สวยประจักษ์ จับใจ นางงามวัย 19 ปี โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี

การเติบโต และได้เข้าถึงการศึกษากายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม ทำให้ โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี มองเห็นโอกาสที่รออยู่ในโลกกว้างตั้งแต่วัยเด็ก เธอจึงเลือกศึกษาต่อด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อปูทางไปสู่อนาคตนักการทูตหญิง นอกจากนี้การผ่านจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตหลังการผ่าตัดก้อนเนื้อส่วนเกินบริเวณหน้าอกในวัยเด็ก ทำให้เธอเลือกคว้าโอกาสในการประกวด MISS UNIVERSE THAILAND ตั้งแต่อายุ 18 ปี เพื่อสร้างความตระหนักถึงภัยใกล้ตัวอันดับ 1 ของผู้หญิงไทย และทั่วโลก อย่างโรคมะเร็งเต้านม

โอปอลเลือกลงพื้นที่และเดินทางไปสัมภาษณ์ชิงลึกกับหลากหลายบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งเต้านมพร้อมทั้งได้ร่วมงานกับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และมูลนิธิโรคมะเร็ง โรงพยาบาลศิริราช โดยเธอได้ริเริ่มแผนธุรกิจที่ไม่แสวงผลกำไรผลิตสินค้าเพื่อระดมทุนไปสู่การสนับสนุนให้ผู้หญิงในประเทศไทยได้มีความรู้ และตระหนักต่อปัญหาสุขภาพ อย่างถูกต้องและยั่งยืน

ความสุขของคุณคืออะไร?
“ความสุขของโอปอล คือ การได้ทานอาหารที่อยากทานได้นอนหลับพักผ่อนจนหายเหนื่อยจากวันก่อนหน้า มีสุขภาพกาย และใจที่แข็งแรง พร้อมเดินหน้าต่อไปในวันพรุ่งนี้”

เหตุการณ์ที่คุณไม่มีวันลืม?
“แสงไฟจากเพดานห้องผ่าตัดและเสียงนางพยาบาลที่กำลังเดินไปมา… โอปอล ในวัย 16 ปี ซึ่งกำลังนอนอยู่บนเตียงคนไข้ ต้องเผชิญหน้ากับความกลัว มากมายอยู่ตามลำพังโดยไม่สามารถขอกำลังใจจากใครได้ ณ วินาทีนั้นเอง โอปอลจึงสำนึกรู้ได้ว่า“คนเดียว” ที่จะอยู่กับเรา และจะพาเราก้าวข้ามทุก ความกลัวนั้นไปได้ ก็คือ ‘ตัวเราเอง”

บทเรียนที่ดีที่สุดในชีวิต?
“หลังจากเข้ารับการผ่าตัดก้อนเนื้อส่วนเกิน โอปอล ในวัย 16 ปี คนที่เคยถูกจำกัดด้วยคำพูดว่า “เธอยังเด็กเกินไปที่จะทำสิ่งต่างๆ” ก็ได้รับบทเรียนที่สำคัญกว่า เราไม่จำเป็นต้องเชื่อคำพูดหรือคำสบประมาทจากใครอีกแล้ว เพราะถ้าหากวันนั้นโอปอลไม่ได้ตื่นขึ้นมาหลังการผ่าตัดความฝันทุกอย่างก็คงถูกฝั่งไว้ตลอดกาล โอปอลจึงอยากให้ทุกคนทำตามเสียง “หัวใจที่กล้าหาญ” ของตัวเอง ไม่ว่าคุณจะเป็นเพศไหน อายุเท่าใด หรือถูกมองอย่างไรจากสังคมก็ตาม เหมือนที่โอปอลได้ตัดสินใจ เข้าร่วมการประกวด MUT ทันทีโดยไม่ลังเล เมื่ออายุถึง 18 ปี แม้จะมีเสียงทัดทานมากมายบอกให้เรา ‘รอ’ และเราเองก็มีความกลัวอยู่ลึกๆ แต่ ณ วันนั้น เสียงที่ดังที่สุดในหัวใจได้บอกให้เรา กล้าทำตามความฝัน โดยไม่ต้องมีคำว่า ‘รอ’ เพราะวันที่ดีที่สุด ในการเริ่มต้น ลงมือทำตามหัวใจก็คือปี 2022 และวันที่ดีที่สุดอีกครั้งคือ ‘วันนี้’ ในปี 2024″

