หน้าแรก คอลัมน์ คนในเมืองน้ำหมึก
มนัส โอภากุล ช้างป่าต้น คนสุพรรณต้นแบบของ แอ๊ด คาราบาว
29 เมษายน 2010 16:13 น.  View : 779  Post : 0  





ต้องยืนยันอย่างตรงไปตรงมาว่า หนังสือเล่มนี้คือหนังสือสารคดีชีวประวัติของปราญช์ชาวบ้านที่หาอ่านได้ไม่ง่ายนักในยุคปัจจุบันนี้ เพราะจะหาชีวิตของใครที่ครบเครื่องรอบด้านให้เหมือนชีวิตของ ''ครูมนัส โอภากุล'' คงจะหาได้ไม่ง่ายนัก



ท่านเป็นทั้งนักโบราณคดี, นักประวัติศาสตร์และเป็นผู้ที่ศึกษาเรื่องราวของพระเครื่องกรุเมืองสุพรรณ จนมีความรู้แตกฉาน ท่านมีผลงานเขียนเจาะลึกเรื่องราวเมืองสุพรรณ อาทิ ประวัติศาสตร์เมืองสุพรรณ, พระผงสุพรรณ, พระกรุเมืองสุพรรณ, อู่ทองกับพระพุทธบาทวัดเขาดีสลักฯ, ศิลปะพระบูชาแห่งเมืองสยาม   ฉบับพุทธศิลป์แห่งสยาม ฯลฯ ย่อมเป็นเครื่องการันตีความรู้ระดับ "โคตรเซียน" ได้เป็นอย่างดี

แถมยังเป็นอดีตนักกีฬาผู้มีความสนใจและช่ำชองในเกือบทุกประเภท, เป็นคุณพ่อตัวอย่าง ผู้จุดประกาย ส่งเสริม ให้ลูกชายคนเล็กกลายเป็นศิลปินเพลงผู้ชีวิตผู้ยิ่งยงที่ชื่อ "ยืนยง โอภากุล" หรือ "แอ๊ด คาราบาว" ได้เดินตามรอยบนถนนสายดนตรีจนประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่

"มนัส โอภากุล" ผลงานเล่มนี้ได้นักเขียนฝีมือฉกาจอย่าง ภาณุมาศ ภูมิถาวร มารับหน้าที่เป็นผู้เรียบเรียงเนื้อหาทั้งหมด โดยมี ปรีดา ข้าวบ่อ เจ้าของสำนักพิมพ์มิ่งมิตร มารับหน้าที่เป็นบรรณาธิการเล่มให้เพื่อจะได้ดูแลงานอย่างใกล้ชิด

เพราะถ้าจะว่าไปแล้วต้องถือว่า เป็นเรื่องที่ชาวสุพรรณบุรีน่าจะภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่นอกจากทางสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยจะได้ประกาศเกียรติคุณและมอบโล่รางวัลนราธิป ประจำปี 2552 ให้กับ มนัส โอภากุล ซึ่งได้มีการจัดพิธีมอบรางวัลกันไปแล้วในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมใหญ่  หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี

ล่าสุดทางสำนักพิมพ์มิ่งมิตร ยังจัดพิมพ์เรื่องราวของ มนัส โอภากุล ออกมาเป็นหนังสือน่าอ่าน น่าศึกษา หลังจากที่สำนักพิมพ์แห่งนี้ พิมพ์ผลงานเขียนของ "แอ๊ด คาราบาว" ออกมาหลายเล่ม

มนัส โอภากุล เป็นชาวสุพรรณฯโดยกำเนิด เป็นนักปราชญ์ในด้านพระเครื่องเมืองสุพรรณและเป็นนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผู้ทุ่มเทกำลังกายใจศึกษาค้นคว้าพลิกอิฐพลิกหินทีละก้อนพิเคราะห์เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เมืองสุพรรณฯด้วยตัวเอง จนสามารถเขียนบทความโต้แย้ง ท้วงติง ข้อมูลในส่วนคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เมืองสุพรรณฯกับนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ทั้งหลายได้อย่างมีเหตุมีผล และเป็นที่ยอมรับของนักประวัติศาสตร์จากสถาบันการศึกษาต่างๆ  

