมองว่าตัวเองผิด หลังจากที่เขาได้อ่านจดหมายของ มุกดา ที่ บุหงา ตัดสินใจเอาให้ และได้รับรู้ถึงความในใจของ อารักษ์ ที่เผยออกมา จนครั้งนี้มันทำให้ความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขานั้นเปลี่ยนไป สำหรับฉากนี้เป็นฉากกลางคืนที่ใช้บ้านแถวสุทธิสารเป็นสถานที่ถ่ายทำ และก่อนถ่ายก็ต้องมีการซ้อม แล้วเมื่อพร้อมก็เดินกล้องถ่าย ซึ่งนับเป็นฉากการแสดงอารมณ์อีกฉาก ที่ผ่านไปได้อย่างสบายไม่ต้องเทค

ถ้าใครอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พร้อมบทสรุปชีวิตของ อารักษ์ ผู้ที่หัวดื้อ หัวรั้น ไม่ฟังใคร และเอาความคิดตนเองเป็นใหญ่จะลงเอยอย่างไร มาค้นหาคำตอบได้ในละคร “รถรางเที่ยวสุดท้าย” วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม 2567 เวลา 20.30 น. ซึ่งเสนอเป็นตอนจบ ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 สามารถติดตามชมอีกครั้งได้ที่ www.VIPA.me พร้อมทั้งสามารถติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที่▪ Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X (Twitter), LINE, TikTok, Instagram ▪ Website : www.thaipbs.or.th▪ Application : Thai PBS
เอาแล้ว!! จุดเริ่มต้น..สำหรับคนอยากค้นใจ “คิม-คัท” ทำถึง! หัวใจ(ชาว)วาย..ตายไปตามๆ กัน ใน “ปลื้มคนโปรด”
ได้เวลาหัวใจ(ชาว)วายกันไปตามๆ กันแล้วละสิ สำหรับซีรีส์ “ปลื้มคนโปรด” ที่ผลิตโดยบริษัท “แม็กซิม่อน เอ็นเตอร์เทนเมนต์” ของผู้จัด คุณม่อน - ศุภกิตติ์ กันอุปัทว์ กำกับโดย “ราเมศ เรืองประทุม” นำแสดงโดย คิมม่อน-วโรดม เข็มมณฑา, คัท-ธนวัฒน์ สุขเฟื่องฟู พร้อมด้วย ซีเกมส์-ภัทรเรืองฤทธิ์ นามวงค์ยศ, แบม-กัญกนิษฐ์ มั่งมี, บอมบอม-นันธิกา รันศรี,เพียว-ปภาวรรณ แสงอรุณ, โป้ง-ชูพัฒน์ หาญหฤหรรษ์, ปั้น-ชัชพงศ์ หาญหฤหรรษ์, โน้ต-ชายชล มาตศรี, จอร์ช-เบญจ ธูปกระจ่าง, ดี้-ปัทมา ปานทอง, แจ๊ค-อธิบดี พันตาวงศ์ และไอซ์-ธวัชชัย ไชยเสน ที่เดินทางจนมาถึงจุดพีคใน EP 4

ปลื้ม (คิมม่อน-วโรดม เข็มมณฑา) มาเที่ยวที่ร้าน พี่ง่วง (แจ็ก ไอเฟล) และได้เห็นชีวิตของ คนโปรด (คัท-ธนวัฒน์ สุขเฟื่องฟู) ที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ ทำให้เขาเริ่มอยากรู้จักคนโปรดมากขึ้นถึงขั้นแอบตามคนโปรดไปถึงที่บ้านและได้รู้จักแม่ของคนโปรด ปลื้มเริ่มสงสารคนโปรดขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว แต่ก็ไม่รู้จะวางตัวยังไง แต่คนโปรดกลับคิดว่าที่ปลื้มเข้าหาตัวเองก็เพราะรู้ว่าตัวเองรู้จักกับ สร้อย (แบม-กัญกนิษฐ์ มั่งมี) และบ้านอยู่ใกล้ๆ กัน จนกระทั่งทั้งสองติดอยู่ในห้องด้วยกัน ทั้งคู่เริ่มเรียนรู้กันทีละนิด

ผู้ก็งานดี สุดฟิน จะเตรียมจิ้นทะลุจอได้หรือไม่ ติดตามชมซีรีส์  “ปลื้มคนโปรด” EP 4 ได้ในวันเสาร์ที่ 9 มีนาคมนี้ เวลา 22.40 ทางช่อง 3 กด 33 และ สามารถชมย้อนหลังได้ทาง WeTV
 
#ปลื้มคนโปรด #Asecretlylove #MaximonEntertainment #คิมคัท #kimkut #kut_tanawat #ขุณขิมมอญ #ดูทีวีกด33 #ดูมือถือกด3plus #WeTV
เอ็ด แฮร์ริส ร้ายตัวพ่อ พร้อมขยี้รัก ใน LOVE LIES BLEEDING รัก ร้าย ร้าย (A24)
“LOVE LIES BLEEDING รัก ร้าย ร้าย ภาพยนตร์ โรแมนติก-ระทึกขวัญ (A24)” เตรียมเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ โดย เนรมิตรหนัง ฟิล์ม และ ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ เรื่องราวการผสมผสานระหว่างความรัก การทรยศ และการแก้แค้นภายใต้การกำกับของ โรส กลาส (Rose Glass) ที่มอบประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ความลุ้นระทึก และการแสดงที่น่าดึงดูด ตัวละครสำคัญที่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง ลู และ แจ็คกี้ ในภาพยนตร์ LOVE LIES BLEEDING รัก ร้าย ร้าย เปลี่ยนแปลงไป นั่นคือ เอ็ด แฮร์ริส (Ed Harris) ผู้รับบท ลู ซีเนียร์ พ่อของลู เจ้าพ่ออาชญากรรม “ผู้คนควรหวาดกลัวตัวละครของผมไหม มันก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่พวกเขาทำ หากพวกเขาประพฤติตัว หากพวกเขาไม่ล้ำเส้นผม พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องกลัว ผมเป็นคนค่อนข้างดีเชียวแหละ แต่ถ้าคุณทำสิ่งที่ผมไม่ชอบ คุณก็จะเดือดร้อน ผมไม่มีปัญหาที่จะจัดการคนที่ผมไม่ชอบ เอาเป็นว่างั้นเถอะ” “มีหลายสิ่งจากอดีตที่ทำให้ลูเกลียดตัวละครของผมในตอนนี้ และมันจะยิ่งแย่ลงเมื่อเรื่องราวดำเนินไป โรสมีจินตนาการที่ร้ายกาจ ซึ่งจะนำมันมาใช้ในหนังเรื่องนี้อย่างแน่นอน” แฮร์ริส อธิบาย แฮร์ริสสร้างความประหลาดใจให้กับ กลาส (Rose Glass) ผู้กำกับ เพื่อการเป็น ลู ซีเนียร์ “ฉันบอกเอ็ดไปว่า ฉันจะชอบนะถ้าคุณดูแตกต่างไปจากที่เราเคยเห็นคุณมาก่อน กลาสจำได้ และเขาก็พูดว่า บางทีผมอาจจะไว้ผมหางม้าหรืออะไรสักอย่างก็ได้ ฉันกำลังนึกภาพผมหยิกเล็กน้อย แต่เขากลับมีเพื่อนที่เป็นช่างทำผมมาต่อผมให้เขาแทน เขาส่งรูปถ่ายของตัวเองกับทรงผมบ้าระห่ำนี้มาให้ฉัน ซึ่งมันอยู่ระหว่างความดูมีเสน่ห์กับดูเหมือนตัวละคร Cousin Itt (ภาพยนตร์ The Addams Family) และฉันก็แบบว่า ใช่เลย! จากนั้นฉันก็ให้คริสเทนดูและบอกว่าดู เอ็ด แฮร์ริส กับทรงผมบ้านี่สิ แล้วเธอก็หยิบโทรศัพท์ออกมาทันทีและให้ฉันดูรูปพ่อของเธอ ปรากฎว่าเขามีทรงผมเหมือนกัน เธอถามฉันว่า คุณเจอรูปพ่อฉันแล้วส่งให้เอ็ดรึเปล่า แต่ไม่เลย เอ็ดคือคนที่ชอบทรงผมทรงนี้ ซึ่งมันบังเอิญมาก” กลาส กล่าว LOVE LIES BLEEDING รัก ร้าย ร้าย กำหนดฉาย 14 มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

รับชมตัวอย่าง www.youtube.com/watch?v=xg2U1NXUPCw

ติดตามข่าวสาร ภาพยนตร์ LOVE LIES BLEEDING รัก ร้าย ร้าย ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้ https://neramitnungfilm.com Facebook : www.facebook.com/Neramitnungfilm, www.facebook.com/shinesaengad.venture Youtube : www.youtube.com/@neramitnungfilm3074, www.youtube.com/@shinesaengad.venture Instagram www.instagram.com/neramitnung.film, www.instagram.com/shinesaengad.venture Tiktok www.tiktok.com/@neramitnungfilm.official, www.tiktok.com/@shinesaengadventure

#LOVELIESBLEEDINGรักร้ายร้าย #KristenStewart #AnnaBaryshnikov #RoseGlass #เนรมิตรหนังฟิล์ม #NeramitnungFilm #ฉายแสงแอดเวนเจอร์
“ไมค์-ฐิสา” ควงคู่ดูดาวหวานบอกความในใจ
เมื่อความจริงใกล้จะถูกเปิดเผย ยิ่งพลาดไม่ได้สำหรับละคร “ในรอยทราย” ทางช่อง 7HD ที่ในสัปดาห์นี้ดูเหมือนว่าภารกิจหัวใจมันจะมีอิทธิพลเข้าซะแล้ว!

ฉากนี้เป็นฉากที่ ตะวัน (ไมค์-ภัทรเดช) จำได้แล้วว่าตัวเองคือใคร แต่ก็แกล้งทำเป็นจำอะไรไม่ได้เพื่อหาคำตอบบางอย่าง แต่สิ่งที่หนักกว่าภารกิจจับพัชระกลับกลายเป็นภารกิจหัวใจเพราะ ตะวันตกหลุมรัก วิ (ฐิสา-วริฏฐิสา) ซะแล้ว ตะวันตัดสินใจบอกวิว่าเค้าอยากเริ่มต้นสร้างความทรงจำใหม่กับวิ เค้าไม่อยากให้คิดถึงทิวาคนเก่า อยากให้วิคิดถึงทิวาคนใหม่ที่อยู่ตรงหน้าเธอเท่านั้น เบื้องหลังฉากนี้เป็นซีนหวานๆ ดูดาวบอกความในใจของตัวละคร ซึ่งงานนี้ทั้งไมค์และฐิสาผ่านฉลุย! ติดตามชมฉากหวานๆ และเป็นกำลังใจให้ความรักของคู่นี้ได้ในละคร “ในรอยทราย” วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม นี้ เวลา 20.40 ทางช่อง 7HD
ก่อนปิดตำนาน “โก๊ะตี๋-จาตุรงค์-กัส-ติ๊ก” แท็คทีมสาดความสนุกของแทร่ คนดังโซเซียลโผล่ล้น!!! ในภาพยนตร์ “หอแต๋วแตกแหกสัปะหยด” 14 มี.ค.นี้
เรียกได้ว่าโตมากับจักรวาล “หอแต๋วแตก” ที่สร้างรายได้และเป็น Soft Power ในทุกภาค ล่าสุดผู้กำกับพันล้าน “พชร์ อานนท์” ขอส่งภาคสุดท้าย “หอแต๋วแตกแหกสัปะหยด” ภายใต้ผลงานของ “โมโนออริจินอล” และการผลิตของ “ฟิล์มกูรู” กับภาคสุดท้ายของหนังในตำนาน เรื่องราวแปลก ๆ ทั้งผี ทั้งคน ทั้งสัปเหร่อ ทั้งกะเทย ทั้งชายจริงหญิงที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน “สัปะหยด” แห่งนี้ เป็นเพราะใคร? ผีร้ายที่ว่าแน่จะมาเก่งกว่าตัวมารดาของแทร่ได้ยังไง ต้องตามพิสูจน์ 14 มีนาคมนี้ในโรงภาพยนตร์ โดยมีนักแสดงทีมเดิมอย่าง จาตุรงค์ พลบูรณ์ รับบท “เจ๊แต๋ว”, โก๊ะตี๋-เจริญพร อ่อนละม้าย รับบท “แพนเค้ก-แพนด้า”, กัส-วีรดิษฐ์ ศรีมาลัย รับบท อาโคย และ ติ๊ก กลิ่นสี รับบท เจ๊พะยูน

ซึ่งผู้กำกับ พชร์ อานนท์ ยังมัดรวมคนดังในโซเซียลมาสาดความสนุกเพิ่มทวีคูณ ไม่ว่าจะเป็น ปุ้มปุ้ย-พรรณทิพา อรุณวัฒนชัย ที่โอดว่าหนักสุดตั้งแต่เป็นนักแสดงมา ด้าน “ติช่า-กันติชา ชุมมะ” เรื่องนี้เจ้าตัวบอกว่าทุ่มให้พี่พชร์เกินร้อย ส่วนขวัญใจชาว TikTok “น้องหลิน ท่าขอนยาง” ที่มีความน่ารักแบบฉบับของเธอ อินเนอร์การแสดงก็ใช่ย่อย ส่วน พัดชา ชนุดม เจ้าของเพลงฮอต “โอมจงรวย” ดีใจได้มาร่วมเป็นหนึ่งในหอแต๋วแตก เช่นเดียวกับ เอแคลร์ จือปาก และ ฟาอัล สุดติ่ง เป็นปลื้มหน้าบานเพราะเป็นการแสดงครั้งแรกของพวกเธอ นอกจากนี้ยังได้ เบียร์ Buffalo Gags พิธีกรหน้านิ่งจากรายการ BUFF TALK สุดดังมารับบทที่เหมาะกับเขามาก

