เปิดลิสต์ว่าที่ ส.ส. ผันตัวจากคนบันเทิง เดินสู่เส้นทางการเมืองผ่านการเลือกตั้งปี2566

จบลงไปแล้วสำหรับการเลือกตั้งปี2566 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2566 ที่ผ่านมา นับเป็นอีกหนึ่งครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์การเลือกตั้งที่ม่ประชาชนคนไทยออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงประชาธิปไตยของตนเองมากที่สุดครั้งหนึ่ง โดยต่อมาในวันที่ 15 พ.ค.2566 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงสรุปภาพรวมการเลือกตั้ง 14 พ.ค. ล่าสุดการนับคะแนนเป็น 99.% ว่า เมื่อวานนี้ มีผู้ใช้สิทธิ 39,293,867 คน หรือ 75.22% จากผู้มีสิทธิฯ 52,238,594 คน ซึ่งเป็นการจัดเลือกตั้งครั้งที่ 7 พบตัวเลขผู้ใช้สิทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยปี 2562 มีจำนวนผู้ใช้สิทธิเฉลี่ย 74.87% เป็นตัวเลขที่น่ายินดี สะท้อนให้เห็นความตั้งใจในการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง โดยในศึกการเลือกตั้ง ปี2566 มีคนดังในวงการบันเทิง ทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ ต่างตบเท้าเข้าสู่สนามการเมือง ร่วมชิงเก้าอี้ส.ส.จากหลากหลายพรรคการเมืองกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งในผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ได้มีการประกาศออกมาแล้วว่าผู้สมัครคนใดจากพรรคไหนการเมืองไหนบ้างได้เป็นว่าที่ส.ส. และในวันนี้ “สยามดารา” ได้รวบรวมรายชื่อคนดังแวดวงบันเทิงที่สอบผ่านเก้าอี้ ส.ส. ในการเลือกตั้ง 2566 "ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" เริ่มจากจากคนที่ฮอตและเป็นตัวเต็งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทยอย่าง "ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ซึ่งนาทีนี้ไม่พูดถึงคงไม่ได้ ต้องบอกว่าก่อนที่ทิม-พิธา จะเดินทางเข้าสู้เส้นทางการเมืองอย่างเต็มตัว นั้นเจ้าตัวเคยมีชื่อป้วนเปี้ยนอยู่ในวงการบันเทิงอยู่ไม่น้อย เคยถ่ายโฆษณา ถ่ายแบบ แคสต์หนัง และเป็นหนุ่มฮอตที่สาวๆ หลายคนเฝ้าตามกรี๊ดตั้งแต่ในช่วงวัยรุ่น ทิม-พิธาเคยพูดในรายการหนึ่งว่าช่วงวัยรุ่นนั้นเขาไปแคสทั้งโฆษณาทั้งหนังอยู่หลายเรื่อง แม้อาจจะไม่ได้เรียกว่าเป็นคนบันเทิงเต็มตัวแต่ก็เข้าใจและรู้ถึงการทำงานเบื้องหลังของวงการบันเทิงดีว่าเป็นสิ่งที่ต้องทุ่มเทมากขนาดไหน จนต่อมาทิมกลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการบันเทิงจากการได้เป็น 1 ใน 50 สุดยอดหนุ่ม CLEO 2008 เคยมีข่าวคบหาดูใจกับ นักร้องสาว “ตอง-ภัครมัย โปรตระนันท์” แต่ในตอนนั้น ตองก็ออกมาปฎิเสธว่าเป็นแค่เพื่อนกัน และต่อมา ประกาศตัวคบ “ต่าย-ชุติมา ทีปะนาถ” ที่โด่งดังจากหนังเรื่อง "ซีซั่น เช้นจ์ เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย"และแต่งงานกันมีลูกสาว 1 คน ชื่อ"น้องพิพิม" ก่อนจะประกาศแยกทางกลายเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวไปในที่สุด ซึ่งในตอนนี้เจ้าตัวหันมาลงการเมืองเต็มตัวและเรียกได้ว่าเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ประชาชนเทคะแนนให้ "แดดดี๊ทิม" อย่างท่วมท้นจนชนะการเลือกตั้งและกำลังจะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย "หมิว-สิริลภัส กองตระการ" อดีตนางงาม-นักแสดงสู่การชนะเลือกตั้ง สำหรับ "หมิว-สิริลภัส กองตระการ" ผู้สมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคก้าวไกล กรุงเทพมหานคร เขต 14 เขตวังทองหลาง (เฉพาะแขวงคลองเจ้าคุณสิงห์), เขตบางกะปิ โดยหลังจากนับคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ โดยเธอได้รับชัยชนะกวาดไป 42,187 คะแนนยืนหนึ่งทิ้งห่างคู่แข่งขาดลอย ซึ่งภายหลังการนับคะแนนการเลือกตั้ง2566 (อย่างไม่เป็นทางการ) “หมิว สิริลภัส”ออกมาเคลื่อนไหวโพสต์เฟซบุ๊กเปิดใจเพื่อขอขอบคุณทุกคะแนนเสียง ระบุว่าขอบคุณทุกๆคะแนนเสียงเมื่อได้เข้าไปทำงาน จะทำงานให้คุ้มค่ากับเงินเดือน สำหรับ “หมิว-สิริลภัส” ปัจจุบันอายุ 36 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และจบการศึกษาระดับปริญญาโท เกียรตินิยม อันดับ 1 จากสาขานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม โดยเส้นทางเข้าสู่วงการบันเทิง “หมิว สิริลภัส” เริ่มจากการประกวด “มิสทีนไทยแลนด์ 2003” ได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 จากนั้นได้ลงสนามเวทีนางงาม “ประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ประจำปี 2552” ทำผลงานดีที่สุดผ่านเข้ารอบ 12 คนสุดท้าย ก่อนที่จะมาเป็นนักแสดงแห่งวิกหมอชิต มีผลงานละครเกือบ 40 เรื่องทำแฟนๆ ชื่นชอบฝีมือมากมาย ในเรื่องของเส้นทางการเมือง “หมิว สิริลภัส” เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่แสดงจุดยืนชัดเจน ออกมาคอลเอาท์อยู่บ่อยครั้ง จนเกิดการใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมทำให้มีผลกระทบกับงานในช่องดัง นำมาสู่การยกเลิกสัญญาตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2564 จากกำหนดการเดิม 31 ธันวาคม 2565 และนั่นจึงเป็นจุดพลิกผันที่เธอต้องเบรกงานในวงการบันเทิง ตัดสินใจลงสู่สนามการเมืองเมื่อช่วงเดือน ธันวาคม 2565 และลงสมัคร ส.ส.เขตบางกะปิ ในนามของพรรคก้าวไกล และในวันนี้ “หมิว สิริลภัส” ขึ้นแท่นเป็นว่าที่ ส.ส. หญิงขวัญใจประชาชนคว้าเก้าอี้ ส.ส.ครั้งแรกในชีวิต “ปาล์ม-วิทวัส ติชะ” ถัดมาเป็นอีกหนึ่งคนที่ฮือฮาไม่น้อย เมื่ออดีตนักแสดงซีรีส์หนุ่ม “ปาล์ม-วิทวัส ติชะ” ได้เปลี่ยนเส้นทางชีวิต จากนักแสดงหนุ่มไฟแรง สู่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคก้าวไกล กรุงเทพมหานคร เขต 15 คันนายาว-บึงกุ่ม โดยหลังจากนับคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ “ปาล์ม-วิทวัส” ได้คว้าชัยชนะกวาดไป 35,904 คะแนน ภายหลังทราบคะแนนการเลือกตั้ง “ปาล์ม-วิทวัส” ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ขอบคุณทุกแรงเชียร์ การซัพพอร์ต และทุกคะแนนเสียงที่ไว้วางใจให้ทำหน้าที่ในสภา ระบุว่า “ขอบคุณพ่อแม่พี่น้องทุกท่านที่ให้โอกาสผม ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้ ขอบคุณที่คอยสนับสนุนผม และเชื่อมั่นในตัวผม ขอบคุณครับ” สำหรับ "ปาล์ม-วิทวัส" วัย 28 ปี เป็นที่รู้จักในวงการบันเทิงจากการร่วมแสดงซีรีส์วายแจ้งเกิดวงการซีรีส์วายฟีเวอร์ในเมืองไทยอย่าง "Love Sick The Series" (รักวุ่น วัยรุ่นแสบ) และมีผลงานแสดงอื่น ๆ ให้เห็นกันอยู่ต่อเนื่องอาทิ ละครฟ้ามีตา(ตอนซอมบี้) ด้านการศึกษา “ปาล์ม วิทวัส” เคยไปเรียนไฮสคูลที่อเมริกานานถึง 3 ปี และศึกษาที่ Thammasat University Faculty of Liberal Arts (Business English Communication) และเส้นทางการเมือง “ปาล์ม” เคยให้สัมภาษณ์เรื่องการทำงานการเมืองว่าเป็นอีกจังหวะชีวิตที่เขาตัดสินใจอาสามาทำงานเพื่อประเทศเพราะช่วงโควิด-19 เขาเห็นความลำบากของประชาชนคนไทยที่ยากจน  และเมื่อมีผู้ใหญ่ชวนลงส.