การก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองมีความสำคัญอย่างไร?
“เพราะนั่นคือบททดสอบของชีวิตที่จะพิสูจน์ว่า เรามีความกล้าหาญและเข้มแข็งพอที่จะก้าวข้ามจักรวาลไปได้หรือไม่โอปอลเชื่อว่าไม่มีใครเกิดมาแล้วกล้าหาญเลย แต่ความกลัวต่างๆ จะสร้างความกล้า อย่างเช่นผู้หญิงที่ต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งเต้านม ต่างก็มีความกลัว แต่เธอเลือกที่จะก้าวต่อไปอย่างกล้าหาญพวกเธอจึงทรงพลัง โลกของเราต้องการ ผู้หญิงที่กล้าหาญ และ เข้มแข็ง สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดต่างๆ ได้ เพื่ออุ้มชูและเกื้อหนุนผู้หญิงด้วยกัน เพราะเมื่อผู้หญิงทุกคนแข็งแกร่ง สังคมก็จะถูกขับเคลื่อน และเมื่อนั้นโลกของเราก็จะเปลี่ยน”

แรงบันดาลใจในการก้าวข้ามขอบเขตของคุณคืออะไร?
“ลองจินตนาการถึงตัวเองที่ประสบความสำเร็จในอีก 10 ปี ข้างหน้าสิคะถ้าหากเรายอมแพ้ให้กับความกลัวในวันนี้เราก็จะไม่มีโอกาสได้เห็นตัวเราคนนั้นเลย โอปอลก็เช่นกัน ทั้งภาพอนาคตนักการทูต ผู้นำหญิงนักธุรกิจ และมงกุฎนางงามจักรวาล ฯลฯ ล้วนเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้โอปอลต้องก้าวข้ามทุกขีดจำกัดไปให้ได้ “เราจะข้ามผ่านจักรวาลไปไม่ได้เลยเรากลัวว่าจะไม่ได้เห็นโลกใบเดิมอีก” และเรื่องราวของเราก็จะเป็นตำนานสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นต่อไปได้อีกมากมาย”

คุณจะนำประสบการณ์จากการก้าวข้ามขอบเขตของจักรวาลในการประกวด MISS UNIVERSE THAILAND 2024 ไปใช้ในอนาคตอย่างไร?
“บนเส้นทางไปสู่จักรวาลครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องราวการเอาชนะความกลัวของตัวโอปอลเพียงคนเดียวหากยังมีเรื่องราว*หัวใจที่กล้าหาญ’ของผู้หญิงทุกคนที่สามารถพิชิตโรคมะเร็งเต้านมได้โดยมุ่งมั่นที่จะเป็นตัวแทนพวกเธอและตั้งใจที่จะเป็นผู้นำสาส์นแห่งความกล้าถ่ายทอดให้สังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญของประเด็นสุขภาพผู้หญิง ผ่านพื้นที่สื่อของ MISS UNIVERSE THAILAND เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับผู้หญิง ทั้งในไทย และระดับโลกต่อไป”
“BEYOND UNIVERSE” สำหรับคุณคืออะไร?
“ย้อนกลับไปยังวันที่รู้ว่าต้องเข้ารับการผ่าตัด โอปอลกลัวว่า ความฝัน และโอกาสของเราจะดับลง จนได้เรียนรู้ว่า ‘มีแค่เราเท่านั้น’ ที่จะคอยกุมมือตัวเองไปเผชิญหน้ากับมัน นั่นคือวันที่โอปอลได้เห็นถึง ‘ความกล้าหาญ’ ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในหัวใจของตัวเองเช่นเดียวกับเหล่าผู้หญิงที่ต้องต่อสู้กันโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งโอปอลมีโอกาสได้ไปสัมภาษณ์ และได้เรียนรู้ว่า พวกเราต่างก็ได้ค้นพบจิตจิตวิญญาณที่กล้าหาญ จากการเผชิญหน้ากับความกลัวการสูญเสียเหล่านั้นเช่นกัน ดังนั้น การก้าวข้ามจักรวาลของโอปอล คือการที่เราต้องเดินทางข้ามผ่านความกลัวแล้วได้กลับมาค้นพบว่า ‘เหนือจักรวาลที่ยิ่งใหญ่ ยังมีความกล้าหาญในใจเรา’ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุดในการก้าวข้ามทุกขีดจำกัด”

Cr. MUT Bangkok