ต่อด้วย โจ๊ก I Scream มารวมสร้างความฮาล้นจอ พร้อมด้วย เฟิร์ส พรชิตา นักร้องดาวTikTok #หนูเป็นคนไทย ที่มีสำเนียงเสียงกัมพูชาร่วมแสดงด้วย รวมทั้งนักแสดงมากฝีมือ อัจฉริยะ ศรีทา (โด่งดังจากหนังสัปเหร่อ), จำปา แสนพรม (โด่งดังจากธี่หยด) ,อาจารย์เจน ญาณทิพย์ ศูนย์บรรเทาทุกข์ผี รวมตัวสร้างปรากฎการณ์ของแทร่ และที่เซอร์ไพร์สอย่างมากเมื่อ สมปอง นครไธสง หรือ อดีตพระมหาสมปอง กลับมาโกนศีรษะนุ่งห่มจีวรเพื่อสวมบทบาทเป็นพระให้กับผู้กำกับ พชร์ อีกครั้งในตำนานหอแต๋วแตกฯ งานนี้ยังมีนักแสดงอีกคับคั่งที่มาร่วมสร้างสีสันให้ภาพยนตร์ “หอแต๋วแตกแหกสัปะหยด” ให้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ ร่วมสะดุ้งและรับแรงกระแทกพร้อมกันได้ 14 มีนาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

https://www.youtube.com/watch?v=rbPvD8ULv2A #MONOORIGINAL #หอแต๋วแตกแหกสัปะหยด
“แต๋ว อุษา” นักแสดงหน้าใหม่ วัย 76 ปี ติวเข้มรับบทนำ ในหนัง “หลานม่า” เข้าฉากกับ "บิวกิ้น” จนรู้สึกผูกพันและรักเหมือนหลานแท้ ๆ
ทำเอาทัชใจ น้ำตาไหลกันถ้วนหน้า เมื่อ จีดีเอช ปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์เรื่อง “หลานม่า” พร้อมเปิดตัวนักแสดงหน้าใหม่วัย 76 ปี แต๋ว อุษา แสนคำ ในบท “อาม่า” ที่ต้องมาปะทะฝีมือกับ บิวกิ้น พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล และนักแสดงมากฝีมืออย่าง ดู๋-สัญญา คุณากร ,เผือก-พงศธร จงวิลาสเจีย- สฤญรัตน์ โทมัส, ตู-ต้นตะวัน ตันติเวชกุล ฯลฯ พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ ผู้กำกับภาพยนตร์ “หลานม่า” เปิดเผยว่าโจทย์ที่ยากที่สุดของหนัง คือการกำกับให้นักแสดงมีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด โดยเฉพาะบท อาม่า ที่เป็นหัวใจสำคัญของหนังเรื่องนี้ ยายแต๋ว จึงต้องทำการบ้านเตรียมตัวอย่างหนัก ด้วยการคัดบทด้วยลายมือตัวเองทุกหน้า เพื่อทำความเข้าใจกับบทอาม่าที่ได้รับ แต๋ว อุษา เล่าว่า “ด้วยความที่ตัวจริงเราเป็นคนสนุกร่าเริง ซึ่งตรงข้ามกับบท อาม่า ที่ได้รับในหนัง ก็เลยต้องพยายามปรับบุคลิกทุกอย่าง บทนี้ค่อนข้างยาก เลยกังวลหลายอย่าง กลัวพูดผิด กลัวทุกคนต้องมารอ ก็เลยพยายามคิดว่าว่าเราจะทำอย่างไรให้จำบททุกอย่างได้ ก็เลยใช้วิธีจดคำพูดทีละคำ จดทุกอย่างว่าเราจะพูดกับใครช่วงไหน ขีดเส้นใต้แต่ละบท เพื่อทำความเข้าใจจนจบเล่ม พอทบทวนจนจำได้ คำพูดของอาม่าก็ค่อยๆ ซึมเข้ามาในตัวเรา ตอนจะนอนบทต่างๆ มันจะเข้ามาในสมองเรา จนจำบทได้หมดเลย เพราะมันอยู่ในสมองไปแล้ว วันแรกที่ได้มาเจอบิวกิ้นครั้งแรก ยอมรับว่าไม่รู้จักเขามาก่อน แต่หลานๆ ที่บ้านบอกว่า เขาเป็น นักร้อง นักแสดงที่ดังมาก พอได้ร่วมงานกัน ได้เห็นความตั้งใจและเสน่ห์ของเด็กผู้ชายคนนี้ ก็เข้าใจทันทีว่าทำไมบิวกิ้นถึงเป็นนักแสดงที่โด่งดังและมีคนรักมากขนาดนี้ แม้แต่เราเองยังรู้สึกรักและผูกพันกับเขาเหมือนเป็นหลานแท้ๆ รู้สึกประทับใจ เพราะเขาน่ารัก เหมือนได้อยู่กับหลานตลอดเวลา เขาคุยแหย่เล่นกับเราให้ไม่เหงา ทำให้เราได้หัวเราะสนุกสนาน แต่พอเริ่มทำงานคือจริงจัง ตั้งใจมาก สำหรับการทำงานกับคุณพัฒน์ประทับใจมากค่ะ เขาเป็นผู้กำกับที่น่ารักมาก เขาจะเดินเข้ามาให้กำลังใจเราตลอดเวลา บางทีเราเริ่มเหนื่อย แค่มองตาเขาก็จะรู้ จะบอกให้เราพักแล้วค่อยเริ่มต้นกันใหม่ ความยากอีกอย่างในหนังเรื่องนี้คือต้องโกนผม ตอนแรกแอบลังเล แต่เพื่อให้สมบทบาท ก็เลยตัดสินใจโกนผมจริง เพราะอยากถ่ายทอดความรู้สึกของอาม่าในหนังให้ออกมาให้ได้ อยากจะชวนทุกๆ ท่านที่อยู่ในสถาบันครอบครัว ให้เข้าไปดูหนังเรื่อง “หลานม่า” กันนะคะ ดูแล้วคุณจะรักครอบครัวขึ้นเยอะมาก บ้านไหนมีคนแก่ชรารอยู่ที่บ้าน ลองชวนไปดูหนังเรื่องนี้ด้วยกัน รับรองว่าต้องประทับใจแน่นอนค่ะ”

คลิก! ดู Trailer ได้ทาง https://fb.watch/qp7kPIkQyc/ “หลานม่า” 4 เมษา พร้อมหน้าพร้อมตา ในโรงภาพยนตร์

#หลานม่า #LAHNMAH
“เด่นคุณ” ประจันหน้า “เพ็ชร” บู๊เดือด สู้กันหลายยก ใน “เว้าวอนรัก” จนเจ็บตัว
ถือเป็นสองพระเอกที่ครองใจแฟนละครมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ เด่นคุณ งามเนตร และ เพ็ชร -ฐกฤต ตวันพงค์ และการกลับมาเจอกันอีกครั้งของทั้งคู่ในละคร “เว้าวอนรัก” ของสองผู้จัด พนิตนาฏ ฉัตรวิไล และ ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี บริษัท มัมแอนด์แด๊ด เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด กำกับการแสดงโดย กรพจน์ สืบชมภู ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะเรตติ้งพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันนี้เราหยิบเอาฉากบู๊สนุกๆ ของทั้งคู่มาฝากกัน ซึ่งเป็นตอนที่ ชเลบุตร (เพ็ชร ฐกฤต) บุกเข้าไปที่ปางไม้วันเศวต เพื่อคุยธุระสำคัญกับ เชิญขวัญ (อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม) แต่ เขตคาม (เด่นคุณ) มาเห็นพอดี ก็เลยไม่พอใจ พาลหาเรื่องปัญหาเก่าๆจนทะเลาะกันยกใหญ่ และเริ่มต้นบู๊กันชุดใหญ่ แบบไม่มีใครยอมใคร ท่ามกลางคนงานในปาง และ เชิญขวัญที่ลุ้นดูการต่อสู้ของทั้งคู่

ฉากนี้ถ่ายทำกันที่สมานฟาร์ม สระบุรี เริ่มต้นต่างคนต่างเจอ ประจันหน้าฟาดฟันกันก่อนจะเริ่มแอ๊คชั่นกัน ทั้งผู้กำกับ อั๋น กรพจน์ และ ผู้ฝีกคิวบู๊ มาออกแบบท่าบู๊ แต่ละกระบวนท่าให้ทั้งคู่ดู ทั้งสองคน เด่น และ เพ็ชร ต้องฝึกบู๊กันหลายรอบเลย หลุดผิดคิวบ้าง แต่ไม่ได้บาดเจ็บอะไร เพราะทั้งคู่ก็เชี่ยวชาญคิวบู๊กันอยู่แล้ว ถ่ายละครบู๊มาหลายเรื่องแล้ว แต่กว่าจะจบฉากนี้ คิวบู๊หลายกระบวนท่ามาก เล่นเอาเหนื่อย หอบ หมดแรงกันไปทั้งคู่ ส่วน อแมนด้านั้นยืนเชียร์สวยๆ ยืนลุ้น สบายๆไป ก่อนจะไปห้ามในตอนท้าย

ติดตามชมฉากแอ๊คชั่นสุดมันของสองพระเอก เด่นคุณ และ เพ็ชร ได้ในละคร “เว้าวอนรัก” วันอังคารที่ 5 มีนาคม เวลา 19.00 น.ช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือ กด 3Plus
ไลอี ทุ่มสุดตัว เอาชนะทุกความกลัวรับบท “แม่ณุน”
ขึ้นแท่นนางเอกดาวรุ่งน้องใหม่แถวหน้าของกัมพูถึงแม้ภาพยนตร์เรื่อง “แม่ณุน” The Dark Mother โดย “ศาสตรา ฟิล์ม” จะกลายเป็นกระแสดราม่าร้อนแรงในวงการหนังบ้านเราก่อนการเปิดตัว แต่สำหรับวงการหนังในกัมพูชานั้น ถือว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เพราะขึ้นแท่นภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดตลอดกาลไปเรียบร้อยแล้ว แถมยังได้แจ้งเกิดนักแสดงสาวสวย “ไลอี” (Seng Chan Laiee) ได้กลายเป็นนางเอกน้องใหม่แถวหน้าของกัมพูชาด้วยเช่นกัน สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้ แน่นอนว่าย่อมต้องแลกมาด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ และความพยายามสร้างสรรค์ผลงานของเธอและทีมงานทุกคน

โดย “ไลอี” (Seng Chan Laiee) เผยถึงความรู้สึกว่า “การรับบท แม่ณุน นี้ เป็นการเล่นภาพยนตร์ครั้งแรกในชีวิตที่ท้าทายหลายเรื่องมาก ทั้งเป็นภาพยนตร์ย้อนยุค เป็นบทที่ไกลตัวมาก และไม่เคยมีประสบการณ์เหล่านี้มาก่อน เพราะตัวไลอีเองอายุ 19 ปี ยังเป็นโสด ไม่เคยมีแฟน แต่ต้องมารับบทเป็นคนท้อง เป็นคุณแม่ลูก 4 ในยุคโบราณและยังต้องเป็นผีอีกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากมาก แถมทุกอย่างเป็นครั้งแรกหมด ก็ต้องใช้ความพยายามและตั้งใจอย่างมากในการแสดง รู้สึกว่าทุกฉากยากหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นฉากที่ต้องแสดงอารมณ์ความเจ็บปวดจนตายตอนคลอดแบบโบราณ ฉากดราม่าที่มีหลายอารมณ์ทั้งร้องไห้ โกรธ รัก เศร้า ห่วงกังวลอยู่ในฉากเดียวกัน ฉากที่เป็นผีต้องขึ้นไปนั่งบนต้นไม้ซึ่งไลอีกลัวงูมาก ก็ต้องอดทนข่มความกลัวหนักมาก คือไม่มีฉากไหนที่ง่ายเลยสำหรับไลอี แต่เราก็ต้องพยายามอย่างที่สุด ฝึกซ้อมทุกวัน เพื่อให้ทุกอย่างออกมาดีอย่างที่ผู้กำกับต้องการ จนผ่านมาได้ และรู้สึกดีใจมากที่ภาพยนตร์ได้รับการสนับสนุนและเป็นที่ชื่นชอบของชาวกัมพูขาจนได้เป็นภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดในกัมพูชา”

พร้อมฝากถึงแฟนชาวไทยว่า “ตอนนี้ภาพยนตร์ได้มาเข้าฉายในประเทศไทยแล้ว อยากขอให้แฟนภาพยนตร์ชาวไทยช่วยเป็นกำลังใจกับผลงานการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกของไลอีด้วย เพราะโดยส่วนตัวแล้วไลอี และพี่น้องชาวกัมพูชาทุกคนล้วนแต่ชื่นชอบละคร ภาพยนตร์ และหลายๆ อย่างของประเทศไทยมาก จึงอยากขอฝากให้ภาพยนตร์ แม่ณุน ได้เป็นส่วนหนึ่งที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเรา ขอเชิญชวน ให้ทุกคนไปให้กำลังใจพวกเราได้ในโรงภาพยนตร์ ขอบพระคุณค่ะ”

คอหนังชาวไทยมาพิสูจน์ฝีมือการแสดงของ “ไลอี” ได้ในภาพยนตร์เรื่อง “แม่ณุน” The Dark Mother วันนี้ ในโรงภาพยนตร์
“ฟิล์ม-เจี๊ยบ” ฉ่ำรัก...วิวาห์หวาน งานนี้ “นาน่า” ว่ายังไง?
ยืนหนึ่งความมั่น และความคลั่งรัก นาทีนี้ ต้องยกให้ “เจี๊ยบ-พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์” หรือ “ทาทอง” ในละคร “วิมานสีทอง” ทาง ช่องวัน31 ผลิตโดย ค่ายพอดีคำ หลังจากที่ชนแหลกกับคนรอบข้าง ที่พยายามเตือน เรื่องการแต่งงานกับ พระเอกร้อยเล่ห์ “ฟิล์ม-ธนภัทร กาวิละ” (ภุมเรศ) ในที่สุด สัปดาห์นี้ ทั้งคู่ ก็ได้จูงมือเข้าพิธีวิวาห์หวาน สมใจอยาก ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความชื่นมื่น จังหวะที่ ฟิล์ม และเจี๊ยบ กำลังแลกแหวนแต่งงานให้กัน สายตา และรอยยิ้มของสาวเจี๊ยบ ก็คือ ฉ่ำสุข จนออกนอกหน้า ด้าน สาว เดียร์น่า ฟลีโป (โรยทอง) ที่แม้จะไม่เห็นด้วย แต่ในเมื่อ ห้ามไม่สำเร็จ จึงได้แต่ ยิ้มส่งทุกความยินดี แม้แววตา จะเต็มไปด้วยความกังวล ผิดกับ น้องสาวคนเล็ก อย่าง “นาน่า-ศวรรยา ไพศาลพยัคฆ์” (รินทอง) หลังจากตก เป็นเมียเก็บของฟิล์ม อย่างลับๆ แล้ว ยังต้องข่มความหัวร้อนไว้ในใจ ทุกครั้งที่เห็น ฟิล์มสวีทกับสาวเจี๊ยบ แต่งานวิวาห์หวานครั้งนี้ ดูท่าจะบาดตา บาดใจ สาวนาน่า เพราะรังสีความมึนตึงทางสายตา แผ่ออกมา แรงมากเว่อร์ แววตาไม่ยินดี ยินร้าย ของนาน่าครั้งนี้ ดูทรงแล้ว น่ากลัวจนขนลุก มาตามลุ้นกันว่า วิวาห์หวานของฟิล์ม และเจี๊ยบ ครั้งนี้ จะราบรื่น หรือ ล้มครืน ตามลุ้นได้ ในวันจันทร์ที่ 4 มีนาคมนี้ (อีพี13) เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน31

