ศิลปินครึ่งร้อยชีวิตขึ้นคอนเสิร์ต เพื่อนมีไว้ทำไม? เพื่อนำรายได้มอบให้ครอบครัว วินัย ไกรบุตร

สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี สำหรับคอนเสิร์ต "เพื่อนมีไว้ทำไม ?" เพื่อหารายได้ช่วยเหลือครอบครัว “พี่เมฆ” เมฆ วินัย ไกรบุตร ในค่ำคืนวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ณ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ซึ่งจริงๆแล้ว โปรเจ็กต์นี้ได้ผุดขึ้นมาก่อนที่ เมฆ วินัย จะจากไป แม้ว่าเมฆจะไม่อยู่แล้ว ด้านหัวเรือของโปรเจ็กต์นี้และเป็นเพื่อนสนิทของ เมฆ วินัย อย่าง หนุ่ม คงกระพัน ก็ไม่ล้มเลิก เดิมทีที่จะเอารายได้ช่วยเหลือค่ารักษาเมฆ วินัย ก็เปลี่ยนมาทำเพื่อระลึกถึงเมฆและให้กำลังใจครอบครัว โดยมอบเงินให้ทางภรรยาของเมฆและลูกๆทั้ง3คน เพราะ เอ๋ ภรรยาของ เมฆ วินัย ก็มีหนี้สินที่ต้องชดใช้ ถึง7 ล้าน และต้องเลี้ยงดูลูกที่ยังเป็นเด็กถึงสามคน

โดยคอนเสิร์ตครั้งนี้ ได้รวมศิลปิน นักร้องยุค 90 ไว้ในงานมากมายหลายท่าน เรียกได้ว่าเป็นการร่วมตัวกันครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ ได้แก่ หนุ่ม คงกระพัน , ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง , เจมส์ เรืองศักดิ์ , มอส ปฏิภาณ ,เต๋า สมชาย , ไท ธนาวุฒิ, กบ ทรงสิทธิ์ , อู่ ธรรพ์ณธร, ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง , โป่ง ปฐมพงศ์, เท่ห์ อุเทน , บิลลี่ โอแกน , ไวตามิน เอ , เต้ สวอน , กำปั้น บาซู, เด็บบี้ บาซู, แคท แคทรียา อิงลิช , อาร์ม ศิริโรจน์ , พลพล , มัม ลาโคนิค , หนุ่มเสก , ฟอร์ด สบชัย , จิ๊บ วสุ, อุ้ย รวิวรรณ , เก่ง ธชย , เสนาหอย , ดูโอเมย์ , โตโน่ ภาคิน , บอย พิษณุ , เบนซ์ พริกไทย ฯลฯ และรายได้จากการจำหน่ายบัตรทั้งหมดมอบให้กับครอบครัวของ เมฆ วินัย ไกรบุตร โดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ในงานมีพิธีการมอบเงินจากหน่วยงานต่างๆ รวม 150,000 บาท เงินจากเพื่อนศิลปินรวม 50,000 บาท และยังมีในส่วนของผู้จัด ไก่ วรายุฑ,ชมพู ฟรุ้ตตี้ เป็นตัวแทนศิลปินมามอบเงินสดให้อีกๆ 50,000 บาท รายได้จากจำหน่ายบัตรทั้งหมด 307,800 บาท สรุปสุดท้าย หนุ่ม คงกระพัน แจ้งยอดรวมทั้งหมด 1,100,000 บาท ซึ่งงานนี้สุดพิเศษ เพราะ“น้องมาร์ค มาวิน ไกรบุตร“ ลูกชายคนโต ของ เมฆ วินัย ก็ได้ขึ้นโชว์พลังเสียงร้อง ในเพลง มหาลัยวัวชน ของศิลปินวงพัทลุง และเพลง วิทลัยหลายใจ ของศิลปิน วิดไฮเปอร์ ซึ่งต้องบอกว่าร้องเพราะมากๆอนาคตไกลแน่นอนและยังมีลุงป้าน้าอา เพื่อนของพ่อ เตรียมสนับสนุนและผลักดันเต็มที่