หนังสือเล่มนี้ที่ใช้ชื่อว่า "ช้างต้น คนสุพรรณ" เป็นหนังสือที่น่าสนใจเพราะเป็นการกลั่นเรื่องมาจากคำให้สัมภาษณ์ทั้งจากปากคำลูกชาย (ยืนยง โอภากุล)และตัวครูมนัส ซึ่งสัมภาษณ์และเรียบเรียงโดยนักเขียนคุณภาพ ภาณุมาศ ภูมิถาวร ทำให้ทราบว่าบรรพบุรุษของทั้งฝ่ายตัวครูมนัสเอง และฝ่ายภรรยาต่างก็เป็นคนจีนด้วยกัน แอ๊ด คาราบาว เล่าเรื่องราวของพ่อผ่านตัวหนังสือในบทที่ชื่อว่า น่าจะเป็นคำนำว่า 

"พ่อเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ฝ่ายมารดาชื่อเง็กฮ้วง เจริญประเสริฐ เป็นคนไทยแถววัดชายทุ่ง (ออกจากตัวเมืองเลียบลำน้ำท่าจีนไปยังอำเภอบางปลาม้า ราว ๆ 2 กิโลเมตร) ส่วนจะเป็นไทยขนาดไหนผมเองก็ไม่ทราบแน่ชัด แต่สังเกตจากชื่อเป็นจีน นามสกุลเป็นไทยก็รู้ว่ามีจีนปนแน่ๆ เรื่องนี้ก็ไม่แปลกสำหรับคนสุพรรณฯ ขนาดแม่น้ำยังเรียกว่าแม่น้ำท่าจีนมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แสดงว่าเมืองสุพรรณบุรีนี้คนจีนเข้ามาตั้งรกรากอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำนานพอๆกับการก่อร่างสร้างตัวของเมืองเลยทีเดียว

ผมมีตัวอย่างอีกอันหนึ่ง บรรพชนทางสายแม่ของผมนับย้อนกลับขึ้นไป 5 ชั้น หรือ 5 เจนเนอร์เรชั่น ก็ยังเป็นพ่ออ้าย แซ่ตั้ง, แม่งิ้ว แซ่ฉั่ว แสดงว่า แม่ของแม่ของแม่ของแม่ผมก็ยังเป็นจีน ด้วยความเป็นจีนในสายเลือดนี้กระมังที่ทำให้คุณย่าผม หรืออาม้าผม หรือแม่ของพ่อผมส่งพ่อผมไปเรียนโรงเรียนจีนที่ถนนทรงวาด กทม. ตั้งแต่พ่ออายุ 13 ขวบและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพ่อก็มาจากการอบรมสั่งสอนโดยโรงเรียนจีนตามสำนวนว่า "เรียบร้อยโรงเรียนจีน" นั่นเอง

ครูมนัสเองยังบอกว่าที่โรงเรียนจีนสอนให้ท่านรู้จักจดบันทึกประจำวัน ซึ่งอาจเป็นไปได้ที่การเขียนบันทึกเรื่องราวประจำวันซึ่งท่านได้มาจากโรงเรียนจีนนี้ ทำให้ตัวครูมนัสเป็นคนเรียบร้อย มีระเบียบวินัยต่อการทำงานและจดบันทึกข้อมูลต่างๆ และเรื่องราวที่สำคัญทุกอย่างในชีวิตประจำวัน ซึ่งจุดนี้อาจจะส่งผลให้ท่านเป็นนักเขียนที่มีความรอบรู้ในเวลาต่อมาก็เป็นได้

ดังนั้น โรงเรียนจีนที่ครูมนัสได้ไปเล่าเรียนในสมัยนั้น นอกจากได้ประสิทธิ์ประสาทความรู้ด้านภาษาจีนแล้ว ยังได้บ่มเพาะนิสัยรักการเขียนให้กับครูมนัสในกาลต่อมาด้วย ทั้งจากงานเขียนที่ปรากฏในหลากหลายคอลัมน์ หลากหลายนามปากกา แต่จากคมความคิดของผู้เขียนคนเดียวในหน้าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น 

เพราะนอกเหนือจากเขียนตำราเกี่ยวกับพระเครื่องเมืองสุพรรณ เขียนคอลัมน์ประจำให้กับนิตยสารแนวพระเครื่องหลายฉบับ เขียนบทความเชิงวิชาการแล้วและก่อนหน้านี้ท่านยังเคยเป็นทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ในชื่อหนังสือพิมพ์ คนสุพรรณ  อีกด้วย