สามารถรับชม ละครใหม่!! “วิมานสีทอง” ดูทีวี ทางช่องวัน31 และดูออนไลน์ ทางแอปฯ oneD ที่แรก!! ที่เดียว!! ดาวน์โหลดฟรี!! ดูบนแอป : https://bit.ly/376vYH8 , ดูบนเว็บ : https://bit.ly/3wXv3DP
ใจบางไปหมด! “ฝ้าย-โยโกะ” มุ้งมิ้งวาดรูปสื่อรัก เปิดฉากซีรีส์แนวแซพฟริค “Blank เติมคำว่า(รัก)ลงในช่องว่าง” สุดโรแมนติก
พร้อมเติมเต็มทุกช่องว่างและความฟินเอาใจแฟนๆ เต็มอิ่มทุกโมเมนต์กันจุใจสำหรับคู่จิ้นน้องใหม่อย่าง ฝ้าย-พีรญา มะลิซ้อน และ โยโกะ-อาภัสรา เลิศประเสริฐ ในซีรีส์เรื่อง “Blank เติมคำว่า (รัก) ลงในช่องว่าง” ของค่าย “9 สตาร์ สตูดิโอ จำกัด” ออกอากาศทาง YouTube : NineStarStudio ที่เรียกว่าแค่เปิดฉากแรกก็ชวนหวั่นไหวพากันใจบางกันหมดกับฉากมุ้งมิ้งของคู่จิ้น “ฝ้าย-โยโกะ” ที่สาดเคมีสุดน่ารักกันสุดพลังบอกเลยว่าเขินตัวบิดไปตามๆ กันแน่นอน

โดยฉากนี้เป็นตอนที่ อนึ่ง (โยโกะ) พยายามตามตื้อให้ คุณหนึ่ง (ฝ้าย) สอนวาดรูปให้ จนคุณหนึ่งยอมใจอ่อนสอนให้แบบใกล้ชิด ก่อนที่คุณหนึ่งจะเผลอหลับด้วยความง่วง งานนี้อนึ่งเลยฉวยโอกาสแอบดูรูปวาดของคุณหนึ่งซึ่งทำให้อนึ่งใจฟูสุดๆ ในขณะที่คุณหนึ่งเองก็หวั่นไหวไปกับความสดใสของอนึ่งเช่นกัน

ซึ่งก่อนถ่ายทำทั้ง “ฝ้าย-โยโกะ” ก็ได้เวิร์คช้อปสร้างความคุ้นเคยกันอย่างเข้มข้นมาแล้ว เลยเล่นเข้าทางกันได้อย่างดี โดยเฉพาะสาวฝ้ายที่ถือว่าตอบโจทย์ Passion ด้านการแสดงของเธอมากๆ เพราะได้เล่นบทแนวที่อยากเล่นสมใจ ส่วนโยโกะเองก็ทั้งตื่นเต้นและดีใจที่จะได้บทบาทที่ท้าทายแถมยังได้ประกบคู่กับนักแสดงรุ่นพี่มากฝีมือประสบการณ์แน่นอย่างสาวฝ้าย โดยบรรยากาศการถ่ายฉากนี้เต็มไปด้วยความมุ้งมิ้งของสองสาวที่ต่างคอยดูแลกันอย่างดี เสื้อผ้าหน้าผม คอยเชค คอยดูให้กัน พร้อมทั้งแชร์ไอเดีย ดีไซน์การเล่นว่าจะรับส่งกันยังไงให้ออกมาน่ารัก เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ในซีนโรแมนติก ผ่านการสอนกันวาดรูป ให้ออกมาดูเป็นธรรมชาติ ที่ทั้งคู่ถ่ายทอดออกมาได้กลมกล่อมลงตัวสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งสายตา การสัมผัสกันและกัน เริ่มจากตอนที่ฝ้ายค่อยๆ ขยับตัวมานั่งซ้อนหลังโยโกะเพื่อจับมือวาดรูปด้วยความเอ็นดู หรือตอนที่ฝ้ายตกใจเขินเมื่อโยโกะจับได้ว่าฝ้ายแอบวาดรูปเธอ ซึ่งงานนี้ทั้งฝ้ายและโยโกะก็เล่นรับส่งกันอย่างไหลลื่น จนทีมงานเองก็เผลอยิ้มไปกับเคมีเคใจของทั้งคู่ไปตามๆ กัน

ติดตามว่าฉากนี้จะละมุนหัวใจชวนให้บรรยากาศความรักที่อบอุ่นในช่วงจังหวะเริ่มต้นระหว่าง “คุณหนึ่ง หม่อมราชวงศ์สิปปกร” รับบทโดย ฝ้าย พีรญา และ “อนึ่ง” รับบทโดย โยโกะ อาภัสรา ที่จะมาทำให้แฟนๆ ตกหลุมรักในเคมีของทั้งคู่ ห้ามพลาดในซีรีส์ "Blank เติมคำว่า (รัก) ลงในช่องว่าง” จากค่ายน้องใหม่ บริษัท 9 สตาร์ สตูดิโอ จำกัด ทาง YouTube : NineStarStudio (@NineStarStudiosthTH) ทุกวันเสาร์ เวลา 20.00 น. เริ่มออกอากาศวันแรก 2 มีนาคมนี้
ปั้นจั่น ปรมะ พระเอกที่เป็นหมอผีได้ “เกจิ คนฆ่าผี”
เปิดเรื่องราวเบื้องหลังของหมอผี ไสยศาสตร์ คาถา อวิชชามนตร์ดำ ในภาพยนตร์ เกจิ คนฆ่าผี (The Spirit Hunter) ภาพยนตร์โรแมนติก ตราม่า สยองขวัญ โดย CUP ID ผลงานกำกับโดย เมษ ยิ้มสมบูรณ์ และผู้กำกับ ต้อม พลดลพัฒน์ ธัชทัณฑิมารัชต์ การพลิกบทบาทครั้งใหม่ ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย นักแสดงมากความสามารถ ซึ่งการมารับบท หมอผีแก้ว ครั้งนี้ ผู้กำกับร่วม ต้อม – พลดลพัฒน์ ได้ดูดวงปั้นจั่นแล้วบอกว่า ปั่นจั่นสามารถเป็นหมอผีได้จริง

“ก่อนมาแสดงผมแอบดูดวงชะตาเขานิดหน่อย ปรากฏว่าเขาเกิดวันพิเศษ วันเสาร์ 5 ค่ำเดือน 9 ซึ่งคนที่เกิดวันที่ 9 ที่มีดวงชะตาแบบนี้หายากมากในประเทศนี้ แสดงว่าเขาสามารถเป็นหมอผีหรือจอมขมังเวทย์ได้ อนาคตถ้าจะเอาดีทางหมอผีเขาก็ทำได้นะ”

เมษ ผู้กำกับ เผยถึงเหตุผลที่เลือกปั้นจั่นเป็นพระเอก “เราเลือกปั้นจั่นเพราะมีหน้าตาความเป็นไทย หล่อแบบไทย ตัวปั้นจั่นเองก็เป็นที่รู้จักในเอเชีย เขามีความจริงจัง ขณะเดียวกันก็มีมุมอ่อนโยนและมุมขี้เล่นทะเล้นได้ ทำให้เหมาะกับตัวละครนี้”

ปั้นจั่น ปรมะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรื่องนี้จะเป็นหนังผีที่มีแอ็กชัน ดราม่า โรแมนติก และมีความสัมพันธ์ของตัวละครที่คนไทยน่าจะชอบ มีประเด็นไสยศาสตร์ ความเชื่อ ความศรัทธา ซึ่งมีอยู่ในภูมิภาคและวัฒนธรรมเราตลอดเวลา แล้วยังมีคติข้อคิดถึงเรื่องการทำดี เชื่อในสิ่งที่ดี ซึ่งเป็นหลักที่ยึดได้ในทุกยุคยุคสมัย มันเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมอยากให้คนกลับมาดูหนังไทยเยอะๆ เพราะกว่าภาพยนตร์เรื่องหนึ่งจะออกมาได้ มันผ่านกระบวนการสร้างหลายอย่างมาก

สุดท้ายก็อยากให้ทุกคนเปิดใจเข้ามาดู ลองดูรายละเอียด อย่ามองเป็นหนัง แต่คืองานศิลปะชิ้นหนึ่งที่ศิลปิน 80-90 ชีวิตมาร่วมกันสร้างภาพยนตร์เรื่องเดียว และพลังของคนเหล่านี้จะทำให้คุณสนุก และอิ่มเอมไปกับเรา”

รับชมตัวอย่างเต็ม www.youtube.com/watch?v=El6HxnPXLg4

#เกจิคนฆ่าผี #TheSpiritHunter #ปั้นจั่นปรมะ #ฉายแสงแอดเวนเจอร์
‘Ready, Set, Love เกมชนคนโสด’ ทะยานสู่อันดับ 2 ของโลก ชวนเจาะประเด็นสะท้อนสังคมที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง จากมุมมองของผู้กำกับ เสือ-ยรรยง คุรุอังกูร
กระแสดีสนั่นโลกโซเชียลกับซีรีส์ Ready, Set, Love เกมชนคนโสด ที่ไม่ได้มีดีแค่พล็อตเรื่องสุดล้ำและรอมคอมสีสด แต่ยังเผยให้เห็นแง่มุมที่ไม่อาจมองข้าม บอกเล่าผ่านรายการเกมโชว์ในโลกคู่ขนานที่เหล่าหญิงสาวต้องลงสนามแข่งขันเพื่อเอาชนะใจชายหนุ่ม ซึ่งเมื่อพิจารณาลึกลงไปกว่าอรรถรสที่เรื่องนี้มีให้อย่างเต็มอิ่มแล้ว ผู้ชมจะได้พบกับเกร็ดต่างๆ ที่แฝงแง่คิดสะท้อนปัญหาใกล้ตัวในปัจจุบัน สร้างแรงกระเพื่อมให้ซีรีส์โรแมนติก-คอมเมดี้ เรื่องนี้ดึงดูดใจผู้ชมจนสามารถคว้าอันดับที่ 2 ของโลกบนชาร์ต Netflix Top 10 Global Non-English TV สำหรับซีรีส์ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ รวมถึงติดอันดับ Top 10 หมวดทีวี ใน 26 ประเทศทั่วโลก เช่น บราซิล เม็กซิโก เปรู อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม รวมถึงประเทศไทย (สถิติอย่างเป็นทางการประจำสัปดาห์ที่ 19-25 ก.พ. 2567)

ในโอกาสนี้ Netflix จึงชวนผู้กำกับ เสือ-ยรรยง คุรุอังกูร มาพูดคุยถึงประเด็นต่างๆ ในหลากหลายมิติ พร้อมเล่าถึงเกร็ดเบื้องลึกที่ยังไม่เคยเปิดเผยมาก่อนเป็นครั้งแรก

ประเด็นสังคมเบื้องหลังฉากแสนหวาน ในช่วงแรกผู้ชมอาจดูซีรีส์แล้วหัวใจพองโตไปกับการตามหาความรักสุดเพอร์เฟกต์ ที่ในโลกคู่ขนานนิยามว่าจะต้องเป็นความรักของชายหญิงเท่านั้น นั่นจึงเป็นที่มาของรายการ Ready, Set, Love แต่เมื่อเนื้อเรื่องเริ่มเข้มข้นขึ้นผู้ชมจะได้พบกับหลังม่านรายการที่เต็มไปด้วยความไม่โปร่งใสของระบบ แม่ที่ไม่ได้จำยอมยกลูกชายให้เป็นสมบัติของชาติ ความไม่เท่าเทียมในกระบวนการคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันในรายการที่แสดงให้เห็นถึงระบบชนชั้น อีกทั้งยังมีมือที่มองไม่เห็นคอยชักใยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ตนต้องการโดยอาศัยอำนาจ อิทธิพล และเงินทอง

ผู้กำกับ เสือ-ยรรยง คุรุอังกูร เล่าถึงแนวคิดเกี่ยวกับการสอดแทรกประเด็นปัญหาเหล่านี้ในซีรีส์ว่า “โจทย์ของเราคือการสร้างซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้ ทีมผู้สร้างจึงตกลงเลือกเล่าประเด็นละเอียดอ่อนเหล่านี้ให้เข้าใจง่ายที่สุด มุมมองการนำเสนอต่างๆ ผ่านปัญหาที่ตัวละครพบเจอจึงเป็นเรื่องที่คนไทยคุ้นชินในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างการปกครอง ทุนนิยม นโยบายชวนฝันจากรัฐบาล ปัญหาครอบครัว ความหลากหลายทางเพศ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ผ่านโลกที่ผู้หญิงมีจำนวนมากกว่าผู้ชาย”

อิสรภาพ คืออภิสิทธิ์ราคาแพงในโลกคู่ขนาน โลกที่ผู้ชายมีสถานะเป็น ‘สมบัติของชาติ’ ถูกเลี้ยงดูในฟาร์มอาจดูเหมือนว่าพวกเขาได้รับการปฏิบัติอย่างดีเลิศ แต่แท้จริงแล้วพวกเขากลับไม่มีเสรีภาพที่จะเลือกอะไรในชีวิตตนเองได้เลย แม้กระทั่งหญิงสาวที่จะมาเป็นคู่ครอง ซึ่ง เสือ-ยรรยง ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้ว่า “อิสรภาพคือประเด็นหลักๆ ที่ผมอยากให้คนดูนึกถึงเมื่อดูซีรีส์เรื่องนี้ ผมอยากทำให้ตัวละครได้สำรวจตัวเอง และได้ตัดสินใจเลือกในทางที่ตัวเองต้องการจริงๆ นั่นแหละคืออิสรภาพ อย่างช่วงท้ายของเรื่องที่ตัวละครมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองได้เลือกจริงๆ โดยไม่ต้องมีการแข่งขันใดๆ”

ความหมายลึกซึ้งของชื่อตัวละคร ซีรีส์ Ready, Set, Love เกมชนคนโสด เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งให้ได้ขบคิดมากกว่าแค่ที่เห็น แน่นอนว่าชื่อของเหล่าตัวละครก็ต้องมีที่มาน่าสนใจไม่แพ้กัน เสือ-ยรรยง เผยว่า ชื่อตัวละคร ‘เดย์’ นั้นมาจาก ‘Wednesday’ หรือวันพุธ เพราะมาจากวันหยุดที่แม่ของเธอจะได้หยุดงานมาอยู่กับลูกสาว หรือ ‘ซัน’ ที่ไม่ได้แปลว่าพระอาทิตย์ แต่เป็น ‘Son’ ที่แปลว่าลูกชาย เหมือนเป็นตัวแทนของลูกชายบนโลกที่เหลืออยู่น้อยนิด พ่อของเขาจึงมอบชื่อนี้ให้ด้วยความภูมิใจ และชื่อของหนุ่มน้องเล็กอย่าง ‘เปเปอร์’ ที่แปลว่ากระดาษ ผู้กำกับเสือ-ยรรยงกล่าวว่า เขาเหมือนกระดาษสีขาวที่รอคนเอาสีสันสดใสมาระบายให้ และหมายถึงกระดาษที่สามารถพับเป็นนกหรือปลา เพื่อที่จะได้ว่ายน้ำหรือโบยบินไปบนท้องฟ้าได้อย่างอิสระเหมือนในเพลง Beyond The Wall ที่เขาชอบฟังนั่นเอง