หนุ่ม คงกระพัน พร้อมศิลปิน ได้ออกมาเปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงงานในวันนี้ว่า “ก็ขอบคุณทุกๆ คนนะครับที่มา และต้องขอบคุณมากๆ เลยคือพี่น้องเพื่อนๆ ศิลปินทุกท่านเลยที่มอบความรักให้กับพี่เมฆ และมาให้กำลังใจครอบครัวพี่เมฆ ทุกคนก็ยุ่งนะครับ คิวก็เยอะ และบางคนก็ทำงาน แต่ตอนเย็นก็มาช่วยงาน และหลายๆ ท่านกำลังขับรถมาจากต่างจังหวัดก็มี ก็ต้องขอบคุณมกาๆ เลยที่ทุกคนมอบความรักให้กับพี่เมฆ และมาส่งกำลังใจเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ว่าจะอยู่หรือไม่อยู่ ทุกคนรับปากตั้งแต่ตอนที่พี่เมฆยังมีชีวิต จนวันที่พี่เมฆอยู่ไม่ทันคอนเสิร์ตตัวเอง

จริงๆ วันนี้เราก็แพลนกันว่าพอเราร้องเพลงกันเสร็จ ถ้าพี่เมฆไหวยังไม่นอน ก็อยากจะให้เขามาบนเวทีด้วยตัวเอง เพื่อที่จะรับเงินที่พวกเราพยายามที่จะช่วยเรื่องของการรักษาอาการเจ็บป่วยที่ผ่านมา หนี้สินต่างๆ และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น ค่าเล่าเรียนลูกอะไรต่างๆ เยอะแยะมากมาย แต่วันนี้พอพี่เมฆไม่อยู่แล้ว เราก็ตกลงว่าคอนเสิร์ตเพื่อนมีไว้ทำไมก็ยังทำกันต่อ ยิ่งจะต้องทำ เพราะครอบครัวเขาก็ยังอยู่ เราก็ยิ่งจะต้องช่วยเขา

ก็ถือว่าวันนี้ประสบความสำเร็จนะครับ เพราะพอเราประกาศออกไปโต๊ะก็เต็มหมดเลย ตอนนี้ก็ยังมีแฟนคลับหรือคนที่มาหน้างานก็ไม่สามารถเข้าไปได้ เพราะไม่มีที่จริงๆ เราก็ยังรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิด ที่ว่าเขามาแล้วไม่มีที่ให้เขา แต่ไม่เป็นไรครับ ทุกคนก็มาส่งกำลังใจ และบอกว่าก็ดูไลฟ์สดก็ได้ (หัวเราะ) ก็รู้สึกดีใจมากๆ ครับ วันนี้ก็บอกทุกคนว่าเราจะไม่เศร้านะ ไม่อยากให้บรรยากาศบนเวทีเป็นไปด้วยความเศร้า เพราะมันเป็นคอนเสิร์ต เราก็อยากให้ทุกคนมีความสุข มีความบันเทิง รำลึกถึงเขาในมุมที่ดี ในภาพที่ดี และได้รับความสุขกลับบ้านไป

ตอนนี้ยอดจากโต๊ะทั้งหมดเราคงได้หลายแสน แต่เรายังไม่ได้สรุปยอดของค่าเข้า เงินในการที่ซื้อบัตรเข้าไปและเงินบริจาคต่างๆ ที่หลายคนมอบให้ ก็มีหลากหลายหน่วยงานที่มอบให้พี่เมฆด้วยความรัก และการประมูลของเล็กๆ น้อยๆ ก็คิดว่าน่าจะไม่น้อยนะครับ ก็เป็นกำลังใจให้เขา”