ส เขาจึงไม่ปฏิเสธ จนศึกการเลือกตั้งปี 2566 เขาก็สามารถคว้าชัยชนะนั่งเก้าอี้ ส.ส. ครั้งแรกในอายุเพียง28 ปีเท่านั้น “เพชร-กรุณพล เทียนสุวรรณ” มาถึงอดีตนักนักแสดงรุ่นใหญ่ที่คอบันเทิงชาวไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี สำหรับ “เพชร-กรุณพล เทียนสุวรรณ” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลำดับที่ 21 ขณะที่ผลคะแนนเลือกตั้ง 2566 (อย่างไม่เป็นทางการ) ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ไป 39 ที่นั่ง ปัจจุบัน “เพชร-กรุณพล” อายุ47 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร เส้นทางสู่วงการบันเทิงของ “เพชร-กรุณพล” เริ่มด้วยการถูกขอสัมภาษณ์ลงในหนังสือ ขณะไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเมื่อหนังสือออกวางแผง ด้วยใบหน้าหล่อเข้ม และส่วนสูงถึง 185 เซนติเมตร ก็ทำให้ไปเข้าตาของ “ผู้จัดละครไก่-วรายุฑ มิลินทจินดา” จึงได้รับการติดต่อให้ไปลองแคสต์และเล่นละคร และด้วยเหตุนี้เองทำให้เขาต้องพักโปรแกรมเรียนต่อของตัวเองเอาไว้ก่อน เพชรให้ความสำคัญกับการเป็นนักแสดง ต่อมาเพชรก็มีโอกาสรับงานแสดงละครอีกหลายเรื่อง รวมแล้วมีผลงานละครมากกว่า 60 เรื่อง จุดเริ่มพลิกผันชีวิตจากดารานักแสดงสู่นักการเมือง โดย “เพชร กรุณพล” เป็นดาราที่ออกมาแสดงจุดยืนทางการเมืองชัดเจน โดยเลือกที่จะอยู่สนับสนุนประชาธิปไตยมาโดยตลอด และการเลือกตั้งในช่วงปี 2557 จนส่งผลให้เขาถูกคนในวงการบางกลุ่มแบน ตลอดจนถึงเคยถูกปลดจากละครเพราะจากเรื่องการเมือง และจนกระทั่งในปี2564 ได้พักหันหลังให้กับวงการบันเทิง ลองชิมลางการเมือง ลงสมัครเลือกตั้งซ่อม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรุงเทพมหานคร เขต 9 จากพรรคก้าวไกล ในช่วงปลายปี 2564 โดยเป็นการเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่ จตุจักร (ยกเว้นแขวงจตุจักร และแขวงจอมพล) จากกรณีที่ นายสิระ เจนจาคะ จากพรรคพลังประชารัฐ ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากเคยถูกศาลพิพากษาจำคุกในคดีทีเกี่ยวกับการทุจริต  แต่การเลือกตั้งซ่อมครั้งนั้น “เพชร กรุณพล” พ่ายแพ้ให้กับ “สุรชาติ เทียนทอง” จากพรรคเพื่อไทย โดยมีคะแนนตามมาเป็นอันดับที่ 2 ต่อจากนั้น “เพชร กรุณพล” ขยับเข้าไปทำงานกับพรรคก้าวไกล ในตำแหน่งรองโฆษกพรรคก้าวไกล ร่วมกับ “สุทธวรรณ-สุบรรณ ณ อยุธยา” และเข้าสู่สนามการเลือกตั้งอีกครั้งในปี 2566 ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลำดับที่ 21 ภายหลังผลคะแนนเลือกตั้ง 2566 (อย่างไม่เป็นทางการ) ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ไป 39 ที่นั่ง   "หมอเก่ง-นายแพทย์ วาโย อัศวรุ่งเรือง" ตามมาด้วยอดีตหนุ่มนักร้องเสียงดีกรีหมอหน้าใสขวัญคนรุ่นใหม่ สำหรับหมอเก่ง-นายแพทย์ วาโย อัศวรุ่งเรือง หรือ เก่ง The Star 6 ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลำดับที่ 