ร่วมค้นหาความหมายเบื้องลึกที่มาพร้อมสีสันสดใส! ในซีรีส์ Ready, Set, Love เกมชนคนโสด รับชมได้แล้ววันนี้กว่า 190 ประเทศทั่วโลกที่ Netflix เท่านั้น!
“ก้าวหน้า-ปอนด์” เจอฉากสุดพีค!!! ในละคร “รถรางเที่ยวสุดท้าย”
กำลังเดินเรื่องไปอย่างเข้มข้น และสนุกสนานทีเดียว สำหรับละคร “รถรางเที่ยวสุดท้าย” ผลิตโดย ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ร่วมกับ บริษัท สตาร์ฟีนิกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ฝีมือการกำกับของ ฝุ่น- จีรภา ระวังการณ์ เรื่องราวของคนต่างวัยที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ทั้งทัศนคติ และการดำเนินชีวิต ที่แฟน ๆ ละครต่างชื่นชมละครเรื่องนี้เอามาก ๆ

โดยเฉพาะ “ทักษะการแสดง” ของนักแสดงต่างวัย ทั้งรุ่นใหญ่ รุ่นกลาง และรุ่นใหม่ที่เชือดเฉือนอารมณ์กันได้ดี แน่นอนว่า “นักแสดงรุ่นใหญ่” ได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลาม ส่วน “นักแสดงรุ่นใหม่” ก็ได้รับการชื่นชมไม่แพ้กัน ซึ่งสองหนุ่มนักแสดงนำอย่าง ก้าวหน้า-กิตติภัทร แก้วเจริญ ที่รับบท “นที” และ ปอนด์-พลวิชญ์ เกตุประภากร ที่รับบท “ภราดร” ก็สามารถถ่ายทอดตัวละครออกมาได้เป็นอย่างดีทีเดียวเช่นกัน

สำหรับเรื่องราวของเรื่องได้ดำเนินมาถึงจุดพีคของสองหนุ่ม ซึ่งเปรียบเสมือน “ปมในชีวิต” ทั้ง นที และ ภราดร ต่างมีปัญหาที่แตกต่างกันออกไปในตอนล่าสุด ซึ่งผู้กำกับฯ ฝุ่น ให้นักแสดงถ่ายทอดอารมณ์สุดพีคของสองตัวละครนี้ ชนิดที่ว่าแฟน ๆ เตรียมกระดาษทิชชูซับน้ำตาไว้ได้เลย โดยในตอนนี้ หลังจาก “นที” และ “ภราดร” ตัดสินใจกลับบ้านต่างจังหวัด ภราดร ซึ่งมีพ่อป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย โดยตลอดเวลาพ่อเห็น ภราดร เป็นตัวซวยมาตั้งแต่เกิด ภราดร มักถูกพ่อตี และทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ การกลับบ้านคราวนี้ ภราดร ได้มาทำหน้าที่ “ลูก” ครั้งสุดท้าย ส่วน “นที” ก็มาบอกความจริงกับพ่อแม่ เรื่องที่เขาเป็น “เกย์” แต่พ่อแม่ของ นที จะรับได้หรือเปล่า แฟน ๆ ละครต้องช่วยลุ้นกันล่ะ!!!

ก่อนไปชมในละครแบบเต็ม ๆ เรามีภาพเบื้องหลังของสองฉากนี้มาให้แฟน ๆ ละครได้ชมกันก่อน โดยในฉากบ้านของ นที ผู้กำกับฯ และทีมงานได้ใช้บ้านแถวพุทธมณฑลสาย1 เป็นสถานที่ถ่ายทำ โดยผู้กำกับฯ เซ็ตฉากบนโต๊ะอาหารที่มี พ่อ แม่ และ นที ร่วมโต๊ะด้วย ซึ่งเมื่อแม่พูดถึงลูกสาวน้า แล้วพ่อแซวว่าให้พูดกับลูกตรง ๆ ว่า ลูกมีแฟนหรือยัง ถ้าไม่มีแม่จะแนะนำให้ นที มีท่าทีอึดอัดก่อนโพล่งขึ้นมาว่า “ผมเป็นเกย์ครับ” แล้วก่อนถ่ายทำฉากนี้ก็ต้องมีการซักซ้อมบทกันก่อนจากนั้น ก้าวหน้า ก็ขอเวลาทำอารมณ์กับฉากนี้ เพราะฉากนี้ถือเป็น “จุดพีค” ในชีวิตของ นที ที่กลัวพ่อแม่ผิดหวังและเสียใจในตัวเขา ซึ่งเมื่อพูดออกไปแล้ว เขาก็รอฟังคำตอบจาก พ่อและแม่ อย่างใจจดใจจ่อ แต่พ่อแม่จะยอมรับได้หรือไม่ อยากให้แฟน ๆ ร่วมลุ้นไปรอชมกัน แต่ขอบอกเลยว่าการแสดงฉากนี้ ก้าวหน้าแสดงสีหน้าและอารมณ์ออกมาได้เฉียบมาก แม้จะมีเทคบ้าง 2-3 ครั้ง แต่การแสดงอารมณ์ก็ยังมาเต็มจนผ่านพ้นไปด้วยดี ทั้งนี้ ก้าวหน้า ได้เผยความรู้สึกในการแสดงฉากนี้ว่า

“ฉากนี้มันเหมือนเป็นการยกภูเขาออกจากอก แต่ว่าเขาไม่ยอมรับ มันก็เลยเหมือนกดดันลงมาอีก การแสดงมันเลยซับซ้อนนิดนึงครับ เราจะปล่อยหมดก็ไม่ได้ จะเก็บไว้มากน้อยขนาดไหน หรือว่าจะดีใจเสียใจดี มันมีความสับสนไปหมด เป็นซีนที่ทำการบ้านยากนิดนึง ก่อนที่จะเล่นทุกครั้ง แน่นอนว่าเราต้องท่องบท แต่ละบทที่เราพูดเรารู้สึกอย่างไร คิดอะไร มันจะมี subtext อยู่ข้างในนั้น พอไปถึงหน้าเซ็ต เราจะปล่อยให้บรรยากาศพาไป ข้าวทุกจานที่เรากินมันคืออะไร ทุกอย่างมันสามารถกระทบจิตใจเราได้หมด มันเลยทำให้เราเล่นออกมาได้อย่างรู้สึก ซึ่งฉากนี้ก็เล่นกันอยู่หลายเทคเลยครับ คืออาจจะด้วยเทคนิคด้วย และมีนักแสดงหลายคนด้วย กล้องต้องรับหลายมุมด้วย เราก็ต้อง keep inner ให้ได้ ซึ่งถ้าอย่างไหนที่มันน้อยไป พี่ฝุ่นก็จะขอให้ปล่อยมากกว่านั้น ยอมรับว่าเป็นฉากที่พอผ่าน ก็ดีใจมากเลยครับ” ส่วนอีกฉากที่ถือว่าเป็นฉากสุดพีคของ ปอนด์ กันบ้าง โดยฉากนี้ใช้บ้านชุมชนแถววัดทองฉิมพลี ตลิ่งชัน เป็นสถานที่ถ่ายทำ เป็นการรวมซีนอารมณ์ล้วน ๆ ตั้งแต่ ภราดร ตัดสินใจกลับมาหาพ่อเพื่อจะดูแล แล้วมีคำพูดที่กระแทกใจถามพ่อว่า “จะให้ผมเรียกว่า พ่อ ได้ไหมครับ” แล้วมาฉากดูแลพ่อ จนไปถึงฉากสุดท้ายของชีวิตพ่อ แต่ก็ยังเจอคำพูดสุดท้ายของพ่อว่า “ตัว...ซวย” เชื่อว่าใครได้ดูฉากเหล่านี้ต้องมีจุกอกไปกับคำพูดและมีน้ำตาไหลไปกับตัวละครแน่ ซึ่งก่อนถ่ายฉากนี้ ปอนด์ ถึงกับเดินออกไปจากหน้าเซ็ตเพื่อขอไปทำอารมณ์หลังจากมีการซักซ้อมกันเลย เมื่อพร้อมจึงเดินกลับเข้ามาถ่ายทำ เมื่อเสียงผู้กำกับฯ สั่งเดินกล้อง ปอนด์ ที่ทำการบ้านมาอย่างดีก็ถ่ายทอดอารมณ์ตัวละครแบบสุดตัว น้ำตาเหมือนสั่งได้ จะให้คลอหรือจะให้ไหล แม้จะต้องเปลี่ยนมุมกล้อง ปอนด์ ที่เหมือนเครื่องติดก็แสดงได้กินใจมาก ๆ ซึ่ง ปอนด์ ได้พูดถึงการแสดงในฉากนี้ว่า

“ผมรู้สึกว่าซีนกับ พ่อ มันสำคัญหมด ตั้งแต่ไปเจอพ่อ ดูแลพ่อ แล้วสุดท้ายดูแลแล้ว พ่อก็เสียชีวิต เพราะว่าตอนไปเจอตัว ภราดร พูดชัดเจนเลยว่า เขามาด้วยความเห็นใจ แต่เขาก็ยังมีความสงสัยในสิ่งที่เขาทำอยู่ หรือมีความมั่นใจอยู่ร้อยเปอร์เซ็นต์กับการกลับมาหาพ่อในครั้งนี้ ซึ่งโมเมนต์ที่กลับมาครั้งแรก เราตั้งใจให้อภัยเขา แต่ความสัมพันธ์มันไม่ได้ขนาดนั้น แล้วในระหว่างทางที่ได้ดูแลพ่อ ความสัมพันธ์เริ่มลึกซึ้ง เราได้แตะตัวสัมผัสเขา ดูแลเทคแคร์เขาจริง ๆ ได้อยู่กับเขา ใช้ความเป็นพ่อลูกในชีวิตของภราดรจริง ๆ แล้วพอถึงจุดที่ว่าพ่อเสียชีวิต มันเป็นโมเมนต์ที่อธิบายยากมากนะ คือมันกำลังเริ่มมีความหวังในการปรับความเข้าใจกับพ่อ อีกนิดนึงก็น่าจะรู้ว่าพ่อก็ต้องให้อภัย แต่ ณ จังหวะสุดท้ายก่อนที่พ่อจะเสียชีวิต เขาก็ยังด่าเราว่าเป็นตัวซวยเหมือนเดิม ซึ่งความรู้สึกนี้สำหรับตัวผมนะ มองว่าเป็นความน่าเสียดายในความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ครับ ยอมรับว่าตอนที่แสดงมันตีความถ่ายทอดอารมณ์ออกมายากมาก อยากให้ทุกคนได้ดูฉากนี้เพราะผมจัดเต็มจริง ๆ”

เมื่อทุ่มเทกันขนาดนี้ แฟน ๆ ก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เตรียมติดตามฉากนี้ได้ในละคร “รถรางเที่ยวสุดท้าย” ในวันที่ 2 มีนาคม 2567 เวลา 20.30 น. และทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และยังสามารถติดตามชมอีกครั้งได้ที่ www.VIPA.me พร้อมทั้งสามารถติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที่▪ Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X (Twitter), LINE, TikTok, Instagram ▪ Website : www.thaipbs.or.th▪ Application : Thai PBS
HOT LOVE ISSUE เรื่องรัก เรื่องร้อน ตอน ความลับในแอปหาคู่
เพราะความรู้สึกว่า แค่เหงา หรือ แค่ขำขำ นำพาให้คนหลายคนมาเจอกันในแอปหาคู่ และนำไปสู่ปัญหาการนอกใจจากเว็บไซต์ World Population Review รายงานว่า ประเทศไทยติดอันดับ 4 ของประเทศที่มีการนอกใจสูงที่สุดในโลก (รองจากสหรัฐจเมริก เยอรมนี และสหราชอาณาจักร และหนึ่งในจุดเริ่มต้นของการนอกใจที่มีเปอร์เซ็นต์สูงมากก็คือ การเล่นแอปหาคู่เพราะหลายคนไม่ทันได้คิดว่า ความสนุก หรือความสุขเพียงน้อยนิด อาจจะต้องเอาความทุกข์ทั้งชีวิตไปแลก เมื่อต่างคนต่างมีครอบครัว แต่ยังอยากหาความตื่นเต้นใส่ตัว ด้วยการใช้แอปหาคู่ จากจุดเริ่มต้นที่อาจจะ ไม่ได้คิดจะไร กลับกลายเป็นยากที่จะถอนตัว และนำไปสู่ปัญหาใหญ่ที่กลายเป็นหายนะของครอบครัวในที่สุด

การใช้โซเชียลโดยประมาท บางครั้งเพียงแค่พร่ำเพ้อระบายถึงเรื่องส่วนตัวผ่านโซเชียล จากอารมณ์เหงา เศร้า สภาวะอกหักผิดหวังในความรัก หรือความต้องการอยากมีใครสักคน อาจกลายเป็นจุดอ่อนให้คนไม่จริงใจก้าวเข้ามาในชีวิตได้ง่ายๆด้วยการใช้โซเชียลเป็นช่องทางในการเก็บข้อมูล เพื่อนำไปหาประโยชน์ ด้วยการหลอกลวงแต่สิ่งที่ทุกคนอาจจะลืมคิดไปก็คือ ในแอปหาคู่นั้น มีความลับซ่อนอยู่มากมาย เมื่อคนหลายๆคนมาเจอกัน พร้อมกับสิ่งที่บอกความจริงกันไม่ได้ แล้วเราจะสามารถหาความจริงใจในแจปหาคู่ได้จริงหรือสุดท้ายการเจอกันในโลกโซเชียล อย่างแอปหาคู่ เป็นแค่ ความบังเอิญ หรือจริงๆ แล้วเป็น ความตั้งใจ ที่คนบางคนใช้หาโอกาสในการเข้ามาเพื่อหาผลประโยชน์หรือแม้แต่ทำลายชีวิตครอบครัวของบางคน ติดตามได้ใน ซีรีส์รักที่สร้างจากเรื่องจริง CLUB FRIDAY THE SERIES HOT LOVE ISSUE เรื่องรัก เรื่องร้อน ตอน ความลับในแอปหาคู่ เริ่มวัน ศุกร์ ที่ 1 มีนาคม นี้ เวลา 21.15 น. ทางช่องวัน31 และสามารถติดตามรายละเอียดต่างๆรวมถึงข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง https://www.facebook.com/change2561
สาววายเปิดใจท่วมท้น ดัน “ปลื้มคนโปรด” เรตติ้งพุ่งต่อเนื่อง พร้อมแจ้งเกิดคู่ แบม-บอมบอม เดินเกมต่อ EP 3
เป็นปลื้มกันไปทั้งปลื้มและคนโปรด รวมถึงทีมงาน นักแสดงทุกท่านเลยทีเดียวสำหรับ ซีรีส์ “ปลื้มคนโปรด” ผลิตโดยบริษัท “แม็กซิม่อน เอ็นเตอร์เทนเมนต์” ของผู้จัด คุณม่อน - ศุภกิตติ์ กันอุปัทว์ กำกับโดย “ราเมศ เรืองประทุม” ที่ตัวเลขเรตติ้งในแต่ละ EP มีแต่พุ่งทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดฟาดไปแล้วถึง 1.475 ตั้งแต่ต้นเรื่อง

เรื่องราวความรักที่สดใสแบบรักแรกในช่วงมัธยม และคงจะมีอีกหลายๆ คนที่เคยแอบชอบโดยเฉพาะรุ่นพี่ แต่ต้องแอบเก็บเอาไว้ไม่กล้าบอก เหมือน “คนโปรด” หนึ่งในตัวละครของซีรีส์เรื่องนี้ก็ยังเป็นที่ครองใจสาววายพร้อมกับเปิดใจรับ เคมีของ คิมม่อน-คัท ที่เข้าขากันดีมาก นี่แค่ช่วงแรกของเรื่องก็ถือว่าเรียกน้ำย่อยแห่งความฟินกันได้แล้ว