เรียกว่า นอกจากจะเป็นชาวบ้านธรรมดาประกอบสัมมาชีพหลักคือทำมาค้าขาย แต่ก็มีความคิดก้าวไกล มีพลังทางความคิดเพียงพอ รักในสิ่งถูกต้อง รวมไปถึงมีจิตใจเสียสละ ถึงขนาดทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นออกมาวางจำหน่ายได้

"หนังสือของผมไม่เคยโจมตีใคร หนังสือพิมพ์อย่างนั้นต้องการจะขายมาก นโยบายพยายามให้เป็นหนังสือพิมพ์ของประชาชนจริงๆ โดยมีนโยบายเป็นกลาง จะวิพากษ์ -วิจารณ์ ติ- ชม สิ่งใด ต้องเป็นไปโดยเหตุผลสมควร ไม่ใช่ไม่พอใจใครก็จะเอาแต่ด่าอย่างหยาบคาย เช่นนี้ไม่ใช่นโยบายของหนังสือพิมพ์ "คนสุพรรณ"หนังสือพิมพ์ "คนสุพรรณ" จะทำอะไรต้องถือเหตุผลเป็นสำคัญ…" ครูมนัส เล่าเอาไว้ในหนังสือ

นอกเหนือจากด้านงานเขียนซึ่งครูมนัสได้สำแดงให้ปัญญาชนได้ประจักษ์ถึงขีดความสามารถแล้ว ในอดีตครูมนัสยังเป็นนักกีฬาที่ฝึกฝนจนเชี่ยวชาญกีฬาหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นนักแบดมินตัน, นักวิ่ง, นักกระโดดไกล โดยเฉพาะบาสเกตบอลเคยสร้างชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศมาแล้ว จากการเป็นนักกีฬาทีมบาสเกตบอลชายทีมป่วยพ้ง(อินทรีบิน) ของโรงเรียนเผยอิง จนสามารถครองแชมป์ชนะเลิศหลายสมัยติดต่อกัน 

และด้วยความเป็นนักกีฬาส่งผลให้ร่างกายของครูมนัสสมบูรณ์แข็งแรง แม้ปัจจุบันอายุของท่านจะย่าง 96 ปี แต่ยังนับว่าแข็งแรงมากสำหรับคนวัยเดียวกัน สมองแจ่มใส สามารถค้นคว้าจดการบันทึกข้อความซึ่งตกผลึกทางปัญญาเขียนบทความได้ อีกทั้งยังส่งผลให้จิตใจของท่านเต็มเปี่ยมด้วยน้ำใจนักกีฬาเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อความสุขส่วนรวมได้ทุกเมื่อ

ในส่วนของการเล่นดนตรีนั้น ครูมนัส โอภากุล เคยก่อตั้งวงดนตรีสากลในชื่อ "มนัสและสหาย" ซึ่งถือได้ว่าเป็นวงดนตรีสากลวงแรกของจังหวัดสุพรรณฯขณะนั้น ก่อนเปลี่ยนชื่อวงเป็น ช.ส.พ. ในเวลาต่อมา และด้วยการทำหน้าที่หัวหน้าวง ช.ส.พ. นี้เอง ทำให้ครูมนัสได้มีโอกาสเล่นดนตรีหน้าพระที่นั่ง เมื่อครั้งที่ในหลวงเสด็จเพื่อทรงเปิดเขื่อนชลมารคพิจารณ์ พร้อมทั้งเสด็จเยือนโครงการชลประทานโพธิ์พระยา อำเภอเมืองสุพรรณบุรี พ.ศ. 2487   

และด้วยความสามารถด้านดนตรีสากลจนสามารถก่อตั้งวงดนตรีนี่เอง จึงทำให้กลายเป็นเบ้าหลอมให้ลูกชายคนสุดท้อง ยืนยง โอภากุล เดิมตามรอยพ่อรวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากบิดาให้รักหลงใหลในมนต์เพลงเสียงดนตรีตั้งแต่วัยเด็ก จนประสบความสำเร็จพัฒนาตนเป็นหัวหน้าวงดนตรี "คาราบาว" ตำนานเพลงเพื่อชีวิตที่ยิ่งใหญ่ของประเทศ

จึงบอกได้ว่า เส้นทางชีวิตและเวลาที่ผ่านเลยมาของชีวิต ครูมนัส โอภากุล นั้น เป็นชีวิตของลูกผู้ชายต้นแบบที่ควรค่าแก่การเดินตามรอยเป็นอย่างยิ่ง