วันนี้ศิลปินมารวมตัวกันแบบไม่มีค่ายเลย?
“ใช่ครับ ก็ดีใจแทนเขา ไม่รู้เดินอยู่ในงานหรือเปล่า (หัวเราะ) ก็คงจะมีความสุขมาก เพราะทุกคนก็เคยร่วมงานกับพี่เมฆ ก็รักเขา คือทุกคนเหมือนกับพวกเราเป็นศิลปินอยู่ในวงการบันเทิงเดียวกัน เรียกว่าเราเป็นหนี้บุญคุณวงการบันเทิงนะ เพราะฉะนั้นคนในวงการบันเทิงก็จะรักกันแบบนี้ แค่บอกเองนะ ทุกคนก็บอกว่าจะมาช่วย บางคนข่าวไม่ไปถึงเขาหรือไม่ได้เอ่ยปากบอกและน้อยใจก็มี เพราะว่าทุกคนก็อยากมาช่วย เราก็เกรงใจเพราะศิลปินมากันเยอะมาก เราก็กลัวว่าจะไม่มีพื้นที่ให้เขาแสดง แต่ทุกคนก็มาด้วยใจ ดีใจมากๆ เลยครับ”

ตอนแรกคิดมั้ยว่าจะมากันเยอะขนาดนี้?
“ไม่คิดเลย ตอนแรกดีไซน์เองคิดว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวผมก็ชวนพี่แท่ง (ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง) เอาวงเรามาแล้วก็ร้องกันให้เต็มที่ (หัวเราะ)​ แต่พอไปๆ มาๆ ศิลปินมากันเยอะ ก็คิดว่าไม่ต้องร้องแล้ว (หัวเราะ) ให้ศิลปินเขาร้องดีกว่า และเราก็รับแขกไป ”

อยากบอกอะไรกับเพื่อนๆ ศิลปินและแฟนคลับที่มาบ้าง?
“ก็ต้องขอบคุณทุกคนเลยครับ ขอบคุณแฟนคลับ ขอบคุณเพื่อนๆ ศิลปิน ขอบคุณโรงเบียร์​ ขอบคุณทีมงานที่อยู่เบื้องหลังทุกท่านเลย ทุกคนเหนื่อยมากนะ ทุกคนมีงานส่วนตัว มีภาระส่วนตัวที่จะต้องจัดการ แต่ว่าทุกคนก็สละเวลามา และเราก็เป็นมือใหม่ในการจัด ถ้ามีอะไรผิดพลาดไปบ้างก็ต้องกราบขออภัยทุกท่านที่มาเลย ก็ถือว่าครั้งหน้าต้องเป็นพี่หนุ่มแล้ว (หัวเราะ) ไม่หรอก หยอกกัน ก็ดีใจ และขอบคุณแฟนคลับของพี่เมฆ และที่สำคัญคือครอบครัวของพี่เมฆ โดยเฉพาะน้องเอ๋ (อรชัญญาช์ ไกรบุตร) ที่สู้มาก ตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เขาดูแลพี่เมฆแทนพวกเราหนักมาก เหนื่อยมาก ทุ่มเททั้งชีวิต และเป็นแบบอย่างให้กับคู่ชีวิตทั่วประเทศเลย คนที่เป็นคู่ชีวิตทั่วประเทศก็ยอมรับเลยครับ และชื่นชมเขา วันนี้เราก็มาเป็นกำลังใจให้เขาแหละ ก็ฝากพี่น้องในวงการบันเทิงด้วย หลานทั้ง 3 คนก็คือลูกๆ ของพี่เมฆ ก็คิดว่าเหมือนครอบครัวกันแหละ ก็ขอบคุณทุกคนเลยครับ กราบขอบพระคุณมากจริงๆ (ยกมือไหว้)”