โดยเฉพาะหลังจากนี้ EP 3 เรื่องราวกำลังเดินทางมาถึง ปลื้ม (คิมม่อน-วโรดม เข็มมณฑา) ตามมาง้อสร้อย (แบม-กัญกนิษฐ์ มั่งมี) ที่ร้าน พี่ง่วง (แจ็ก ไอเฟล) แต่กลับถูกฟรอย (บอมบอม-นันธิกา รันศร) เพื่อนสนิทสร้อยสาดน้ำใส่และพาสร้อยกลับไป คืนนั้นปลื้มดื่มเหล้าจนเมามาย คนโปรด (คัท-ธนวัฒน์ สุขเฟื่องฟู) จึงต้องพามานั่งปลอบใจหลังร้าน ทำให้คนโปรดได้เห็นมุมอ่อนแอของปลื้ม เพื่อที่จะไม่ให้ปลื้มมายุ่งกับสร้อยอีก ฟรอย (บอมบอม-นันธิกา รันศรี) จึงเสนอให้สร้อยมีแฟนอุปโลกน์ขึ้นมาก็คือตัวเอง เพราะถ้าเป็นผู้หญิงด้วยกันปลื้มคงไม่กล้ามีปัญหาแน่ ซึ่งความจริงแล้วฟรอยก็อยากเป็นแฟนมากกว่าเพื่อน

จุดเริ่มต้นใหม่แบบโลกคู่ขนานของวายกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว ติดตามชมได้ในซีรีส์  “ปลื้มคนโปรด” EP 3 ในวันเสาร์ที่ 2 มีนาคมนี้ เวลา 22.40 ทางช่อง 3 กด 33 และ สามารถชมย้อนหลังได้ทาง WeTV
 
#ปลื้มคนโปรด #Asecretlylove #MaximonEntertainment #คิมคัท #kimkut #kut_tanawat #ขุณขิมมอญ #ดูทีวีกด33 #ดูมือถือกด3plus #WeTV
“ตงตง” ฮึดแรง!! สู้ทุกอุปสรรค “ณัฏฐ์” โชว์เหนือ...เร่งช่วยเหลือ “ปลายฟ้า”
สัปดาห์ก่อน พระเอกหนุ่ม “ตงตง-กฤษกร กนกธร” หรือ “ดิน” ในละคร “คู่พระคู่นาง” ทาง ช่องวัน31 ผลิตโดย ค่ายพอดีคำ โดนพิษรักเล่นงาน จนสาหัสปางตาย โชคดี ที่ยังได้ นางเอกสาว “ปลายฟ้า-ณัชภรณ์ อุ่นสวัสดิ์” (โสน) ยื่นมือเข้าช่วย และคอยอยู่เคียงข้าง มาสัปดาห์นี้ หนุ่มตงตง จึงฮึดสุดแรง ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง เพื่อก้าวไปเป็นพระเอกยี่เก หวังลบทุกคำสบประมาท และสานฝันของตัวเองให้สำเร็จ โดยมีโสนร่วมเป็นคู่ซ้อม และคู่คิด แต่ทุกเส้นทาง กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อ ปลายฟ้า โดนโชคชะตาเล่นงาน เพราะ “โกสินทร์ ราชกรม” (ดวง) ผู้เป็นพ่อ ติดหนี้พนันในบ่อน จนทำให้ครอบครัวเดือดร้อน ต้องเร่งหาเงินใช้หนี้ ความจนตรอกครั้งนี้ หนุ่ม “ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม” (บวร) ผู้มีอิทธิพล และอำนาจเงิน โชว์เหนือ เร่งยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ครอบครัวปลายฟ้า งานนี้ ตงตงกับปลายฟ้า จะจับมือกัน ก้าวผ่านอุปสรรคครั้งนี้ไปได้หรือไม่ ตามลุ้นได้ วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ (อีพี2) เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน31

สามารถรับชม ละครใหม่!! “คู่พระคู่นาง” ดูทีวี ทางช่องวัน31 และดูออนไลน์ ทางแอปฯ oneD ที่แรก!! ที่เดียว!! ดาวน์โหลดฟรี!! ดูบนแอป : https://bit.ly/376vYH8 , ดูบนเว็บ : https://bit.ly/3wXv3DP
“เด่นคุณ-อแมนด้า” เอาชีวิตเป็นเดิมพัน ทุ่มเทสุดพลังจนหวิดตกม้า ใน “เว้าวอนรัก”
ออกอากาศไปได้ 2 ตอนแล้วสำหรับละครพีเรียดครบรสเรื่อง “เว้าวอนรัก” ของผู้จัด พนิตนาฏ ฉัตรวิไล และ ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี บริษัท มัมแอนด์แด๊ด เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด กำกับการแสดงโดย กรพจน์ สืบชมภู ที่ได้ 3 พระ-นาง อย่าง อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม, เด่นคุณ งามเนตร และ เพ็ชร ฐกฤต ตวันพงค์  ร่วมประชันบทบาท

สำหรับวันนี้ก็มีฉากตื่นเต้นมาให้ชมกัน โดยเป็นตอนที่วัวแม่ทองกวาว หายไป แดนสรวง (ภูมิ ชวัลวัฒน์ ทองอยู่) ตะวัน (สุภทัต โอภาส) และ เชิญขวัญ (อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม) ก็เลยออกตามหา เดินหากันจนเจอ แต่ระหว่างที่เชิญขวัญจะเข้าไปจูงแม่วัว ก็ปรากฏว่ามีงูเห่าแผ่แม่เบี้ยอยู่ใกล้ๆ แล้วเชิญขวัญก็ดันหกล้มขาแพลงอีก ดีที่ เขตคาม (เด่นคุณ งามเนตร)ขี่ม้าห้อมาแต่ไกล มาอุ้มเชิญขวัญขึ้นไปนั่งบนม้า ก่อนจะขี่ม้าพากลับปางไม้

ฉากนี้เป็นฉากสั้นๆ แต่ใช้เวลาถ่ายทำพอสมควร เพราะเล่นกับสัตว์ 3 อย่าง คือ แม่วัว งูเห่า และม้า ก็ยุ่งยากทีเดียว เพราะสัตว์แต่ละอย่างฟังภาษาไม่รู้เรื่อง โดยเฉพาะแม่วัว กับ งูเห่า ก็ต้องใช้เวลาในการถ่ายทำ รวมทั้งฉากอุ้มอแมนด้าขึ้นม้า อุ้มหลายรอบเหมือนกัน ส่วนเรื่องขี่ม้าไม่มีปัญหาสำหรับเด่นคุณ เพราะเชี่ยวชาญมาก แต่เนื่องจากขี่หลายรอบ แล้วใช้ความเร็วในการขี่ มีเทกนึงขี่ไปจะชนกิ่งไม้ ทั้งเด่นคุณ และอแมนด้า ก็เลยหลบกัน ทำให้อานม้าคู่โยกลง จนเกือบตกม้า ดีที่เด่นคุณรวบตัวอแมนด้าไว้ทัน ไม่งั้นมีสิทธิ์ได้แผล สาวอแมนด้ายกให้เด่นคุณเป็นฮีโร่ช่วยชีวิต

ติดตามชมฉากตื่นเต้นฉากนี้ได้ในละคร “เว้าวอนรัก” วันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 19.00 น.ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือ กด 3Plus
เปา กิ่งกาญจน์ เจอวาทะ ต้อม รชนีกร อยากคายตะขาบในละคร มนต์รักลูกทุ่ง ๒๕๖๗
เพราะต้องสวมบทเป็น บุปผา ในละครสุดฮอต มนต์รักลูกทุ่ง ๒๕๖๗ และยังได้แสดงร่วมกับเจ้าของบท บุปผาในเวอร์ชั่นปี 2538 อย่าง ต้อม-รชนีกร พันธุ์มณี งานนี้ทำเอานักร้องและนักแสดงสาวอย่าง เปา-กิ่งกาญจน์ ถึงกับออกอาการตื่นเต้นสุดๆ เพราะในเวอร์ชั่นล่าสุด สาวเปา ก็ต้องเข้าฉากกับ แม่ต้อม ผู้รับบท ทับทิม แม่ของ ทองกวาว (ชาล็อต ออสติน) ในฐานะ หลาน อีกด้วยแม่ต้อมสุดมาก แม่บอกตลอดว่า อยากคายตะขาบให้ แรกๆ แม่บอกว่าคาแรกเตอร์ยังไม่ค่อยชัด เป็นตัวของตัวเองเกินไป ซึ่งตัวละครของเรา ต้องแสดงความเป็น บุปผา ออกมาให้เยอะกว่านี้ ช่วงหลังเริ่มปรับตัวได้ ก็เริ่มดีขึ้นไปตามลำดับ แล้วก็ต้องเข้าฉากด้วยกันบ่อยด้วย เพราะเราเล่นเป็นหลานเค้า แล้วเราก็ต้องสู้กับแม่ต้อม ด้วยเสียงต้องสู้แม่ให้ได้ เพราะแม่ต้อมเสียงสามเสียงสี่ ยากนะ เพราะแม่พลังเยอะมาก แต่ บุปผา ในเวอร์ชั่นนี้ สาวเปา ก็ไม่ธรรมดา!!! ครั้งแรกที่รู้ว่าจะได้เล่นบทนี้ ดีใจมาก พอไปดูเวอร์ชั่นเก่าๆ เค้าทำผลงานไว้ดีมาก ไปดูย้อนหลังเลย ตัวบุปผาเวอร์ชั่นก่อน มีความแรงอยู่นะแต่หนูก็เล่นเป็นตัวของตัวเองนิดนึง มีความสนุกสนาน ต้องสนุกสนานร่าเริงไว้ก่อน ที่สำคัญต้องรักทองกวาวมากๆ เป็นญาติกัน รักเหมือนน้อง แล้วก็อายุเท่ากัน แต่ว่ามีความร่าเริงสนุกสนานเป็นพิเศษเพราะว่าเป็นคนที่ไม่เครียดเลย แล้วผู้กำกับฯ (สำรวย รักชาติ) ก็บอกว่าให้สนุกสนานร่าเริงไปเลย ขอแบบเป็นตัวสร้างสีสันให้กับคนอื่น สร้างกำลังใจ เหมือนให้กำลังใจคนอื่นตลอด แต่หนูมีความตลกในตัวของตัวเองอยู่แล้ว มันก็เลยออกมาเป็นแบบในละคร

ในความสนุก ร่าเริง ก็แอบมีความยากในคาแร็กเตอร์ของ บุปผา ด้วย ยากมาก เพราะว่าเราใส่ความเป็นตัวเองมากเกินไป บางทีมันทำให้แตกต่างกว่าตัวละคร ตัวละครมันจะค่อนข้าง อ้อล้อ ซึ่งบุคลิกตัวเองเนี่ย ไม่ได้เป็นคนเรียบร้อย แต่ก็ไม่ได้ อ้อล้อ เกินไป ซึ่งหนูเชื่อเลยว่า ทุกคนต้องติดตามชมละครเรื่องนี้กันอย่างแน่นอน เพราะนักแสดงแต่ละคนก็มีแฟนคลับเยอะมาก มีอะไรให้แบบน่าติดตามมาก 2567 เป็นอะไรที่แปลกใหม่มาก จริงๆ รวมทั้งการแต่งตัวมันไม่ได้แบบยุคพีเรียดมากไป เรามีความทันสมัยขึ้นมีความ 2567 อยากให้ทุกคนได้ชม มันค่อนข้างเซอร์ไพรซ์ต้องใส่ใจกับทองกวาว ก็คือมันจะมีความสรุปใครนางเอก นางร้าย มีโมเมนต์ที่แบบว่า ทองกวาวมันร้ายนิดนึง เพราะว่าเป็นเวอร์ชั่นใหม่ 2567 แบบสู้คน

ด้วยความเป็น ละครเพลง บุปผา ในเวอร์ชั่น เปา กิ่งกาญจน์ ต้องร้องเพลงประกอบละครถึง 3 เพลงด้วยกัน รูปหล่อมีถมไป นกร้องน้องช้ำ และเพลงรวม ทุ่งนาปาร์ตี้ ซึ่ง สาวเปา พูดถึงการร้องเพลงในครั้งนี้ว่า ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่ารู้สึกดีใจ เเละตื่นเต้นมากๆ ค่ะ จริงๆเเล้วค่อนข้างยากนะคะ เพราะว่าเพลงค่อนข้างที่จะมีลูกคอ ลูกเอื้อน เเละการใช้เสียงค่อนข้างจะกว้าง เเต่ชอบค่ะ ท้าทายดี เเละที่สำคัญก็คือ ถนัดลูกทุ่งอยู่พอสมควร ชอบทั้ง 3 เพลง เเต่เพลงที่ชอบเเละท้าทายที่สุดก็น่าจะเป็นเพลง นกร้องน้องช้ำ เพราะมีเสียงสูง สูงต่ำที่ร้องเเล้ว ค่อนข้างจะยากมากๆ เเละการใช้เสียงลูกเอื้อนที่ไพเราะ ได้โชว์ศักยภาพด้วยค่ะ ตื่นเต้นดี

ตามไปฟังเพลงเพราะๆ ถ่ายทอดโดยนักร้องสาวคนเก่ง เปา กิ่งกาญจน์ ในละคร มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗ ทุกคืนวันศุกร์ เวลา 22.45 น. ทางช่อง 3HD กด33 และสามารถติดตามรับชม #มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗ เวอร์ชัน Uncut และ ตอนพิเศษ EP.13 ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 23.55น. ทางแอปฯ WeTV หรือเว็บไซต์ www.WeTV.vip เท่านั้น >>> https://bit.ly/MonRakLukThung2567
“ฟิล์ม” พระยาเทครัว...ตัวตึง
สัปดาห์นี้ ตามลุ้น!! ทุกการตัดสินใจของ “เดียร์น่า-เจี๊ยบ-นาน่า” รั้งตำแหน่งพระยาเทครัว ตัวตึง ในละคร “วิมานสีทอง” ทาง ช่องวัน31 ผลิตโดย ค่ายพอดีคำ ไปเลย สำหรับ พระเอกหนุ่ม “ฟิล์ม-ธนภัทร กาวิละ” หลังจากที่ รวบหัวรวบหาง สองสาว ตระกูลวรทิพย์ อย่าง “เจี๊ยบ-พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์” (ทาทอง) และ นาน่า-ศวรรยา ไพศาลพยัคฆ์ (รินทอง) เข้าด้อมได้สำเร็จ งานนี้ เหลือสาวเพียงหนึ่งเดียว ที่ฟิล์มยังต้อนเข้ามาอยู่ในโอวาทไม่สำเร็จ นั่นก็คือ เดียร์น่า ฟลีโป (โรยทอง) สาวผู้รักความถูกต้อง มากกว่า ความถูกใจ สัปดาห์นี้ ดูท่าว่า สามพี่น้อง เจี๊ยบ ,เดียร์น่า และ นาน่า เดินทางมาถึงจุด ที่ต้องเลือกกันอีกครั้ง เมื่อ เจี๊ยบ ตัดสินใจเดินหน้า ต้อแต่งงานกับ ฟิล์มให้ได้ ไม่ว่าใครหน้าไหน ก็ขวางไม่ได้ แม้สาวเดียร์น่า จะพยายามหาเหตุผลสารพัด มางัดข้อด้วย เจอสาวเจี๊ยบ ตั้งป้อมสู้ไม่ถอยขนาดนี้ มีเหนื่อย!!! ด้าน น้องเล็ก อย่าง นาน่า ที่ทุ่มทั้งตัว เททั้งหัวใจ ถวายให้กับหนุ่มฟิล์มไปหมาดๆ เมื่อเห็นกับตา ได้ยินกับหู เรื่องประกาศแต่งงาน เธอจะยอมรามือ ปล่อยให้ฟิล์ม ตกไปเป็นของเจี๊ยบหรือไม่ และหนุ่มฟิล์ม ที่ถลำลึกไปกับการแก้แค้น แม้จะมีใจให้ สาวเดียร์น่าเป็นพิเศษ แต่เมื่อถึงคราวต้องเลือก เผชิญหน้ากับความรัก และความแค้น ฟิล์มจะตัดสินใจอย่างไร เอาเป็นว่า...สัปดาห์นี้ มาตามลุ้นกันว่า ทุกคนจะตัดสินใจ กับเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้น ในครั้งนี้อย่างไร ในวันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ (อีพี11) เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน31