และเมื่อถูกถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ ทำให้ผู้อ่านทั้งหลายได้เห็นถึงความสามารถในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะ เป็นนักกีฬา, นักดนตรี, นักหนังสือพิมพ์, นักเขียน, นักประวัติศาสตร์, เซียนพระ, คุณพ่อตัวอย่าง, พรานไพรแห่งผืนป่าตะวันตก และเป็นปราชญ์ของแผ่นดิน แสวงหาความรู้รากเหง้าบ้านเกิด เรียนประวัติศาสตร์จากห้องเรียนซากโบราณสถาน เคี่ยวกรำประสบการณ์กลั่นกรองเขียนเป็นหนังสือสำหรับผู้สนใจได้ค้นคว้าศึกษา

เชื่อว่าถ้าใครอ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้ว คงจะมีความเห็นเหมือนกับผู้เรียบเรียงเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ที่บอกเอาไว้ว่า ครูมนัส โอภากุล เป็นปราชญ์แห่งปราชญ์

และหากในอนาคต ถ้าจังหวัดสุพรรณบุรีจะมีพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่เกิดขึ้นโดยตั้งชื่อท่านเป็นเกียรติยศ หรือถ้ามี ถนนสายใดสายหนึ่งจะตั้งชื่อตามนามของท่าน เชื่อว่าย่อมเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล และน่าสนับสนุนผลักดันเป็นอย่างยิ่ง
    

                                                             หนอนสีชมพู/รายงาน




Share :
 
ดารา :
  คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
เห็นด้วย   ไม่เห็นด้วย

การเสนอข่าว

เห็นด้วย 
0%
ไม่เห็นด้วย 
0%
Recommend on Google
ดาราโปรไฟล์
ชื่อ :ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล
ชื่อเล่น : กระติ๊บ
วันเกิด :
ค้นหาดาราอื่นๆ
ค้นหาตามตัวอักษร
คอลัมน์อื่นๆ ในหมวด
วงการนักเขียนฯร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ"เสนีย์ เสาวพงศ์"นักเขียนสามัญชนผู้ยิ่งใหญ่..ผู้สร้าง"ปีศาจ"
19 ธันวาคม 2557 9:18 น.
"ไม่ใช่พระราชาในนิทาน" บทเพลงที่อยากให้อยู่ในใจคนไทยตลอดกาลจากคมปากกาของนักเขียน-นักแต่งเพลงชื่อดัง "ประการัง"
12 ธันวาคม 2557 8:02 น.
จากเรื่องจริง"บ้านผีสิงเลขที่81"สู่หนังสือขายดีและหนังสยองขวัญระดับ200ล้านของจีน
05 ธันวาคม 2557 10:22 น.
40 ปีเซอร์ปิโก้ : ตำรวจอันตราย อมตะผลงานอัปยศของตำรวจเมือง...???ที่ทุกวันยังอยู่ที่บังโคลนรถสิบล้อวิ่งทั่วไทย!!
28 พฤศจิกายน 2557 10:19 น.
มหายุทธ์ล้างปฐพีตำนานบทใหม่และนักแปลสายเลือดใหม่
21 พฤศจิกายน 2557 8:41 น.
ข่าวประชาสัมพันธ์
กระทรวงพาณิชย์ จับมือ เทสโก้ โลตัส ร่วม “เทใจ...คืนสุข...สู่ประชาชน” ลดราคาสินค้ากว่า 5,000 รายการ สูงสุด 70%
อิมพีเรียล เวิลด์ สำโรง คืนกำไรส่งท้ายปี จัดกิจกรรม Imperial Let’s Celebrate สนุกสนานกับเทศกาลนักช้อป
การกลับมาอีกครั้ง…ของ MR. Rom-Com ตลอดกาล ฮิวจ์ แกรนต์ ในภาพยนตร์โรแมนติก-คอมเมดี้แห่งปี The Rewrite เขียนยังไงให้คนรักกัน
Playpark ชวนทำดี 1 โหลด ร่วมบริจาค 9 บาท สมทบ Gamers Love Dad 9
กิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับบัตรชมภาพยนต์เรื่อง "The One Ticket ตัวพ่อเรียกพ่อ"
© Copyright 2009 All Rights Reserved - @ Siamdara.com