ทางด้าน “เอ๋ อรชัญญาช์ ไกรบุตร“ ภรรยา “เมฆ วินัย ไกรบุตร“ก็ได้เปิดใจกับสื่อว่า “วันนี้ก็ดีใจแทนพี่เมฆนะคะ ถ้าเขายังอยู่เขาคงเป็นปลื้ม จริงๆ เขาก็รู้ว่าเพื่อนเขาเยอะ แต่เขาไม่รู้ว่าเพื่อนรักพี่เมฆมากแค่ไหน วันนี้ถ้ามองอยู่พี่เมฆก็คงจะดีใจค่ะ” “ก็เกินคาด ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ค่ะ ก็มีกำลังใจค่ะ ที่ทำให้เห็นว่าพี่เมฆไม่ต้องเสียใจแล้ว และถ้ายังอยู่ ถ้ายังได้ยินก็อยากให้รู้ว่าให้ไปอย่างมีความสุข เพราะพวกเราก็จะใช้ชีวิตของพวกเราอย่างดีที่สุดเหมือนกัน”

วันนี้ “น้องมาร์ค” ก็ขึ้นร้องเพลงด้วย?
“อันนี้เกินคาดค่ะ (หัวเราะ)​ เป็นเวทีใหญ่ครั้งแรกเลยค่ะ เขาก็ตื่นเต้นมาก เพราะก่อนจะขึ้นเวทีเขาสั่น เขาตื่นเต้นมาก เขาไม่คิดว่าเวทีจะใหญ่ขนาดนี้ และเจอคนเยอะขนาดนี้“

น้องชอบร้องเพลงด้วยใช่มั้ย?
"เขาชัดเจนตั้งแต่เล็กๆ เลย จริงๆ พี่เมฆอยากให้เขาเป็นนักแสดง พี่เมฆก็เป็นโค้ชแอ็คติ้งให้ตั้งแต่เขายังเล็กๆ ก็จะมีคลิปที่พี่เมฆสอนลูกแอ็คติ้งอยู่ แต่เขาบอกพ่อว่าเขาไม่ชอบเลย เขาอยากเป็นนักร้อง เขารู้สึกว่าเขามีความสุขเวลาเขาร้องเพลง เอ๋เห็นวันนี้ก็เกินคาด ไม่คิดว่าวันนี้เขาจะร้องได้ดี และคนที่ฟังอยู่และชื่นชมในตัวพ่อเขาก็ส่งผลมาชื่นชมลูกด้วยค่ะ (ยิ้ม)"

พี่หนุ่ม คงกระพันฝากฝังหลานกับแฟนๆ และเพื่อนๆ ทุกคนไว้ด้วย?
"พี่หนุ่มเขาเป็นห่วงมาก จริงๆ ไม่ใช่พี่หนุ่มคนเดียวหรอก ทั้งโตโน่และหลายๆ คนที่มาคุย เขาก็กลัวว่าหลังจากช่วงยุ่งๆ นี้มันก็จะเป็นช่วงที่เงียบ เขาก็กลัวว่าเราจะดิ่ง แต่อยากจะบอกว่าเราไม่ดิ่งหรอก เพราะเรามีเป้าหมาย คือจะร้องไห้วันที่เผาพี่เมฆเป็นครั้งสุดท้าย และจะพยายามไม่ร้องแล้ว"

บรรยากาศเมื่อเช้าที่ไปลอยอังคารเป็นยังไงบ้าง?
"ก็ได้ส่งเขาเป็นครั้งสุดท้าย น้องเมิร์ช น้องมาร์ค น้องแมม ก็เห็นคุณพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ทุกคนก็อยากให้พ่อเขาไปสู่ภพภูมิที่ดีค่ะ"

ช่วงนี้พิธีการก็เสร็จหมดแล้ว หายเหนื่อยหรือยัง?
"จริงๆ ไม่อยากหยุดเหนื่อยนะ เพราะถ้าหยุดเหนื่อยก็ต้องอยู่คนเดียว ก็อยากจะให้มันยุ่งๆ เข้าไว้ค่ะก็ต้องลุยงานทำงานไป"