สามารถรับชม ละครใหม่!! “วิมานสีทอง” ดูทีวี ทางช่องวัน31 และดูออนไลน์ ทางแอปฯ oneD ที่แรก!! ที่เดียว!! ดาวน์โหลดฟรี!! ดูบนแอป : https://bit.ly/376vYH8 , ดูบนเว็บ : https://bit.ly/3wXv3DP
“มินนี่ - โอบนิธิ” โชว์ลิเกโบราณเรียกลูกค้า ในละคร “นางทาสหัวทอง”
เป็นละครที่ดูแล้วอดยิ้มตามไม่ได้ในช่วงฮา และพาให้เสียน้ำตาได้ตลอด กับทุกซีนดราม่า เรียกได้ว่าดูเรื่องเดียวครบทุกอารมณ์ สำหรับ ละครเวิร์คพอยท์ เรื่อง “นางทาสหัวทอง” ที่ออกอากาศ ทางช่องเวิร์คพอยท์ 23 ทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 20.05 น. โดยผู้กำกับฯ “เหน่ง - ธนวัฒน์ แท่งทอง”

ซึ่งฉากที่เอามาฝากกันในวันนี้ คือฉากที่ “มินนี่ - ภัณฑิรา พิพิธยากร” ควง “โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์” พร้อม “คิง ก่อนบ่าย” และ “แอนนี่ - สรารัตน์ แซ่จิ๋ว” ผองเพื่อนอดีตทาสที่กลายเป็นไทอย่างเต็มตัว ที่มาในมาดคณะลิเกโบราณ เพราะต้องสร้างอีเว้นท์เรียกลูกค้าให้มาซื้อข้าวที่ร้านของตัวเอง

ที่เบื้องหน้าว่าฮา เบื้องยิ่งฮาทวีคูณ เพราะทั้งชุด ทั้งบทที่ต้องเล่น ทำเอาชาวคณะลิเกจำเป็นหลุดขำกันไม่ไหว หัวหน้าคณะอย่าง “มินนี่” เลยขอเป็นตัวแทนฝากถึงแฟน ๆ กับฉากนี้ว่า... “อยากให้ได้ดูกันจริง ๆ ค่ะฉากนี้ ไม่อยากให้พลาดเลย เพราะรับรองว่าทุกคนจะได้เห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อนแน่ ๆ โดยเฉพาะพี่โอบในชุดลิเกแบบนี้ ชุดก็น่ารัก ตอนถ่ายทำก็คือขำกันหนักมาก ขำไม่หยุด ขำจนน้ำตาไหล ยิ่งมาเจอพี่คิงในชุดพระเจ้าตา กับสกิลความฮาของแกด้วย ใครไม่ขำมินให้เตะเลย แต่เตะพี่โอบนะคะ (หัวเราะ)”

ไม่อยากพลาดความสนุกของฉากนี้ ต้องมาติดตามละคร “นางทาสหัวทอง” ทางช่องเวิร์คพอยท์ 23 ในวันที่เสาร์ และอาทิตย์ที่ 24 – 25 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 20.05 น. และรับชมย้อนหลังได้ทาง Netflix เวลา 22.00 น.
M Studio ส่ง อารอน เอคฮาร์ท บู๊ระห่ำ กับภารกิจที่อันตรายถึงชีวิต ใน “The Bricklayer จารชนคนพันธุ์เดือด”
M Studio จัดเต็มเอาใจคอหนังแอคชั่น กับภาพยนตร์ The Bricklayer จารชนคนพันธุ์เดือด ผลงานการกำกับภาพยนตร์ของ เร็นนี่ ฮาร์ลิน (A Nightmare on Elm Street 4: The Dream Master, The Adventures of Ford Fairlane, Die Hard 2, Cliffhanger, The Long Kiss Goodnight, Deep Blue Sea)

นำแสดงโดย อารอน เอคฮาร์ท (The Dark Knight, Olympus Has Fallen, London Has Fallen, Midway) พระเอกมากความสามารถที่ไม่ว่าจะรับบทอะไรก็ทำถึงไปหมด ที่จะมารับบท สตีฟ เวล อดีตซีไอเอ ที่เกษียณและหันหลังให้องค์กร และปัจจุบันทำงานเป็นช่างก่ออิฐ แต่มีเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อมีใครบางคนแบล็คเมล์ ซีไอเอ ด้วยการลอบสังหารนักข่าวต่างประเทศแล้วป้ายความผิดให้ดูเหมือนว่า ซีไอเอ เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ขณะที่ทั่วโลกเริ่มต่อต้านสหรัฐ ซีไอเอจึงจำต้องล่อ สตีฟ เวล อดีตเจ้าหน้าที่ผู้เก่งกาจและหัวขบถที่สุดให้กลับมาจากการเกษียณ พร้อมบังคับให้เขาต้องเผชิญกับอดีตอันขมขื่น ในขณะเดียวกันก็เปิดโปงทฤษฎีสมคบคิดข้ามชาติไปด้วย ร่วมด้วย นีน่า โดเบรฟ (The Vampire Diaries), คลิฟตัน คอลลินส์ จูเนียร์ (After Yang),ทิม เบลค เนลสัน (Captain America: New World Order) พบกับภารกิจอันตรายที่อันตรายถึงชีวิต กับ อารอน เอคฮาร์ท ใน The Bricklayer จารชนคนพันธุ์เดือด พร้อมฉาย 7 มีนาคมนี้ในโรงภาพยนตร์2
มิว ศุภศิษฏ์ เศร้าหนัก!!! สูญเสียของรักในละคร “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗”
“มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗” ยังมีมนต์ขลังที่สร้างความสุข และความสนุกให้กับคนดูในทุกๆ EP แถมเรตติ้งก็ยังพุ่งๆ ในทุกสัปดาห์ที่เหล่าบรรดาแฟนคลับ แฟนด้อม และแฟนๆ ละครต่างเทใจให้กับละครเรื่องนี้อย่างสุดพลัง โดยเรื่องราวแต่ละ EP ที่มีธีมเรื่องราวความรักของ คล้าว (มิว ศุภศิษฎ์) และ ทองกวาว (ชาล็อต ออสติน) ที่ถูกกีดกันจากพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย ถึงแม้จะมีเพื่อนสนิทอย่าง แว่น (คิมม่อน วโรดม) และ บุปผา (เปา กิ่งกาญจน์) คอยช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนว่าความรักของ คล้าว และ ทองกวาว ต้องให้คนดูช่วยลุ้นและเป็นกำลังใจอีกหนึ่งแรงแล้วล่ะ!!!

“มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗” ใน EP5 นี้ แฟนๆ ละครต้องเอาใจช่วย คล้าว กันแล้ว เพราะเรื่องราวในตอนนี้จะเป็นตอนที่ คล้าว เศร้าสุดๆ เพราะต้องเสีย “ของรัก” อย่าง “เจ้าโก้” ควายเผือกสุดที่รักที่เปรียบเสมือนพี่น้องที่เติบโตมาพร้อมกัน และเป็นควายที่ พ่อศร (ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง) รักมากที่สุดด้วย!!! เรื่องราวดำเนินมาถึงตอนที่ ศร ตัดสินใจขาย เจ้าโก้ เพื่อนำเงินไปใช้หนี้ให้กับ กำนันจอม (เอ็กซ์ จาตุรงค์) แต่เพียงข้ามคืน ก็พบว่า เจ้าโก้ ได้เสียชีวิตลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้ ศร เศร้าหนัก งานนี้รู้ถึงหูเพื่อนรักอย่าง แว่น แว่นจึงรีบไปบอก คล้าว ที่กำลังพลอดรักอยู่กับ ทองกวาว กลางทุ่งนา

ฉากนี้ผู้กำกับฯ คนเก่ง สำรวย รักชาติ และทีมงาน ใช้คอกควาย แถวจ.เพชรบุรี เป็นสถานที่ถ่ายทำ ซึ่ง ควายเผือก ที่นำมาเข้าฉากและแสดงเป็น “เจ้าโก้” คือ ควายเผือกที่ถือได้ว่าดังที่สุดของประเทศ เพราะเป็นควายเผือกที่ราคาสูงนับสิบล้านกว่าบาท (11 ล้านบาท ข้อมูล ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2565) โดยก่อนถ่ายทำผู้กำกับฯ ขอทำความคุ้นเคยกับ เจ้าโก้ ซะก่อน จากนั้นก็เรียกให้นักแสดงอย่าง ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง และ มิว ศุภศิษฏ์ มาทำความคุ้นเคยกับ เจ้าโก้ ด้วย เวลาถ่ายทำจะได้ไม่ตื่นคนแปลกหน้า ซึ่ง เจ้าโก้ ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดย หนุ่มมิว เห็น เจ้าโก้ ครั้งแรกก็ร้อง “โอ้โห...ตัวใหญ่มาก”

เมื่อนักแสดงทำความคุ้นเคยกับ เจ้าโก้ แล้ว ผู้กำกับฯ ก็สั่งเคลื่อนกล้องถ่ายทำฉากที่ ศร นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ริมคอก จนกระทั่ง คล้าว เข้ามา แล้วพบว่า เจ้าโก้ ได้เสียชีวิตแล้ว ซึ่งฉากนี้ทั้ง หนุ่มทัช และ หนุ่มมิว ต้องทำอารมณ์อยู่ในความเศร้า เพราะเป็น ควาย ที่รักมาก โดยเฉพาะ หนุ่มมิว ต้องถ่ายทำฉากขี่เจ้าโก้ เมื่อครั้งยังวัยรุ่น เพื่อนำไปอินเซิร์ชในละคร

จากนั้นก็ถ่ายทำคัทที่ ทองกวาว เดินเข้ามาปลอบใจ คล้าว ซึ่งคัทนี้ดูเศร้าเอามากๆ รวมทั้ง คิมม่อน ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็อยู่ในอารมณ์เศร้าไปด้วย พอสิ้นเสียงคัท เหล่านักแสดงก็โพสท่าถ่ายรูปกับ เจ้าโก้ อย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะ สาวชาล็อต ถึงกับหอมแก้ม เจ้าโก้ เพราะ เจ้าโก้ น่ารักจริงๆ ส่วนฉากนี้จะเศร้าแค่ไหน เจ้าโก้ จะเสียชีวิตด้วยเหตุใด แฟนๆ ละครต้องตามไปชมในละคร “มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗” ในวันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ทางช่อง 3HD กด33 และสามารถติดตามรับชม #มนต์รักลูกทุ่ง๒๕๖๗ เวอร์ชัน Uncut และ ตอนพิเศษ EP.13 ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 23.55น. ทางแอปฯ WeTV หรือเว็บไซต์ www.WeTV.vip เท่านั้น >>> https://bit.ly/MonRakLukThung2567
“บูม-ตี๋-อ๊ะอาย” นำทีม “เรือนทาส” ร่วมพิธีขอขมากรรม ปลดล็อกชีวิต! พร้อมแจกเหรียญ “หลวงพ่อปาน” เพื่อเป็นสิริมงคล
​ช่อง 3 จัดพิธีขอขมากรรม เพื่อเปิดประตูดวง งาน เงิน ความรัก ให้ทุกอย่างราบรื่น ในงาน “ปลดล็อกชีวิตกับเรือนทาส” โดย พระอาจารย์พุฒิสิทธิ์ อิทธิญาโน วัดฝายหิน จ.เชียงใหม่ มาร่วมทำพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้ พร้อมนำสวดเจริญพระพุทธมนต์ โดย พระมหาอดิศักดิ์ อภิปัญโญ เจ้าอาวาสวัดบรมสถล เพิ่มความเป็นสิริมงคล เสริมดวงชะตาให้กับทุกคนที่มา ซึ่งงานนี้ได้รับเกียรติจาก คุณปิยวดี มาลีนนท์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่ม บริษัท บีอีซีเวิลด์ จำกัด(มหาชน), คุณมาวิน ทวีผล นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง พร้อมทั้งคณะผู้บริหาร ช่อง 3 ร่วมกับ “อาจิ๋ม มยุรฉัตร” พร้อมด้วยผู้จัดฯ-ผู้กำกับฯ “หนุ่ม กฤษณ์” แห่งค่าย เมคเกอร์ เค จํากัด นำทีมนักแสดงจาก “เรือนทาส” อาทิ บูม สุภาพร, อ้วน รังสิต, ป๊อบ ธัชทร, ตี๋ ธนพล, อ๊ะอาย กรณิศ, อันดา กุลฑีรา, นินจา จอมยุทธ์, ป๊อก โฆษวิส, เก่ง ชัชวาล, แอ้ม ศิรประภา, เอนจอย ธิดารัตน์ และ กิก ดนัย เข้าร่วมพิธีด้วย