17 ขณะที่ผลคะแนนเลือกตั้ง 2566 (อย่างไม่เป็นทางการ) ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ไป 39 ที่นั่ง ปัจจุบัน “หมอเก่ง วาโย” อายุ 36 ปี และต้องบอกเลยว่า หมอเก่งนั้นเก่งสมชื่อเพราะเขาได้จบการศึกษาปริญญาตรี 2 ใบ และปริญญาโท 5 ใบ รวมทั้งหมด 7 ใบ ซึ่งมีดังนี้ (ปริญญาตรี) ใบที่1 - แพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ใบที่2 - นิติศาสตรบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ปริญญาโท) ใบที่3 - วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ สำนักวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ใบที่4 - นิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายการแพทย์ คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ใบที่5 - (วิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ใบที่6 - บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ใบที่7 - วุฒิบัตรเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล “บรู๊ค-ดนุพร ปุณณกันต์” ปิดท้ายด้วยอดีตพระเอกดัง “บรู๊ค-ดนุพร ปุณณกันต์” หรือที่รู้กันในฐานะสามีของนักแสดงสาวชื่อดัง”กบ-สุวนันท์ ปุณณกันต์” ที่ในศึกการเลือกตั้ง2566 “บรู๊ด ดนุพร” กลับมาสู่สนามการเมืองเลือกตั้งอีกครั้ง หลังวางมือไปพักใหญ่ ด้วยการลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ปัจจุบัน “บรู๊ด-ดนุพร” อายุ 52 ปี จบการศึกษาปริญญาตรี และ ปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์สาขาการปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง และจบปริญญาตรีใบที่ 2 มหาวิทยาลัยแอนติออก เมืองซีแอตเติล และจบปริญญาโทใบที่ 2 สาขาเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยซีแอตเติล ด้านชีวิตในวงการบันเทิง “บรู๊ค-ดนุพร” เคยเป็นนักแสดงในสังกัดสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 ตั้งแต่ปี 2541 - 2548 (เป็นเวลา 8 ปี) ละครเรื่องแรก "ลูกตาลลอยแก้ว" ปีพ.ศ. 2541 แล้วเรื่องสุดท้ายทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 คือเรื่อง "พยัคฆ์ร้ายหัวใจจิ๋ว" ปี พ.ศ. 2548 และเส้นทางในงานการเมือง “บรู๊ค-ดนุพร” เริ่มด้วยเข้าพรรคไทยรักไทย ซึ่งเป็นการทำงานการเมืองคนละขั้วกับพี่ชาย (นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์)แต่ก็ยังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นตำแหน่งแรกในทางการเมือง ต่อมาได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2548 ในเขตสาธรและยานนาวา กรุงเทพมหานคร แต่ไม่ได้รับเลือก โดยแพ้ให้กับ กรณ์ จาติกวณิช ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ และลงสมัครอีกหลายแต่ก็มักจะมีจังหวะเวลาที่ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่สักที ล่าสุดในการเลือกตั้งปี 2566 “บรู๊ค-ดนุพร” หวนคืนสมัครรับเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชื่อสังกัดพรรคเดิม ในลำดับที่ 25 นอกจากนี้เขายังได้รับมอบหมายเป็นประธานคณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานครของพรรค และภายหลังการนับคะแนนเลือกตั้ง2566 (อย่างไม่เป็นทางการ) ทำให้ “บรู๊ค-ดนุพร” กลับมาเป็นว