งานตอนนี้ทำอะไรบ้าง?
"ตอนนี้ก็มีจะเปิดบริษัทเพิ่มนะคะ แล้วก็มีโรงงานผลิตอาหารเสริม ผลิตเครื่องสำอางค์ และกำลังดูเกี่ยวกับการส่งออกอยู่ค่ะ กำลังคุยกันไว้หลายทีมพอสมควร เพราะจริงๆ แล้วเป็นแพลนที่เอ๋วางไว้ก่อนที่พี่เมฆจะไป แต่เอ๋ยังไม่ได้คุยกับเขา เพราะเห็นว่าเขายังไม่ได้อยู่ในโหมดที่คุยกับเราได้ แต่ก็วางแผนไว้ก่อน เพราะเอ๋รู้ว่าช่วงนั้นเราต้องแบกรับค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะ เอ๋ก็อยากจะให้เขาภูมิใจและให้เขากลับมาแข็งแรงได้เร็ว แต่มันก็กลายเป็นว่าเขาจากไป แต่เราก็ยังต้องสานต่อค่ะ"

มีส่วนไหนที่ยังกังวลหรือต้องจัดการอีกมั้ย?
"จริงๆ เป็นเรื่องหนี้สินมากกว่าค่ะ เพราะเรื่องการศึกษาของลูกๆ เอ๋มองว่าถ้ายังทำงานต่อไปก็ยังสามารถเก็บเงินส่งลูกเรียนได้ แต่ในส่วนหนี้สินของพี่เมฆ เอ๋ก็อยากจะเคลียร์ให้มันสะอาด จริงๆ ปีนี้ก็ตั้งเป้าหมายไว้ว่าถ้าเป็นไปได้จะเคลียร์หนี้เขาให้หมด ก็ประมาณ 7-8 ล้านค่ะ ก็อยากจะเคลียร์ให้หมดภายในปีนี้ค่ะ จริงๆ คนเรามันต้องมีเป้าหมายก่อน และเราก็จะรู้สึกว่าเราต้องทำมันให้สำเร็จ"

เป็นเงินก้อนที่รักษาตัวพี่เมฆมาตลอดใช่มั้ย?
"มันเป็นก้อนที่พี่เมฆเขาก็รู้อยู่แล้ว เพราะเขาเป็นคนเอ่ยปากหยิบยืมมา และเป็นส่วนที่เขาใช้รักษาตัวเอง จากการที่ต้องซื้อพวกอุปกรณ์ต่างๆ ถ้าเคยไปสัมภาษณ์ที่บ้านก็จะเห็นว่าอุปกรณ์พี่เมฆค่อนข้างเยอะและใช้เปลือง แต่เราก็ต้องเน้นความสะอาด เพราะที่ผ่านมา 5 ปีเขาไม่เคยติดเชื้อเลย อย่างของใช้ของเขาทั้งหมดเอ๋ก็ซักด้วยน้ำร้อนหมด อาบน้ำ ทำแผลเขา พวกน้ำเกลือก็ใช้วันนึงเป็นลังๆ เรามั่นใจเลยว่าการดูแลของเรา เขาไม่มีทางติดเชื้อ แต่ที่ติดเชื้อที่ผ่านมามันเป็นเพราะว่าเขาไปลอกหนังตัวเองออกหมด"

ถ้าเกิดมีพี่ๆ เพื่อนๆ ในวงการอยากจะเข้ามาช่วยเหลือหรือร่วมกันทำแบรนด์ก็โอเคใช่มั้ย? “ยินดีค่ะ พร้อมเสมอค่ะ เอ๋อยากทำงาน อยากให้ยุ่ง อยากหาเงินให้ได้เยอะๆ เอ๋ตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี ตอนนี้เอ๋ไม่โฟกัสเรื่องอะไรเลยนอกจากเรื่องหาเงินกับเรื่องการส่งลูกให้เรียนสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ค่ะ คืออนาคตของลูกๆ มาเป็นอันดับหนึ่งตอนนี้ค่ะ”