บรรยากาศเต็มไปด้วยแรงจิตอธิฐาน เพื่อขอขมากรรมและเปิดใจอโหสิกรรมให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง จากนั้นคณะผู้บริหารรวมไปถึงผู้จัดฯ-ผู้กำกับฯ และนักแสดง ได้ร่วมกันถวายเพล และถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม พร้อมกับรับศีล ฟังเทศน์และคำสอนจาก พระมหาอดิศักดิ์ อภิปัญโญ ถึงผลกรรมจากการจองเวรเหมือนที่ตัวละคร อย่าง สร้อย และ ผีมะลิ ใน “เรือนทาส” ได้กระทำ ทั้งยังเทศน์เรื่องอานิสงส์ของการให้อโหสิกรรม ก่อนทุกคนในงานจะรับพร รับน้ำมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลกันทั่วหน้า หลังจากนั้นทั้งผู้จัดฯ-ผู้กำกับฯและนักแสดงยังได้นำเหรียญหลวงพ่อปาน ทรงไก่หางพวง และ ธนบัตรขวัญถุง ที่ผ่านพิธีศักดิ์สิทธิ์บวงสรวงปลุกเสกจาก วัดบางนมโค ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มามอบให้แฟน ๆ เพื่อเสริมเมตตามหานิยม เรียกทรัพย์ และป้องกันสิ่งชั่วร้ายทั้งปวงอีกด้วย ​งานนี้ผู้จัดฯ-ผู้กำกับฯ “หนุ่ม กฤษณ์” ได้เผยความรู้สึกถึงงานในวันนี้ว่า “รู้สึกดีใจที่มีโอกาสได้มาทำบุญวันนี้นะครับ ดีใจที่วันนี้แฟนละครเรือนทาสมาได้บุญร่วมกัน ก็ขอส่งบุญทั้งหมดที่ทำในวันนี้ให้กับแฟนละครเรือนทาสทุกคนนะครับ วันนี้ก็นิมนต์เหรียญหลวงพ่อปานที่เราได้มีการพูดถึงในละคร และเหรียญนี้ก็ผ่านพิธีกรรมปลุกเสกมาแล้วที่วัดบางนมโค นำมาแจกให้กับแฟนละครทุกคน ก็อยากจะฝากแฟน ๆ ติดตามละครเรือนทาส เรื่องนี้จะสะท้อนให้เห็นเรื่องครอบครัว เป็นเรื่องชีวิตของคนจริง ๆ ถ้าเกิดดูละครแล้วก็สามารถนำข้อคิดดี ๆ ที่แฝงอยู่ในนั้นนำมาปรับใช้กับตัวเราเองได้ เรื่องความโลภ โกรธ หลง เหมือนอย่างวันนี้ที่พระท่านบอกไว้ ในละครเรือนทาสก็แฝงคุณธรรมเหล่านี้อยู่ครับ”

ด้านตัวแม่ อย่าง “บูม สุภาพร” ซึ่งสวมบทเป็น “ผีมะลิ” ก็เป็นตัวแทนนักแสดงเผยว่า “ถือว่าเป็นวันที่ดีนะคะ ขอให้วันนี้ทุกคนได้ถูกหวย ได้กอบโกยและเดินในเส้นทางเศรษฐีต่อไปนี้ไม่มีอะไรมาล็อกเราอีกแล้ว เจ้ากรรมนายเวรก็คือขอให้เราเจริญรุ่งเรือง และวันนี้เราได้นำเหรียญหลวงพ่อปานที่ในละครเรือนทาส ตัวละครมะลิจะมีสร้อยหลวงพ่อปานเป็นสิ่งที่ทำให้มะลิถือความดีความชอบเดินในเส้นทางที่ไม่ผิดศีล ทุกคนจะเห็นในละครถ้าวันใดที่มะลิทำชั่วขอให้พระพุทธศาสนานำทางมะลิไปในทางที่ดี ก็ฝากเรือนทาสด้วยนะคะ ละครเรื่องนี้มันสอดแทรกคุณธรรมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ การปฏิบัติตัวทุก ๆ อย่างมันมีเวรกรรมของมัน ทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น ละครเรื่องนี้บูมว่ามันสะท้อนให้เราเห็นว่าเราจะปฏิบัติตัวอย่างไรในอนาคตและต่อ ๆ ไป หรือว่าสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้มันเป็นยังไงบ้าง จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เป็นละครสะท้อนสังคมได้ดีมาก ๆ เลยค่ะ และตอนนี้ละครกำลังสนุกเลย หลังจากวันนี้เรตติ้งของเราก็โดนปลดล็อกด้วย จะทะยานขึ้นอีกเรื่อย ๆ จ้า”

​ถือว่าเป็นกิจกรรมเสริมสิริมงคลรับต้นปี ช่วยปลดล็อกให้ชีวิตราบรื่นกันอีกด้วย ส่วนละคร “เรือนทาส” ก็กำลังสนุกเข้มข้น ติดตามชมได้ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3 plus
แน่นมากพ่อ “เด่นคุณ” โชว์กล้ามใหญ่ “อแมนด้า” อึ้ง ! เลิฟซีนจัดเต็ม เปิดฉาก “เว้าวอนรัก”
เปิดฉากละครพีเรียดครบรสเรื่อง “เว้าวอนรัก” ของสองผู้จัด “พนิตนาฏ ฉัตรวิไล” และ “ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี” ในนาม บริษัท มัมแอนด์แด๊ด เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด กำกับการแสดงโดย กรพจน์ สืบชมภู ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00-20.00 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 เรียกได้ว่าเป็นละครที่สนุกครบรส โดยเฉพาะฉากกุ๊กกิ๊กน่ารักของพระ-นาง “เด่นคุณ งามเนตร” และ “อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม” เพราะเปิดเรื่องมาก็ร้องว้าวแล้ว

โดยเป็นตอนที่ เชิญขวัญ (อแมนด้า) มีเหตุจำเป็นต้องหนีออกจากบ้าน มาที่ ภูพญาลอ ตั้งใจจะมาหา ชเลบุตร (เพ็ชร-ฐกฤต ตวันพงค์)ที่ปางไม้มฤคราช แต่มีเหตุผิดพลาดไปที่ปางไม้วันเศวตของ เขตคาม (เด่นคุณ) แล้วไปนอนในห้องนอนของเขตคามเสียด้วย กลางดึกเขตคามก็มานอนบนเตียงตัวเองโดยไม่ทันดูว่ามีหญิงสาวมานอนอยู่บนเตียงด้วย เชิญขวัญตื่นขึ้นมา ตกใจที่มีคนมานอนอยู่ข้างๆ ถีบจนตกเตียง ยิ่งเห็นว่าไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ยิ่งตกใจยกใหญ่ พอเขตคามวิ่งจับตัวเข้ามากอด มองกันตะลึง ก่อนที่เชิญขวัญจะตีเข่าเข้าที่น้องชายของเขตคาม แล้ววิ่งหนีไป

ฉากนี้ถือเป็นฉากกุ๊กกิ๊กฉากแรกของทั้งคู่ เด่นคุณ ต้องถอดเสื้อผ้าโชว์หุ่นบึ้ก ๆ เรียกคะแนนจากคนดูตั้งแต่ตอนแรก แม้จะเป็นฉากตอนมืด ๆ แต่ก็มองเห็นหุ่นงาม ๆ ชัดเจน ฉากนี้ใช้เวลาถ่ายทำพอสมควร เพราะถือว่าเป็นฉากปิ๊ง ๆ ของทั้งคู่ที่เจอกันครั้งแรก ผู้กำกับ อั๋น กรพจน์ ใช้เวลาปั้นหลายเทค เพราะตอนที่วิ่งจับตัวมากอด ผมสยายบังหน้า ต้องถ่ายใหม่ ยิ่งตอนที่ อแมนด้า จะตีเข่าเข้าที่น้องชายของเด่นคุณ ก็กล้า ๆ เกร็ง ๆ กลัวโดนจริง ต้องซักซ้อมอยู่หลายเที่ยว เพื่อให้ได้มุมกล้อง แต่ก็ถือว่าเป็นฉากน่ารักกุ๊กกิ๊ก ที่ทุกคนห้ามพลาด

ติดตามชมฉากนี้ได้ ในละคร “เว้าวอนรัก” ตอนแรก วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 19.00-20.00 น.ทางช่อง3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus
“ตงตง-ปลายฟ้า” สู้!! ทุกงานหิน ประเดิมฉาก “คู่พระคู่นาง” เปิดทุกโหมดความฟิน...ที่อินจนตับพัง
ได้ฤกษ์คนมีของ งัดฝีมือออกมาโชว์แล้ว สำหรับ คู่พระนางเคมีใหม่ อย่าง “ตงตง-กฤษกร กนกธร” และ “ปลายฟ้า-ณัชภรณ์ อุ่นสวัสดิ์” ในละคร “คู่พระคู่นาง” ทาง ช่องวัน31 ผลิตโดย ค่ายพอดีคำ ซึ่งฉากเปิดตัว พระนาง ก็เจองานหินซะแล้ว โดยเฉพาะ ฉากดำดิ่งใต้น้ำ แต่คู่นี้ สู้สุดใจ ใส่สุดทาง เตรียมพาทุกคน เปิดทุกโหมดความฟิน...ที่อินจนตับพัง

โดยเป็นเรื่องราวของ ดิน (ตงตง) และ โสน (ปลายฟ้า) ที่เติบโตมาด้วยกัน ความสนิทสนมของทั้งคู่ จึงหยอกเย้ากัน ด้วยความเอ็นดูเรื่อยมา แต่เมื่อ ต่างแตกเนื้อหนุ่มสาว เส้นทางชีวิต และความรัก ก็พาให้ต้องพบเจอกับเรื่องราวมากมาย ซึ่งการรับน้อง ฉากเปิดตัวครั้งนี้ ต้องอาศัยความอึด ถึก ทน เป็นพิเศษ เพราะทั้งคู่ ต้องรวมร่างกันดำดิ่งสู่ใต้น้ำ ด้วยอารมณ์หยอกเย้า ที่เต็มไปด้วยความสุข และต้องพลิ้วไหวดั่งสายน้ำ สมกับเป็น หนุ่มสาวบ้านนา ซึ่งคู่นี้ ก็จัดให้ฟินทั้งภาพ และอารมณ์ ที่ออกมาสวยงาม แม้จะต้องซดน้ำ กันไปหลายอึก ท่ามกลาง การถ่ายทำด้วยความทุ่มเท ฝีมือการแสดงของคู่นี้ ก็ไม่ธรรมดา โหมดหยอกเย้า ว่าน่ารัก น่าตีแล้ว แต่พอบทจะดราม่า ก็เอาเรื่องไม่เบา กินยาบำรุงตับกันไว้ให้ดี เตรียมใจรับแรงกระแทก ทุกโหมดอารมณ์ให้ดี เพราะท่ามกลางรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ ก็อาจจะพาคุณปล่อยโฮ จนตับพังได้เช่นกัน ตามลุ้นเส้นทางความรัก ของคู่นี้ไปพร้อมกัน ว่าทั้งคู่จะสามารถลิขิตโชคชะตา และความรักของตัวเองได้หรือไม่ นำเสนอเป็นตอนแรก วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน31

สามารถรับชม ละครใหม่!! “คู่พระคู่นาง” ดูทีวี ทางช่องวัน31 และดูออนไลน์ ทางแอปฯ oneD ที่แรก!! ที่เดียว!! ดาวน์โหลดฟรี!! ดูบนแอป : https://bit.ly/376vYH8 , ดูบนเว็บ : https://bit.ly/3wXv3DP
“โย” พบเบาะแสสำคัญ ...“พัน”อาจเป็นแวมไพร์ตัวจริง
เรื่องราวเกือบ 1,000 ปี ของ “พัน” (เชน ณัชพล ชีวะปัญญาโรจน์) แวมไพร์ยีนด้อยที่ไม่ยอมตายซะที เขามีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินต้มเลือดหมูทดแทนเลือดมนุษย์ แต่แล้ววันหนึ่งร้านต้มเลือดหมูสุดโปรดของเขาก็ประกาศเซ้งกิจการ ทำให้ชีวิตของพันไร้จุดหมายอีกครั้ง เขาเศร้าและเสียใจ

ส่วน “โย” (โอปอล กฤษภาฑร ชวัลวัชรากร) ก็เริ่มสืบหาความจริงว่าพันเป็นแวมไพร์จริงหรือไม่ และจู่ๆก็มีข่าวเรื่องศพปริศนาที่อาจถูกแวมไพร์กัดเข้ามา แถมโยกับพบเบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับ”พัน”ที่เขาไม่อาจคาดเดามาก่อน...

“โย” จะต้องเจอกับอะไร แล้ว “พัน” จะหาจุดหมายในการมีชีวิตอยู่ต่อได้หรือไม่ ติดตามได้ใน “อายุมั่นขวัญยืน” (1000 Years Old) ติดตามเรื่องราวความรักของแวมไพร์ได้ในซีรีส์ “อายุมั่นขวัญยืน 1000 Years Old” ทุกวันพุธ เวลา 22:45 น. ทางช่อง 3 และ เวลา 23.30 น. ทาง WeTV

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.facebook.com/feelgoodbangkok

#อายุมั่นขวัญยืน #1000YO#FeelgoodBangkok
เมษ-ต้อม 2 ผกก. ละเมียด เก็บทุกดีเทล เพื่อความสมจริง รับชมตัวอย่างเต็ม ภ.เกจิ คนฆ่าผี (The Spirit Hunter)
เรื่องราวไสยศาสตร์ พิธีกรรม บทสวดของจริง กำลังถูกถ่ายทอดสู่ภาพยนตร์โรแมนติก ตราม่า สยองขวัญ เกจิ คนฆ่าผี (The Spirit Hunter) นำแสดงโดย ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย อิ่มอโนทัย, เดียร์ สุภาวดี กิติโสภากุล, โจอี้ ชัยยุทธ กิติชัยวัฒน์ ผลงานกำกับโดย เมษ ยิ้มสมบูรณ์ และผู้กำกับ ต้อม พลดลพัฒน์ ธัชทัณฑิมารัชต์โดย ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ ปล่อยความสยองในตัวอย่างเต็ม ก่อนฉายจริง 29 กุมภาพันธ์ นี้

มันน่าสนใจ เป็นแนวหนังที่ยังไม่ค่อยได้เห็นในบ้านเรา ส่วนใหญ่หนังผี ก็เล่าในส่วนของคนโดนผีหลอก ถ้ามีคนมาปราบ ก็มาตอนท้ายๆ มาเป็นตัวละครสมทบ แต่ว่าน้อยเรื่องที่รู้สึกว่า มันมีเรื่องที่เล่า เรื่องของคนที่ปราบผีโดยตรง แต่ในเมืองนอก เราก็อาจจะเคยเห็นบ้าง อย่าง Conjuring ซึ่งผมชอบตรงที่ว่ามันมีความเป็นศาสตร์ ต้องศึกษา เรียนรู้ มันมีวิธีคิดยังไง

หนังเรื่องนี้จะแตกต่างออกไป ถ้าหนังผีอาจจะน่ากลัวแบบ มันว่าด้วยมุมมองของคนกลัวผี แต่เรื่องนี้ว่าเรื่องของมุมมองของคนที่ไม่กลัวผี แต่ได้เห็นผีในรูปแบบต่างๆ ซึ่ง ผีน่ากลัวไหม ก็ยังน่ากลัวอยู่ดี ผู้กำกับ เมษ กล่าว

ด้าน ผู้กำกับ ต้อม พลดลพัฒน์ กล่าวเสริมว่า คาถาที่อยู่ในเรื่องเป็นคาถาจริง แต่อาจมีตัดทอนออกไป แล้วก็มาดีไซน์ตัวพล็อต พิธีกรรมทั้งหมด อะไรที่มีความเสี่ยงกับตัวนักแสดง ผู้กำกับ ทุกครั้งที่เริ่มถ่ายทำ ก็จะต้องไปไหว้ บอกกล่าวเจ้าที่ มีของถวาย ในซีนที่มีพิธีกรรม บวงสรวงหน้าฉากหน้าซีนก็จะไปดูเอง เพราะผมเชื่อว่าวิญญาณ ณ ที่แห่งนั้น มาร่วมแสดงด้วยจริงๆ (ความเชื่อส่วนบุคคล) เหนือสิ่งอื่นใด เรื่องของความถูกต้องของอุปกรณ์ ก็สำคัญ

ยกตัวอย่าง ซีนเปิดเรื่อง พระเอกเข้าป่าช้า เพื่อทำพิธีกรรม ไม่ใช่เดินเข้าไปเฉยๆ ต้องขออนุญาต จะต้องมีอุปกรณ์บางอย่าง ต้องขอยายกะลา ตากะลี ขอให้ผู้คุมสถานที่แห่งนี้ เปิดทางให้เข้าไป บทสวดทำพิธี การทำตะกรุด เป็นต้น หนังจึงมีความเป็นไสยศาสตร์แบบสมจริง ไม่ใช่แฟนตาซีจินตนาการ

เกจิ คนฆ่าผี กำหนดฉาย 29 กุมภาพันธ์ นี้ ในโรงภาพยนตร์ รับชมตัวอย่างเต็ม www.youtube.com/watch?v=El6HxnPXLg4

#เกจิคนฆ่าผี #TheSpiritHunter #ปั้นจั่นปรมะ#ฉายแสงแอดเวนเจอร์
ขนลุกซู่ “ชาคริต-เต๋า-ภีม-ซิดนีย์" ฉากร่วมสาบาน!!! พร้อมทวงคืนความยุติธรรมในซีรีส์ “สัตย์เสือ”
ความสนุกเกินคาดเดาและเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ซีรีส์เรื่อง สัตย์เสือ (BROMISE) ภายใต้ผลงานของ “โมโนออริจินอล” และการผลิตของ บริษัท ดู เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ออกอากาศทาง “MONOMAX” (โมโนแมกซ์) โดยผู้กำกับฯ อู๋-ธนากร โปษยานนท์ วันนี้จะพาไปดูฉากที่เป็นจุดเริ่มต้นของ “แก๊งเขี้ยวพยัคฆ์” อย่างเป็นทางการ ที่มี ชาคริต แย้มนาม รับบท อำไพ, เต๋า-สมชาย เข็มกลัด รับบท เสือหม่อม, ภีม-ธนบดี ใจเย็น รับบท ห้าว และ ซิดนีย์-สุพิชชา สังขจินดา รับบท มิหรำ ทั้งหมดทำพิธีสาบานเป็นพี่น้องกันเพื่อทวงคืนความยุติธรรมที่ถูกพรากไป

ฉากนี้ผู้กำกับฯ อู๋-ธนากร เลือกโลเคชั่นปักหลักถ่ายทำ ณ วัดพระนางปลื้ม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและมีมนต์ขลัง ชาคริต-เต๋า-ภีม-ซิดนีย์ กลับมารวมตัวกันอีกครั้งหลังจากแยกย้ายหลังออกมาจากเกาะลืม เมื่อมาเจอกันความสัมพันธ์พี่น้องหวนคืนกลับมา ทั้งหมดจึงอยากสาบานร่วมกันเพื่อร่วมฟันฝ่าอุปสรรคและภัยอันตรายต่าง ๆ นับจากนี้ นักแสดงทุกคนรวมถึงทีมงานเบื้องหลังต่างรับรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของโลเคชั่นดังกล่าว เมื่อถึงเวลาก็เริ่มถ่ายทำกันทันที งานนี้เหมือนจะเป็นฉากโต้ตอบกันง่าย ๆ แต่แล้วกลับไม่ง่าย เมื่อนักแสดงหลักทั้งสี่คนต่างขนลุกชันพร้อมกัน เมื่อถึงช่วงต้องเอามือประสานและมองหน้ากันไปมาเลิกลั่ก ระดับมืออาชีพแล้วก็ลุยแสดงต่อ พร้อมกับพนมมือกล่าวคำสาบานอย่างแน่วแน่ประกาศชัด “ปล้นคนชั่ว ช่วยเหลือคนดี” ก่อนที่น้องเล็กอย่าง ซิดนีย์ อาสาตั้งชื่อแก๊งว่า “เขี้ยวพยัคฆ์” พอสั่งคัทแล้ว ชาคริต-เต๋า เอ่ยพร้อมกันว่า “ขนลุก” เบื้องหลังยังเข้มข้นขนาดนี้ ตามไปดูเบื้องหน้ากันต่อทั้งหมดจะอินสุดพลังขนาดไหน

ติดตามฉากนี้ในซีรีส์ “สัตย์เสือ” (BROMISE) ได้ในวันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ สตรีมแล้ววันนี้ ที่ MONOMAX เท่านั้น

#MONO #MONOMAX #MONOORIGINAL #สัตย์เสือ #BROMISE
Netflix เผยซีรีส์โรแมนติกคอเมดี้เรื่องใหม่ ราชินีแห่งน้ำตา (Queen of Tears) ดึงคิมซูฮยอนและคิมจีวอนโชว์เคมี สุดเฉิดฉาย การันตีฝีมือโดยผู้เขียนบท ปักหมุดรักฉุกเฉิน (Crash Landing on You)
เตรียมสัมผัสพายุหมุนแห่งความโรแมนติกกับ ราชินีแห่งน้ำตา (Queen of Tears) ซีรีส์เกาหลีโรแมนติกคอเมดี้แห่งปีจาก Netflix ที่กำลังจะพร้อมสตรีมให้รับชมกันในวันที่ 9 มีนาคมนี้ โดยซีรีส์เรื่องนี้คือผลงานชั้นเยี่ยมที่เปี่ยมอารมณ์ความรู้สึก และการเล่าเรื่องที่เฉลียวฉลาด แถมยังได้นักแสดงนำระดับแม่เหล็กอย่างคิมซูฮยอนและคิมจีวอนมาแสดงคู่กัน ในเรื่องราวที่รังสรรค์อย่างประณีตโดยพัคจีอึน นักเขียนบทมากฝีมือเจ้าของซีรีส์ยอดฮิตอย่าง ปักหมุดรักฉุกเฉิน (Crash Landing on You) อีกด้วย ท่ามกลางฉากหลังที่ว่าด้วยการต่อสู้ด้วยเล่ห์เพทุบายอันโหดเหี้ยมในชีวิตการทำงานบริษัท ราชินีแห่งน้ำตา (Queen of Tears) ถักทอเรื่องราวอันน่าประทับใจของความรัก ความไม่ย่อท้อ และการพัฒนา พร้อมให้ปักหมุดเป็นซีรีส์สุดตื่นตาตื่นใจแห่งปีที่ไม่ว่าใครก็ห้ามพลาด!

1. พลังงานและความโรแมนติก บทบาทและเรื่องราวอันเปี่ยมเสน่ห์ของ ราชินีแห่งน้ำตา (Queen of Tears) ภาพโปสเตอร์ตัวละครจาก ราชินีแห่งน้ำตา (Queen of Tears) ที่เพิ่งปล่อยออกมา เผยให้เห็นพลังงานระหว่างคู่รักทรงอิทธิพลอย่างแพคฮยอนอู (รับบทโดยคิมซูฮยอน) และฮงแฮอิน (รับบทโดยคิมจีวอน) โดยแง้มถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของทั้งคู่ คำสัญญาของฮงแฮอินที่จะเป็นผู้ที่คอยสนับสนุนอย่างมั่นคงนั้นตรงข้ามกับความคลางแคลงใจของแพคฮยอนอู สะท้อนให้เห็นความแตกต่างของทั้งความเชื่อใจ และอำนาจของทั้งคู่ โดยตัวซีรีส์ยังเผยเส้นเรื่องที่น่าสนใจพร้อมกับตัวละครที่มีความเป็นเอกลักษณ์ โดย “Queen” และ “Her Man” ในที่นี้เป็นสัญลักษณ์ถึงการสลับบทบาทที่เป็นภาพจำแบบเดิมๆ และเป็นการกระตุ้นให้ผู้ชมอยากรู้ถึงความตื้นลึกหนาบางในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ นอกจากนี้ ความคาดหวังที่จะได้เห็นความเข้ากันระหว่างคิมซูฮยอนและคิมจีวอนในบทโรแมนติก ซึ่งทั้งคู่ต่างก็เป็นไอคอนแห่งซีรีส์แนวโรแมนติกคอเมดี้ ยิ่งกระตุ้นความอยากสำรวจแง่มุมเกี่ยวความรักและหน้าที่ในการแต่งงานมากขึ้น ทำให้ ราชินีแห่งน้ำตา (Queen of Tears) เป็นซีรีส์ที่มีการเล่าเรื่องที่ทั้งโดดเด่นและน่าสนใจ

2. การรวมตัวของนักแสดงและนักเขียนบทระดับท็อป ราชินีแห่งน้ำตา (Queen of Tears) เตรียมขึ้นแท่นเป็นซีรีส์ในดวงใจของแฟนซีรีส์เกาหลี ด้วยการรวมตัวกันของนักแสดงและผู้สร้างระดับแถวหน้าของวงการ ทั้งนักเขียนบทมากฝีมืออย่าง พัคจีอึน เจ้าของผลงาน ปักหมุดรักฉุกเฉิน (Crash Landing on You) และยัยตัวร้ายกับนายต่างดาว (My Love from the Star) ที่สร้างปรากฏการณ์ “Hallyu Syndrome” มาก่อนหน้านี้ และยังได้จางยังอูและคิมฮีวอนจาก วินเชนโซ่ ทนายมาเฟีย (Vincenzo) และ สามพี่น้อง (Little Women) มารับหน้าที่กำกับภาพ จนหลายๆ คนตั้งความหวังกับซีรีส์เรื่องนี้ไว้ไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่หมดแค่นั้น ในซีรีส์เรื่องนี้ แฟนๆ ยังจะได้ชมการแสดงของคิมซูฮยอน (จาก It s okay to Not Be okay: เรื่องหัวใจ ไม่ไหวอย่าฝืน (It’s Okay to Not Be Okay) และยัยตัวร้ายกับนายต่างดาว (My Love from the Star)) และคิมจีวอน (จาก ชีวิตเพื่อชาติ รักนี้เพื่อเธอ (Descendants of the Sun), Lovestruck in the City: ความรักในเมืองใหญ่ (Lovestruck in the City) และสู้เพื่อทางสู่ฝัน (Fight for My Way)) ซึ่งเป็นนักแสดงที่เป็นที่ยอมรับในการถ่ายทอดบทบาทอันทรงพลังและเสน่ห์ที่ถ่ายทอดทางหน้าจอ โดยทั้งคู่จะมาถ่ายทอดบทบาทที่ผู้ชมจะรู้สึกอินตามไปด้วยในซีรีส์เรื่องนี้อย่างแน่นอน

3. ซีรีส์รอมคอมแห่งปีที่ทุกคนไม่ควรพลาด ซีรีส์เรื่องนี้พร้อมเสิร์ฟหลายรสชาติหลากอารมณ์ให้กับผู้ชม พลังงานระหว่างพวกเขาแปรเปลี่ยนจากความรักอันลึกซึ้งไปเป็นการสู้รบระหว่างกัน แสดงเส้นทางความรักของทั้งคู่ จากการเผชิญหน้าไปสู่การค้นพบความรักอีกครั้งหนึ่ง บทสนทนาและเคมีที่น่าประทับใจระหว่างนักแสดงนำแอบบอกใบ้ถึงเรื่องราวที่จะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและช่วงเวลาที่น่าประทับใจ พร้อมท้าทายขนบเรื่องเล่าของซีรีส์แนวโรแมนติกแบบเดิมๆ

ราชินีแห่งน้ำตา (Queen of Tears) ได้มอบนิยามใหม้ให้กับความสัมพันธ์แบบทั้งรักทั้งเกลียดในชีวิตการแต่งงาน และนำเสนอมุมมองอันสดใหม่เกี่ยวกับกลับมาค้นพบความรักระหว่างกันอีกครั้งหนึ่ง ซีรีส์เรื่องนี้คือจดหมายที่เชื้อเชิญให้ผู้ชมได้มาสำรวจความสลับซับซ้อนของความรักและการเดินทางกลับไปหาความรักอีกครั้ง ภายใต้ฉากหลังที่เป็นแวดวงสังคมชั้นสูงและการขับเคี่ยวของการทำงานบริษัท เตรียมตัวให้พร้อม แล้วปักหมุดรอชมซีรีส์ที่จะมอบประสบการณ์สุดประทับใจที่ไม่อาจลืมเลือน รับชมพร้อมกัน 9 มีนาคมนี้ ที่ Netflix เท่านั้น รับชมทีเซอร์ได้ ที่นี่ (https://www.youtube.com/watch?v=xHT9kcaUEGY)
“ฟิล์ม” ล็อคเป้า “นาน่า” โจมตีด้วย...งานสกินชิพ
ปั่นไม่พัก ป่วนไม่แผ่ว สักอีพี สำหรับ พระเอกหนุ่ม “ฟิล์ม-ธนภัทร กาวิละ” ในละคร “วิมานสีทอง” ทาง ช่องวัน31 ผลิตโดย ค่ายพอดีคำ หลังจากที่ ปั่นหัว สาว “เจี๊ยบ-พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์” (ทาทอง) และ เดียร์น่า ฟลีโป (โรยทอง) จนหวิดบ้านแตกมาหลายครั้ง แต่ก็ดูท่า หนุ่มฟิล์ม จะโนสน โนแคร์ หายนะที่จะบังเกิดใดๆ ทั้งสิ้น โดยสัปดาห์นี้ เหยื่อรายล่าสุด ที่หนุ่มฟิล์ม ล็อคเป้า หวังตกเข้าด้อมอีกราย ก็คือ นาน่า-ศวรรยา ไพศาลพยัคฆ์ (รินทอง) สาวน้อยผู้อ่อนต่อโลก เรียกว่า เจองานสายตา บวกคำหวาน ป้อยอ ไม่กี่ครั้ง ก็ใจละลายแล้ว แต่ครั้งนี้ หนุ่มฟิล์ม ในคราบ เสือหนุ่ม เล่นใหญ่ ใส่สุด เมื่อโอกาสเป็นใจ ให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกัน และระบายความทุกข์ในใจ หนุ่มฟิล์ม เลยใช้ความน่าสงสาร บวกงานสกินชิพ โจมตีความรู้สึกสาวนาน่า แบบไม่รีรอ เจอไม้เด็ด โจมตีความใจอ่อนเข้าไป สาวนาน่าจะต้านไหวมั๊ย งานนี้ ข้าวสารจะกลายเป็นข้าวสุก หรือ มีมือดี ทำสวรรค์ล่ม ตามลุ้นพร้อมกัน ในวันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ (อีพี9) เวลา 20.30 น. ทาง ช่องวัน31

สามารถรับชม ละครใหม่!! “วิมานสีทอง” ดูทีวี ทางช่องวัน31 และดูออนไลน์ ทางแอปฯ oneD ที่แรก!! ที่เดียว!! ดาวน์โหลดฟรี!! ดูบนแอป : https://bit.ly/376vYH8 , ดูบนเว็บ : https://bit.ly/3wXv3DP